ก่อนอื่นต้องชี้แจงก่อนว่า อายุแบตเตอรี่ในที่นี้หมายถึง อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่พวกมันเสื่อมสภาพ (โดยไม่ได้ลุกไหม้
ไปเสียก่อน) สำหรับวินทิปในตอนนี้ขอแนะนำวิธีเก็บรักษา และใช้งานแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานพวกมันได้นานเท่าที่ควร แบตเตอรี่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของโน้ตบุ๊ก เพราะถ้าขาดมัน หรือใช้แบตฯที่เสื่อมสภาพ (ชาร์จนานแต่หมดไว) คงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อที่สุด ซึ่งความ
จริงของชีวิตที่คุณปฏิเสธไม่ได้ เหมือนกันก็คือ โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่รวมถึงอุปกรณ์พกพาอิเล็กทรอนิกส์ต่างก็ใช้แบตเตอรี่ที่เป็น ลิเธียมอิออน (Li-ion) กันแทบทั้งนั้น โดยแบตฯ พวกนี้จะเริ่มเสื่อมสภาพตามกาลเวลาตั้งแต่วันผลิต และจะเสื่อมลงไปอย่างต่อเนื่องตามจำนวนครั้งของการชาร์จ
ประเด็นก็ คือ ราคาของแบตเตอรี่พวกนี้ค่อนข้างสูงพอสมควรซึ่งหากเปรียบเทียบการเปลี่ยน แบตเตอรี่กับการหาวิธียืดอายให้พวกมันใช้งานได้นานที่สุด
เท่าที่จะทำได้ ดูเหมือนอย่างหลังจะน่าสนใจกว่ามาก ข้อเท็จจริงต่อไปนี้จะช่วยให้ทุกท่านมีวิธีที่จะดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้อยู่ กับคุณได้นานขึ้นค่ะ
สำหรับศัตรูตัวแรกของแบตเตอรี่ Li-Ion ก็คือ "ความร้อน" ยกตัวอย่างผลการทดสอบที่ออกมาพบว่า แบตเตอรี่ Li-ion ที่ได้รับการชาร์จไฟปกติ และถูกใช้งานที่ระดับอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียสจะมีความสามารถเก็บประจุได้ลดลงแค่ 2% เท่านั้น เมื่อใช้งานไป 1 ปี และความสามารถในการ
เก็บประจุจะลดลงเป็น 6% ในปีที่ 2 แต่นั่นคงเฉพาะผู้ใช้โน้ตบุ๊กแถวบริเวณขั้วโลกเหนือ (หรือใต้) เท่านั้น เพราะหากพิจารณาที่อุณหภูมิห้อง 25 องศาเซลเซียส (ติดแอร์) แค่ปีแรก ความสามารถในการเก็บประจุของแบตเตอรี่ก็จะตกลงไปถึง 4% และจะลดฮวบลงไปถึง 20% ในปีที่สอง การดิสชาร์จประจุไฟฟ้าในแบตเตอรี่จนแทบไม่เหลือ (ใช้แบตฯจนหยดสุดท้าย) ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อายุใช้งานของพวกมันสั้นลง โดยการชาร์จ และดิสชาร์จจนหมดประมาณ 100 ครั้ง จะลดความสามารถในการเก็บประจุของแบตเตอรี่ลงไปได้มากถึง 75% เลยทีเดียว
กล่าว โดยสรุป สำหรับวิธีที่ดีทีสุดที่จะช่วยคุณยืดอายุใช้งานแบตเตอรี่ให้ได้ยาวนาน 3 – 5 ปี ก็คือ ข้อแรก พยายามให้แบตเตอรี่ได้อยู่ในที่เย็น อย่าเก็บโน้ตบุ๊กไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแจ้ง ข้อต่อมา พยายามรักษาระดับการชาร์จประจุไว้ที่ 40% – 50% อย่าให้เหลือน้อยกว่านี้แล้วจึงชาร์จ
ในกรณีที่คุณมีแบต 2 ก้อนสลับกันใช้ สำหรับก้อนที่ยังไม่ได้ใช้งานอาจเก็บไว้ในตู้เย็น แต่ไม่ถึงกับต้องไว้ในช่องแช่แข็งนะคะโดยห่อหุ้มด้วยวัสดุ
ป้องกันความ ชื้น ซึ่งหลังจากนำออกมาตู้เย็น ให้รอจนมันมีอุณหภูมิเท่ากับห้องก่อนใช้งาน แบตเตอรี่ของคุณจะแข็งแรงมีอายุใช้งานนานขึ้น (หมายถึง เสื่อมช้าลงนั่นเอง) อ้อ...และถ้าคุณมีความจำเป็นต้องซื้อแบตเตอรี่ใหม่ อย่าลืมตรวจสอบวันผลิตด้วยที่สำคัญหลีกเลี่ยงการซื้อแบตเตอรี่ที่ตกค้าง
ในสต๊อก และอย่าลืมตรวจสอบหมายเลขซีเรียลของแบตฯด้วยว่า ไม่ตรงกับชุดแบตเตอรี่ที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ด้วยนะคะ
