~ just web development & e-commerce blog

9/3/07

เทคนิคในการสมัครงาน : Resume Tips

การเขียน Resume แบบมืออาชีพ

Resume ที่เยี่ยมที่สุด และทำให้คุณเนื้อหอม เมื่อบรรดานายจ้างได้อ่านมัน จะต้องประกอบด้วยความจริงสองข้อ (ขอเน้น ความจริงเท่านั้น) คือ หนึ่งรายละเอียดด้านการศึกษา และข้อสอง ประสบการณ์การทำงาน ฟังดูเหมือนง่าย แต่…ที่ยากคือ การเขียนให้ความจริงทั้งสองข้อนี้ เตะตาสุดๆ ต้องใช้วิชาประชาสัมพันธ์เข้าช่วย (ตบซ้าย ตบขวาให้เข้าที่ เข้าทาง) ข้อแนะนำคือ พยายามทุกวิถีทางที่จะเค้น.. เค้นๆ ทุกเรื่องที่สามารถนำมา สนับสนุนตัวคุณให้ลอยสูงเด่นกว่าคู่แข่ง..จนเอื้อมถึงดาวได้ แต่ที่สำคัญกว่าคือ Resume ต้องกระชับ ชัดเจน และได้ใจความ

ก่อนลงมือเขียน ให้ตั้งสติให้มั่น อ่านคุณสมบัติของตำแหน่ง ที่เขาต้องเสียตังค์เป่าประกาศหาตัว ให้ละเอียดก่อน แล้วเค้นๆ ออกมาว่า เรามีส่วนไหนบ้างที่ตรงกับความต้องการนั้น ไม่ว่าจะเป็นทักษะความชำนาญ ความสามารถพิเศษ คอมพิวเตอร์ มียานพาหนะ หรือแม้แต่บุคลิกภาพที่สง่างาม มนุษยสัมพันธ์ล้ำเลิศ เมื่อพบแล้วพิมพ์ทั้งหมดลงไปอย่างชัดเจน และมั่นใจได้เลยว่า "ฉันนี้แหละ คือคนที่เขาเฝ้ารอ" แต่ที่ห้ามลืมเด็ดๆ คือ ที่อยู่ที่ติดต่อสะดวก เบอร์โทรศัพท์ หรือ อีเมล์ ค่ะ


โชว์ผลงานให้ประจักษ์

ถึงเวลาแล้ว ที่คุณต้องอวดของดีในตัวออกมาให้หมด ก็ผลงานที่คุณภาคภูมิใจ ความสามารถพิเศษที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน กิจกรรมหรือโครงการที่คุณร่วมทำ อาสาสมัคร รวมถึงความสำเร็จทางด้านการศึกษา หรือใดๆ ที่จะทำให้คุณดูดี ไม่ว่าจะเป็น พรสวรรค์ที่ถ่วงหนี้เก่งหรือชำนาญ การสอดแนมคู่แข่ง เขียนทีละเรื่อง โดยสาธยายถึง จุดประสงค์ในการทำ ทำอย่างไร ทำกับใคร ใช้เครื่องมืออะไร และมีปัญหาอะไร แก้ไขอย่างไร ต้องทำกี่ครั้งกว่าจะสำเร็จ เขียนให้อ่านง่าย ได้ใจความ และกระชับที่สุด และเพิ่มอีกนิดว่า ผลงานแต่ละชิ้น กว่าจะสำเร็จ คุณต้องทุ่มเท ทักษะ ความชำนาญของคุณไปมากแค่ไหน อย่าแม้จะแต่คิด..ที่จะถ่อมตัวเชียว โดยเฉพาะยุคใครดีใครได้ แบบนี้ เขามีดีเอาไว้อวดกันทั้งนั้นค่ะ


ลงมือเขียน Resume

ใครๆ ก็เขียนได้ แต่ถ้าต้องการเขียนให้โดนใจ นายจ้าง ก่อนอื่น เราต้องรู้ใจกันซะก่อน ว่าพวกเขาอยากรู้ เรื่องอะไรของเรามากที่สุด จากการสำรวจพบว่า ทักษะการใช้ภาษา ติดต่อสื่อสารในงาน เป็นเรื่องฮ๊อตที่สุด ที่เขาต้องรู้ให้ได้ ก็อย่างที่เรารู้กัน ภาษาได้ ภาษีก็ดีกว่า และต่อด้วยประสบการณ์การทำงาน (ทำมากี่ปี ทำที่ไหน อย่างไร) ชื่อสถาบันที่จบการศึกษา และชื่อบริษัทสุดท้ายที่คุณเคยทำงาน นี่คือเป้าที่คุณต้องปาให้โดน ซึ่งขึ้นกับ ความสามารถ ในการเขียนของคุณแล้วล่ะ

เมื่อคุณรู้วิธีการเขียนดีแล้ว คุณก็สามารถ จะบรรยายสรรพคุณ ของตัวเองใน Resume และจดหน้าสมัครงาน ได้ดียิ่งขึ้น และด้วยการที่คุณ ทำการบ้านมาอย่างดี คุณยิ่งมั่นใจ เมื่อต้องตอบคำถามหลากหลายรูปแบบ และแล้วการสัมภาษณ์ ก็เป็นเรื่องหมูๆ ไปได้ วิธีส่งจดหมายขอบคุณไปให้ ก็เป็นสิ่งที่เพิ่ม ความประทับใจในตัวคุณ ให้มากขึ้นไปอีก

ขั้นตอนเรียบเรียง Resume โดยเฉพาะที่เป็นภาษาอังกฤษ ยิ่งสับสนวุ่นวายกันไปหมด แต่ถ้าคุณใช้วลีสั้นๆ โดยใช้คำกริยาขึ้นต้นประโยค เพื่อบรรยายคุณสมบัติต่างๆ โดยไม่ต้องเขียนเต็มๆ ประโยค (มี ประธาน + กริยา+ กรรม) จะทำให้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้ Resume ดูน่าอ่านขึ้นอีกด้วย และถ้ารู้ว่า จะเริ่มต้นเรียงอย่างไร คุณอาจจะเรียง อะไรที่สัมพันธ์กับ ตำแหน่งที่คุณต้องการสมัคร ไว้ก่อนก็ได้



เคล็ดลับที่ไม่ควรพลาด
• ควรกำหนดให้ข้อมูลทั้งหมด จบภายใน 1 หน้า หากประสบการณ์เยอะมาก อนุโลมให้ 2 หน้า แต่นั้นมันอาจจะมากเกินไป จนทำให้ ไม่อยากอ่าน
• ควรเขียนรูปแบบเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ
• พยายาม หลีกเลี่ยง คำว่า "ฉัน" หรือ "ของฉัน"
• จะเขียนเป็นประโยค หรือแค่วลีก็ได้ แต่ให้เลือกใช้ เพียงแบบเดียว
• Resume ภาษาอังกฤษ ต้องใช้กริยา ให้ถูก Tense เช่น ถ้าเป็นเรื่องปัจจุบันก็ใช้ Present Tense ถ้าเป็นเรื่องในอดีตก็ใช้ Past Tense ท ถ้าใช้ตัวเลขเพื่อแบ่งหัวข้อ ก็ให้ใช้ตลอด อย่าใช้บ้างไม่ใช้บ้าง ถ้ามีไม่เกิน 9 หัวข้อ คุณสามารถเขียนเรียงกันลงมาได้เลย อาจจะใช้จุด หรือ ตัวอักษร A ,B,C แต่ถ้าเกิน ให้คุณใช้ตัวเลขช่วยดีกว่า เช่น 1, 2, 5, 10, 12, …
• ไม่ต้องใส่ข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำเป็น เช่น เลขบัตรประกันสังคม หย่ามาแล้ว 2 ครั้ง กำลังจะหย่าอีก
• ให้คำอธิบายพอเข้าใจ ในกรณีที่ชื่อตำแหน่งงาน ที่คุณเคยทำ ต่างกับที่อื่นๆ
• ให้ใช้ Action words เพื่อให้ง่ายขึ้น เช่น คำกริยา คำคุณศัพท์ และคำขยายกริยา หรือวลีก็สามารถเขียนให้กระชับและชัดเจนได้
• ตรวจทานให้รอบครอบ ว่าไม่ตกหล่นอะไรไป
• ตรวจการสะกดคำ และไวยากรณ์ ควรมีจุด เมื่อจบประโยค และใช้เครื่องหมายวรรคตอนอย่างถูกต้อง เพื่อความสวยงาม และอย่าใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) และใช้ตัวหนาเฉพาะ ที่จำเป็นเท่านั้น
• อย่าใช้คำย่อ ยกเว้นที่คุณได้เขียนบอกไว้แล้วเท่านั้น
• ควรมีรูปแบบในการเขียนที่ต่อเนื่อง เช่น ถ้าคุณขีดเส้นใต้ที่หัวข้อ ก็ควรทำให้ตลอดทุกหัวข้อ เป็นต้น
• ตรวจทานหาคำผิดด้วยตัวเอง อย่าได้ไว้ใจโปรแกรมตรวจคำผิดเด็ดขาด เพราะคำที่เราพิมพ์ผิด อาจไม่ได้สะกดผิด เช่น effect เป็น affect แปลไปคนละเรื่องเลย เพราะฉะนั้น เพื่อให้มั่นใจ คุณควรวานคนที่เก่งภาษา ช่วยตรวจทานให้อีกที ยิ่งดีใหญ่
• อย่าใช้คำศัพท์ ที่ไม่มั่นใจว่าถูก ควรเปิด Dictionary ก่อน
• ศัพท์เทคนิค คำพูดที่ใช้เฉพาะกลุ่ม จะใช้ใน Resume ได้ ก็ต่อเมื่อ คุณต้องการส่ง กับสายงาน ที่ใช้และเข้าใจมันดีเท่านั้น
• อย่าอัดข้อมูลจนแน่นเอียด จะทำให้ Resume ไม่น่าอ่าน ให้ตัดสิ่งที่จำเป็นน้อยที่สุดออกไป ท เลือกชนิดของ ตัวหนังสือ ที่อ่านง่ายๆ เช่น Palatino หรือ Times ขนาดไม่เกิน 14 หรือ ไม่เล็กกว่า 10
• ควรมี จดหมายสมัครงาน ปิดหน้า Resume เสมอ
• พิมพ์ใส่กระดาษอย่างดี เลือกสี ของกระดาษ Resume จดหมายปิดหน้า และซอง ให้เหมือนกัน
• อย่าลืมตรวจดูทุกอย่างอีกครั้งเพื่อความเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันที่เริ่มทำงาน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และชื่อบริษัทฯ ที่เราเขียนไปสมัครงาน ที่อยู่ ฯลฯ อย่าลืมว่า มันสำคัญขนาดไหน!
• ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์ ให้ส่ง Resume ที่ถูกต้อง ไปให้บริษัท ที่คุณส่งจดหมายสมัครงานเข้าไปด้วย