ที่มา : นิตสาร Winmag
Tung's Blog
~ just web development & e-commerce blog
11/16/08
เรื่องคนนอนดึก
ปกติเราควรพักผ่อนเข้านอนเวลา 3 ทุ่ม เนื่องจากร่างกายเราต้องการเวลาในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ขับของเสียตามอวัยวะต่างๆ ย่อยอาหารให้หมด ถ้ากินมื้อหนักตอนกลางคืน แถมนอนดึกอีก รับรองว่าอ้วนพุงพุ้ย แน่นอน ไขมันเผาผลาญไม่หมดมันเลยสะสมอ่ะ
แต่ถ้านอนดึกเลี่ยงไม่ได้ เพราะขนงานและการบ้านมาทำ หรือติดงานอะไรก็ตามควรปฏิบัติดังนี้
1. งดเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ เพราะย่อยยาก ลำไส้ต้องทำงานหนัก
2. หากเราอยากกินเนื้อสัตว์ ก็ควรช่วยลำไส้ด้วยการเคี้ยวให้ละเอียด ยิ่งเคี้ยวละเอียดยิ่งดี จะได้แบ่งเบาภาระลำไส้
3. ดื่มน้ำขิง ผสม น้ำผึ้ง อุ่น ๆ หรือน้ำอุ่นธรรมดา + น้ำผึ้ง หรือถ้าไม่มีอะไรเลย น้ำอุ่นธรรมดาสัก 1 แก้วก็ได้
4. เวลานอน ควรทำให้ช่วงท้อง / ฝ่าเท้าอุ่น โดยการห่มผ้า
5. ที่จริงมื้อดึก ควรเป็นมื้อเบา ๆ อย่างเช่น ผัก ผลไม้ นม ไข่ เนื้อปลา จะดีกว่า
6. ควรเลี่ยงน้ำเย็น น้ำอัดลม เพราะเพิ่มภาระให้ระบบภายในร่างกาย ร่างกายเราต้องความร้อน เพราะช่วยในการย่อยอาหาร หากดื่มแต่น้ำเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมื้ออาหาร จะทำให้ร่างกายเราต้องพยายามปรับอุณหภูมิ ให้อุ่นเหมาะสมก่อน แล้วจึงนำไปใช้ การดื่มน้ำอัดลมก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพิ่มกรดให้ร่างกาย แถมมีน้ำตาลที่สะสมตามร่างกายอีก
* ถ้าอยากกินเนื้อสัตว์ควรกินเวลา 7.00 น - 9.00 น. เนื่องจากกระเพาะเรามีสภาพเป็นกรดสูงมากที่สุด ดังนั้นมื้อเช้าจะจำเป็นมาก ๆ ถ้าอดมื้อเช้าไปนาน ๆ ขั้วกระเพาะเราจะเป็นปุ่มปม และนานเข้า ๆ ก็กลายเป็นมะเร็งในกระเพาะ อย่าลืมดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้วนะ น้ำสะอาดจะช่วยล้างของเสียออกจากร่างกาย อย่าขี้เกียจลุกไปห้องน้ำเด็ดขาด
* ห้ามอดหลับอดนอนตั้งแต่ตีหนึ่งเด็ดขาด เนื่องจากถุงน้ำดีกำลังย่อยไขมัน ถ้าอดนอนเวลานี้บ่อย ๆ จะเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
* ห้ามกินนมตอนเช้าแทนข้าวเช้า เนื่องจาก ตอนเช้ากระเพาะเป็นกรดสูงมาก นึกสภาพดูหากเราบีบน้ำมะนาวลงในนม จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี กลายเป็นคอลลอยด์ มันไม่ย่อยนะจ๊ะ ถ้าดื่มนมตอนท้องว่างแบบนี้ติดต่อกันเป็นประจำแทนข้าวเช้า ระวังมะเร็งในไขกระดูกนะจ๊ะ แต่ถ้าเป็นช่วงหลังอาหารเช้า หรือตอนบ่ายไปแล้ว หรือตอนเย็นดื่มได้ตามปกติจ้า มื้อเย็นอาจเป็นมื้อง่ายๆ อย่างนม กับไข่ก็ไม่ว่ากัน
ถั่วต่าง ๆ รวมทั้งธัญพืชสารพัดอย่าง เช่น ลูกเดือย ข้าวฟ่าง ฯลฯ มีประโยชน์ต่อลำไส้ คือ ช่วยกวาดเชื้อโรค + แบตทีเรียชนิดไม่ดีออกจากลำไส้เรา ควรกินอาทิตย์ละครั้ง อย่างน้อย พืชผักสีเขียว มีคลอโรฟิว ช่วยทำให้เม็ดเลือดลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดี เซลแต่ละเซลล์จะแข็งแรงเมื่อมีออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง ก่อนเอาผักมากินเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสารพิษ อย่าลืมแช่น้ำส้มสายชู 45 นาทีนะจ๊ะ
ขอให้ถนอมสุขภาพร่างกายของเราให้ดีกันทุกคนนะจ๊ะ ด้วยความปรารถนาดี ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสร็จจ้า