แบบต่างๆ ของ เรซูเม (Resume Styles)
ตัวอย่าง Combination Resume


Somruthai JaiSoo
123 Sukhumvit 55 Rd.,
Wattana, Bangkok 11223
Tel: 456-7890

Objective:
To obtain a position that allows me to utilize my skills as a Web designer and HTML programmer.

Relevant Skills:
Programming Languages:
C++, Cobol, HTML, and Perl
Systems: Apple, IBM and UNIX
Software: Adobe Acrobat, Aldus Pagemaker, Adobe Photoshop, EXCEL, Filemaker Pro, Microsoft Word, QuarkXPress, and Windows 98.

Experience:
• Develop, design, script, and program Web pages.
• Have designed over 34 sites integrating state-of-the-art Web resources to improve revenue for clients.
• Strong background in computer systems, hardware, and software.
• Knowledge of print production.
• Ability to develop and implement databases to increase work flow and aid in organization

Employment:
• HTML Programmer Ross Public Relations, Collegeville, PA, 5/99 - Present.
• Graphic Designer Ross Public Relations, Collegeville, PA, 11/98 - 5/99.
• Assistant Graphic Designer Ursinus College, Collegeville, PA, 1/98 - 11/98.
• Assistant Computer Operator The Logeen Corporation, Doylestown, PA, 5/97 - 1/98.

Awards:
1997/98 Emily Lewis Award for Academic Excellence
Deans List, September 1996 - May 1999.

Education:
Ursinus College, Collegeville, PA BA in Communications, May 1999
Graduated Cum Laude, GPA 3.45/3.85

แบบต่างๆ ของ เรซูเม (Resume Styles)
ตัวอย่าง Functional Resume

Somruthai JaiSoo
123 Sukhumvit 55 Rd.,
Wattana, Bangkok 11223
Tel: 456-7890

Objective:
To obtain a position that allows me to utilize my skills as a Web designer and HTML programmer.

Relevant Skills:
Programming Languages:
C++, Cobol, HTML, and Perl
Systems: Apple, IBM and UNIX
Software: Adobe Acrobat, Aldus Pagemaker, Adobe Photoshop, EXCEL, Filemaker Pro, Microsoft Word, QuarkXPress, and Windows 98.

Capabilities:
Develop, design, script, and program Web pages.
Have designed and implemented over 34 Web sites by working closely with clients to integrate state-of-the-art Web resources to improve revenue and meet other marketing goals.
Strong background in computer systems, hardware, and software.
Perform Macintosh systems support, including troubleshooting, system maintenance, and equipment recommendations.
Ability to develop and implement databases to increase work flow and aid in organization.
Knowledge of print production and graphic design.

Work History:
Ross Public Relations, Collegeville, PA, 11/98 - Present
Ursinus College, Collegeville, PA, 1/98 - 11/98
Logeen Corporation, Doylestown, PA, 5/97 - 1/98

Education:
Ursinus College, Collegeville, PA BA in Communications, May 1999
Graduated Cum Laude, GPA 3.45/3.85

แบบต่างๆ ของ เรซูเม (Resume Styles)
ตัวอย่าง Chronological Resume

Somruthai JaiSoo
123 Sukhumvit 55 Rd.,
Wattana, Bangkok 11223
Tel: 456-7890

Objective:
To obtain a position that allows me to utilize my skills as a Web designer and HTML programmer.

Education:
Ursinus College, Collegeville, PA BA in Communications, May 1999
Graduated Cum Laude, GPA 3.45/3.85

Related Job Experience:
May 1999 - Present
• HTML Programmer, Ross Public Relations, Collegeville, PA
• HTML code all Web pages designed by Ross Public Relations.
• Assist account coordinators in designing client Web sites.

November 1998 - May 1999
• Graphic Designer, Ross Public Relations, Collegeville, PA
• Worked closely with writers and account coordinators in the development of client promotional materials.
• Developed a database system for archiving client files on network.
• Assisted in network integration of art department files.

January 1998 - November 1998
• Assistant Graphic Designer, Ursinus College, Collegeville, PA
• Assisted in the development and implementation of advertising materials for a youth program at the Berman Museum of Art.
• Designed flyers for promotional events.
• Assisted in producing mechanicals



Awards:
1997/98 Emily Lewis Award for Academic Excellence
Deans List, September 1996 - May 1999.

Skills:
Programming Languages: C++, Cobol, HTML, and Perl.
Systems: Apple, IBM, and UNIX.

Software: Adobe Acrobat, Aldus Pagemaker, Adobe Photoshop, EXCEL, Filemaker Pro, Microsoft Word, QuarkXPress, and Windows 98

วิธีเขียน Resume

ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์และอีเมล์
ขอบอกเลยนะคะว่าสำคัญมาก.. อย่าเผลอให้เบอร์ที่คุณเลิกใช้ไปแล้วเด็ดขาด เช็คให้แน่ใจว่าเป็นเบอร์ปัจจุบัน ที่คุณกำลังใช้อยู่ เพราะมันจะทำให้บริษัท ที่สนใจอยากจะ สัมภาษณ์คุณ สามารถตามตัวคุณได้อย่างรวดเร็ว ลองคิดดูว่า ถ้าคุณให้เบอร์สุ่มสี่สุ่มห้ากับเขาไป เวลาที่เขาต้องการติดต่อก็ติดต่อไม่ได้ ก็คุณนั้นแหละที่ทำลายโอกาสตัวเอง ถ้ากำหนดช่วงเวลา ที่สามารถติดต่อได้ด้วย ก็จะยิ่งดีใหญ่ แต่ถ้าคุณยังทำงานอยู่ ก็ควรให้เบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานด้วย เพื่อเขาจะได้ไม่ต้อง เสียเวลาโทรตามคุณ ให้มั่วไปหมด

จุดมุ่งหมายในอาชีพที่คุณอยากทำ
คุณควรจะบอกจุดมุ่งหมายในอาชีพหรือตำแหน่งงานที่คุณอยากจะทำด้วย แต่มันก็ไม่ใช่กฎตายตัวที่ต้องทำ เพียงแต่มันจะเป็นข้อได้เปรียบของคุณเอง ถ้าคุณระบุให้นายจ้างหรือบริษัทจัดหางานได้รับรู้ความต้องการของคุณ เพราะมันจะทำให้ทั้งคุณและเขาไม่ต้องเสียเวลา

แต่ทางที่ดีคุณควรจะกำหนดลักษณะงาน ที่คุณอยากทำ ลักษณะองค์กรที่คุณอยากร่วมงานด้วย เจาะจงตำแหน่งที่คุณมองหา และความสามารถพิเศษของคุณ ที่จะนำมาใช้งานได้ เพื่อให้นายจ้างหรือบริษัทจัดหางาน ตัดสินใจได้ว่า จะส่งประวัติการทำงานของคุณไปที่ไหนดี