Credit: http://campus.sanook.com/u_life/knowledge_04871.php

แต่ถ้านอนดึกเลี่ยงไม่ได้ เพราะขนงานและการบ้านมาทำ หรือติดงานอะไรก็ตามควรปฏิบัติดังนี้
1. งดเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ เพราะย่อยยาก ลำไส้ต้องทำงานหนัก
2. หากเราอยากกินเนื้อสัตว์ ก็ควรช่วยลำไส้ด้วยการเคี้ยวให้ละเอียด ยิ่งเคี้ยวละเอียดยิ่งดี จะได้แบ่งเบาภาระลำไส้
3. ดื่มน้ำขิง ผสม น้ำผึ้ง อุ่น ๆ หรือน้ำอุ่นธรรมดา + น้ำผึ้ง หรือถ้าไม่มีอะไรเลย น้ำอุ่นธรรมดาสัก 1 แก้วก็ได้
4. เวลานอน ควรทำให้ช่วงท้อง / ฝ่าเท้าอุ่น โดยการห่มผ้า
5. ที่จริงมื้อดึก ควรเป็นมื้อเบา ๆ อย่างเช่น ผัก ผลไม้ นม ไข่ เนื้อปลา จะดีกว่า
6. ควรเลี่ยงน้ำเย็น น้ำอัดลม เพราะเพิ่มภาระให้ระบบภายในร่างกาย ร่างกายเราต้องความร้อน เพราะช่วยในการย่อยอาหาร หากดื่มแต่น้ำเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมื้ออาหาร จะทำให้ร่างกายเราต้องพยายามปรับอุณหภูมิ ให้อุ่นเหมาะสมก่อน แล้วจึงนำไปใช้ การดื่มน้ำอัดลมก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพิ่มกรดให้ร่างกาย แถมมีน้ำตาลที่สะสมตามร่างกายอีก
* ถ้าอยากกินเนื้อสัตว์ควรกินเวลา 7.00 น - 9.00 น. เนื่องจากกระเพาะเรามีสภาพเป็นกรดสูงมากที่สุด ดังนั้นมื้อเช้าจะจำเป็นมาก ๆ ถ้าอดมื้อเช้าไปนาน ๆ ขั้วกระเพาะเราจะเป็นปุ่มปม และนานเข้า ๆ ก็กลายเป็นมะเร็งในกระเพาะ อย่าลืมดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้วนะ น้ำสะอาดจะช่วยล้างของเสียออกจากร่างกาย อย่าขี้เกียจลุกไปห้องน้ำเด็ดขาด
* ห้ามอดหลับอดนอนตั้งแต่ตีหนึ่งเด็ดขาด เนื่องจากถุงน้ำดีกำลังย่อยไขมัน ถ้าอดนอนเวลานี้บ่อย ๆ จะเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
* ห้ามกินนมตอนเช้าแทนข้าวเช้า เนื่องจาก ตอนเช้ากระเพาะเป็นกรดสูงมาก นึกสภาพดูหากเราบีบน้ำมะนาวลงในนม จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี กลายเป็นคอลลอยด์ มันไม่ย่อยนะจ๊ะ ถ้าดื่มนมตอนท้องว่างแบบนี้ติดต่อกันเป็นประจำแทนข้าวเช้า ระวังมะเร็งในไขกระดูกนะจ๊ะ แต่ถ้าเป็นช่วงหลังอาหารเช้า หรือตอนบ่ายไปแล้ว หรือตอนเย็นดื่มได้ตามปกติจ้า มื้อเย็นอาจเป็นมื้อง่ายๆ อย่างนม กับไข่ก็ไม่ว่ากัน
ถั่วต่าง ๆ รวมทั้งธัญพืชสารพัดอย่าง เช่น ลูกเดือย ข้าวฟ่าง ฯลฯ มีประโยชน์ต่อลำไส้ คือ ช่วยกวาดเชื้อโรค + แบตทีเรียชนิดไม่ดีออกจากลำไส้เรา ควรกินอาทิตย์ละครั้ง อย่างน้อย พืชผักสีเขียว มีคลอโรฟิว ช่วยทำให้เม็ดเลือดลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดี เซลแต่ละเซลล์จะแข็งแรงเมื่อมีออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง ก่อนเอาผักมากินเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสารพิษ อย่าลืมแช่น้ำส้มสายชู 45 นาทีนะจ๊ะ
ขอให้ถนอมสุขภาพร่างกายของเราให้ดีกันทุกคนนะจ๊ะ ด้วยความปรารถนาดี ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสร็จจ้า
Credit: http://campus.sanook.com/u_life/knowledge_04871.php
Labels:
Tips
Subscribe to:
Posts (Atom)

Tung's blog by http://tungblog.atikomtrirat.com is licensed under a Creative Commons Attribution-Share Alike 3.0 Unported License. | A Division of AsiaWebpro.com