ถ้าคุณเกิดสนใจในตำแหน่งงานที่คุณไม่เคยทำมาก่อน อย่าเถรตรง ส่งประวัติการทำงานอันเดิมๆที่คุณเคยใช้ไปล่ะค่ะ ลองทุนนิดหนึ่ง..เขียนใหม่โดยระบุความต้องการหรือจุดประสงค์ในการทำงานของคุณ ให้สอดคล้องกับตำแหน่งนั้นๆ จะดูดีกว่ากันเยอะค่ะ

การศึกษา
ให้คุณเรียงประวัติการศึกษา โดยเริ่มจากปัจจุบันไปหาอดีต บอกไปให้หมดว่าคุณได้รับมากี่ปริญญา จากที่ส่วนไหนของโลก และสาขาอะไรบ้าง ยิ่งถ้าถ้าเกรดเฉลี่ยดีๆ ใส่ไปเลยค่ะ (มีของดี ต้องโชว์กันหน่อย)

เกียรติคุณหรือกิจกรรมในมหาวิทยาลัย
ถ้าคุณเคยได้รับทุนการศึกษาหรือใบประกาศเกียรติคุณต่างๆ ทั้งของมหา'ลัย หรือจากที่อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีหลักฐานแสดงว่าคุณเป็นหัวหน้า มีความคิดสร้างสรรค์ ช่วยเหลือสังคม หรือต้องใช้ความสามารถพิเศษ ไม่ต้องอายใส่ไปให้หมด มันจะทำให้คุณดูโดดเด่นกว่าคนอื่นแน่ๆ


ประสบการณ์การทำงาน
ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญมากที่สุด คุณจะเป็นมืออาชีพ หรือ มือสมัครเล่น เขาวัดกันที่นี่ค่ะ เพราะฉะนั้นคุณต้องเน้นประสบการณ์การทำงาน ที่คุณประสบความสำเร็จ และเป็นความจริง อย่าเขียนพรรณาสรรพคุณ ซ่ะจนทำให้คุณดูเป็น "ไอ้ขี้โม้" ไป เขียนให้กระชับได้ใจความก็พอ

ให้ใส่ประสบการณ์การทำงานจริง หรืองานพาร์ทไทม์ที่เคยทำมา งานอาสาสมัครต่างๆ งานที่ทำในช่วงปิดเทอม งานวิจัยหรืองานฝึกสอนในมหาวิทยาลัย รวมทั้งการฝึกงานด้วย

วิธีเขียนประสบการณ์การทำงานมี 3 แบบ
• แบบเรียงลำดับงานที่ทำอยู่ในปัจจุบันไปหาอดีต การเขียน แบบเรียงลำดับงานจะใช้วันที่เป็นเกณฑ์ โดยเริ่มจากงานที่คุณ ทำอยู่ในปัจจุบันย้อนไปหาอดีต การเขียนแบบนี้เป็นที่นิยมมาก ที่สุด และเหมาะกับคนที่เพิ่งจบใหม่ยังมีประสบการณ์ในการทำ งานน้อยหรือคนที่มีประวัติการทำงานที่ดี
• แบบเรียงตามหน้าที่การงาน เป็นการเขียนโดยไม่ต้องคำนึง ถึงเวลาและสถานที่ แบบนี้จะทำให้คุณมีโอกาสแสดงความก้าว หน้าในหน้าที่การงานของคุณ เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์ใน การทำงานมากและสามารถ เน้นแต่งานที่ประสบความสำเร็จและไม่ต้องเขียนถึงงานที่ไม่ดีใน อดีตได้ แต่การเขียนแบบนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไร (ถ้าไม่เจ๋งจริง .. อย่าใช้ดีกว่า!)
• แบบผสมทั้ง 2 แบบเข้าด้วยกัน
ความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์
บรรยายมาให้หมดว่าคุณมีความรู้ ความชำนาญทางด้านโปรแกรมอะไรบ้าง ถึงแม้ว่าจะรู้น้อยก็ควรจะใส่ลงไปบ้าง เพราะสมัยนี้ ถ้าใครใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น ก็ไม่ต้อง ทำมาหากิน อะไรแล้ว เจ้าค่ะ

ข้อมูลอื่นๆที่น่าสนใจ
ถ้าตัวคุณมีอะไรที่แน่กว่าคนอื่น อย่าลังเลที่จะเขียนถึงความสามารถพิเศษของตัวเอง เพราะเป็นวิธีที่คุณจะเฉือนผู้สมัครคนอื่นๆ ให้ขาดกระจุยได้ บอกไปเลยด้วยความภูมิใจว่า คุณมีใบอนุญาตต่างๆ ที่น้อยคนจะมี มีความชำนาญทางด้านภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่แต่ภาษาอังกฤษ หรือเป็นสมาชิกขององค์กรใดที่ดังๆ เป็นต้น

การอ้างถึงบุคคลอื่น
ปกติแล้วเราจะไม่ใส่การอ้างอิงใดๆในประวัติการทำงาน แต่ถ้าบริษัทที่คุณสมัครงานต้องการ จึงค่อยให้ แต่ส่วนใหญ่จะนิยม อ้างถึงนายจ้างจากบริษัทเดิม แต่วิธีที่ดี คุณควรขออนุญาตเขาก่อนล่วงหน้า อย่างน้อย..เขาจะได้มีเวลาเตรียมตัวตอบคำถามต่างๆ และข้อมูลที่นายจะให้นั้น จะได้ไม่ตกหล่นหายไปด้วยอาการงงเต๊ก..และมัวแต่นั่งนึกๆๆ ว่า "ใครหว่า..ชื่อคุ้นๆ !"

การเตรียมตัว
คำถามระหว่างถูกสัมภาษณ์

ตลอดการสัมภาษณ์ คำถามส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวคุณ ประสบการณ์การทำงาน ทักษะความชำนาญ ความรู้เกี่ยวกับบริษัท และอุตสาหกรรม และเป้าหมายในการทำงานของคุณ จำไว้ว่า คุณไม่จำเป็นต้องตอบถูกทุกข้อ แต่คุณสามารถมั่นใจได้ว่า การสัมภาษณ์จะเป็นไปอย่างราบรื่น จากการที่คุณทำการบ้านมาดี รู้จุดเด่น จุดด้อยและเป้าหมายการทำงาน ของตัวเองเป็นอย่างดี และเตรียมตัวอย่างผลงาน ที่สามารถ อธิบายประสบการณ์อันโชกโชนของคุณ ที่จะทำให้คุณเหมาะกับงานนี้ เอาไว้เรียบร้อยแล้ว แต่อย่าลืม นำข้อมูลบริษัทฯ ที่คุณเตรียมไว้ มาใช้ให้ได้ประโยชน์ที่สุดด้วยล่ะค่ะ

การเป็นตัวของตัวเอง และความซื่อสัตย์ คือสิ่งสำคัญที่สุด ในการสอบสัมภาษณ์ โดยคุณสามารถ ตอบคำถามโดยการยกตัวอย่าง เพื่อจะช่วยให้คำตอบชัดเจนขึ้น เน้นทักษะความชำนาญที่คุณสามารถทำสำเร็จ และตอบคำถามในแง่ดี และพยายามเปลี่ยนจุดอ่อน และเรื่องที่ยากๆ ให้เป็นเรื่องที่คุณสามารถเรียนรู้ได้ และที่สำคัญ ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรเกี่ยวกับเจ้านายคนก่อน ให้พูดแต่ในแง่ดีเท่านั้นค่ะ

คำถามทั่วไป เกี่ยวกับเชื้อชาติ สีผิว อายุ เพศ ศาสนา สัญชาติ สถานภาพ การกระทำผิดกฎหมาย การดื่มสุรา การเสพยา สถานะทางด้านการเงิน การวางแผนครอบครัว อายุเท่าไร ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้หรือเปล่า คำถามบางคำถาม ที่อาจทำให้คุณรู้สึก อึดอัด เหมือนถูกล่วงเกิน และรู้สึกว่า ไม่จำเป็นต้องตอบ คุณสามารถปฏิเสธที่จะตอบได้ อย่างสุภาพค่ะ

ตัวอย่างคำถามในการสอบสัมภาษณ์

คำถามที่นิยมใช้มีสองแบบ คือ คำถามเปิด และคำถามปิด ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่า จะเริ่มต้นเล่าประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และสามารถแสดงให้เห็นวัตถุประสงค์การทำงานของคุณ ได้มากน้อยแค่ไหน

Could you tell me about yourself?
(ช่วยเล่าประวัติของคุณให้เราฟังหน่อยสิครับ)

What led you to choose your major field of study, your college, or university?
(ทำไมคุณถึงเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้ และเลือกเอกสาขานี้)

How did you decide to become an (accountant, engineer, etc.)?
(อะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจ อยากเป็น…พนักงานบัญชี)


คำถามที่มักได้ยินในการสัมภาษณ์
ซึ่งผู้สัมภาษณ์นิยมใช้ในการสอบประวัติของเรา
Tell me about what you did at your internship/job? What responsibilities did you have?
(ให้เล่าว่า เคยทำงานอะไรมาบ้าง และ คุณต้องรับผิดชอบเรื่องอะไรบ้าง)

If you were hiring somebody for this position, what qualities would you look for?
(ถ้าคุณกำลังหาใครสักคนมาทำตำแหน่งนี้ คุณคิดว่าคนคนนั้น ต้องมีคุณสมบัติอะไรจึงจะเหมาะ)

What were your motivations in the choice of career for which you are applying?
(อะไรคือสิ่งสำคัญที่คุณ ใช้ตัดสินใจที่จะเลือกสมัคร หรือไม่สมัครงานต่างๆ)

What qualifications do you have that make your think you will be successful?
(ความสามารถอะไรที่คุณมี และคิดว่ามันจะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้)

How do you determine or evaluate success?
(อะไรคือสิ่งที่คุณใช้วัดว่า ประสบความสำเร็จ หรือไม่ประสบความสำเร็จ)

Do you prefer working alone or in groups?
(คุณชอบฉายเดี่ยวหรือทำงานเป็นกลุ่ม)

What kind of people do you like to work with?
(คนแบบไหนที่คุณอยากร่วมงานด้วย)

What qualities should a successful manager possess?
(คุณสมบัติที่ ผู้จัดการที่จะประสบความสำเร็จ ควรจะมี คืออะไร)

Describe the relationship that should exist between a supervisor and his or her subordinates.
(สัมพันธภาพแบบไหน ที่จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาและเจ้านาย รักใคร่กลมเกลียวกัน)

How do you think you work under pressure?
(คุณคิดยังไงกับการต้องทำงานภายใต้ความกดดันมากๆ)

What motivates you to put forth your greatest effort?
(อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้คุณ มีความมานะพยายาม ที่จะทำงานจนสำเร็จให้ได้)

In what part-time or full-time jobs have you been the most interested? Why?
(งานประเภทไหนที่คุณอยากทำมากที่สุด และทำไม)

Could you describe a major problem you have encountered and how you dealt with it?
(อะไรคือปัญหาหนักอกสำหรับคุณ และคุณมีวิธีจัดการกับมันอย่างไร)



Tell me about a difficult situation when it was desirable for you to keep a positive attitude. What did you do?
(ให้เล่าสถานการณ์ที่ยากๆ และต้องใช้ความพยามอย่างสูง ที่จะแก้ไขให้จบลงด้วยดี และคุณแก้ไขสถานการณ์นั้นอย่างไร)

Give me an example of a time you had to make an important decision. How did you make the decision?
(ให้ยกตัวอย่าง เรื่องสำคัญมากๆ ที่คุณต้องตัดสินใจเอง และทำไมคุณถึงตัดสินใจอย่างนั้น)

Tell me about a time when you had to deal with a difficult person. How did you handle the situation?
(ให้เล่าประสบการณ์ที่คุณ ต้องทำงานร่วมกับคนที่เอาใจยากๆ คุณมีวิธีจัดการกับเขาได้อย่างไร)

Tell me about a time you had to handle multiple responsibilities. How did you organize the work you needed to do?
(เมื่อคุณมีเรื่องให้รับผิดชอบมากมาย คุณมีวิธีจัดการกับพวกมันให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างไร)

Give me an example of a time you had to persuade other people to take action. Were you successful?
(จงยกตัวอย่าง วิธีที่คุณใช้โน้มน้าวใจคน ให้ทำงานจนสำเร็จได้ ที่เคยใช้ได้ผลมาแล้ว)

What two or three things are most important to you in a job?
(คุณคิดว่าอะไรคือ สิ่งสำคัญที่สุด 3 อย่าง สำหรับคุณในเรื่องงาน)

What two or three accomplishments have given you the most satisfaction? Why?
(อะไรคือผลงานชิ้นโบว์แดงที่คุณภาคภูมิใจที่สุด ..ทำไม)

What rewards are most important to you in your chosen career?
(ในความคิดของคุณ ..สิ่งตอบแทนอะไร ที่สำคัญสำหรับการเลือกงาน ที่จะทำหรือไม่ทำ)

คำถามที่อาจจะกดดัน ในการสัมภาษณ์

คำถามที่สร้างความกดดัน ที่ต้องการทำให้คุณรู้สึกโกรธ หงุดหงิด หรืออยากจะกรี๊ดใส่หน้าเขาซ่ะเลย นั้นแหละคือสิ่งที่บรรดานายจ้างต้องการ เพราะเขากำลังทดสอบ การควบคุมอารมณ์ การแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ไหวพริบ และความฉลาดบวกเฉลียวของคุณ ความยากง่ายของคำถาม มักขึ้นอยู่กับ ตำแหน่งงานที่คุณสมัครด้วย ถ้ายิ่งเป็นตำแหน่ง ที่ต้องเผชิญกับปัญหาร้อยแปด เตรียมตัวไว้ให้ดี คุณอาจจะต้องตะลึง กับคำถาม ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต ลองมาดูคำถามเหล่านี้กันบ้าง?

What do you consider your major strengths and weaknesses?
(ไหนคุณลอง วิจารณ์วิชาเอกที่คุณเรียนมา หน่อยซิ ว่ามีจุดเด่นและจุดด้อยตรงไหนบ้าง)

How would you describe yourself? How do you think other people who know you would describe you?
(คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร และคุณคิดว่าคนอื่นๆ ที่รู้จักคุณจะพูดถึงคุณว่าอย่างไรบ้าง)

What are your short-range and long-range career goals, and why? How are you preparing yourself to achieve them?
(ช่วยเล่าถึง เป้าหมายในการทำงาน ทั้งระยะสั้น และระยะยาวของคุณ ให้ฟังหน่อย และบอกสาเหตุของการตั้งเป้าหมายนั้นด้วย แล้วคุณเตรียมการไว้อย่างไรบ้าง เพื่อจะทำให้บรรลุเป้าหมายนั้น)

What would you say are some of the basic factors that motivate you?
(ปัจจัยพื้นฐานอะไร ที่เป็นแรงจูงใจในการทำงานของคุณ)

What would you really like to do in life?
(อะไรที่คุณชอบทำ มากที่สุดในชีวิต)

What do you see yourself doing five years from now?
(คุณอยากจะทำอะไร ในอีก 5 ปีข้างหน้า)

What have you learned from your mistakes?
(คุณเรียนรู้อะไรได้บ้าง จากประสบการณ์ที่ผิดพลาดต่างๆ )

Why should I hire you?
(คุณสามารถให้เหตุผลได้ไหมว่า ทำไม ผม/ดิฉัน ต้องรับคุณเข้าทำงานด้วย)



เทคนิคสัมภาษณ์งาน

เตรียมตัวรับสถานการณ์

ก่อนไปสัมภาษณ์งาน การเตรียมพร้อม เป็นวิธีที่ดี ที่สามารถลดความประหม่า ในการสัมภาษณ์งานได้ โดยการอ่านทวน Resume ของคุณให้มั่นใจว่า คุณจะไม่หลงลืม รายละเอียดต่างๆ เหล่านั้นทั้ง ประสบการณ์ ทักษะความชำนาญ เป้าหมายในการทำงาน สิ่งที่สนใจ และความสามารถต่างๆ ที่เป็นข้อดีที่จะทำให้คุณ ดูเหมาะสมกับงานนั้น จำไว้ว่า ในวันนั้น มีคำถามมากมาย ที่รอให้คุณตอบ แล้ววิธีตอบที่ดีที่สุด คือ สั้น กระชับ และชัดเจน อาจจะเสริมความเข้าใจด้วย การยกตัวอย่างประกอบ ด้วยก็ได้

ลองฝึกถาม-ตอบคำถาม ที่นายจ้างนิยมถามกัน แล้วหาคำตอบที่ฟังดูเข้าที และอย่าลืมเน้น คุณสมบัติที่ดี ต่อตำแหน่งที่สมัครไว้ แต่ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับ ประสบการณ์แย่ๆ หรืองานยากๆ แนะนำให้คุณ เล่าประสบการณ์นั้น ให้เหมือนเป็น บทเรียนชั้นยอดของคุณด้วย

ในระหว่างการสัมภาษณ์ คุณสามารถถาม คำถามที่คุณอยากรู้ ได้เช่นกัน เมื่อผู้สัมภาษณ์เปิดโอกาส ด้วยการถามว่า "เออ..คุณมีอะไรสงสัย ที่อยากจะถามผมไหมครับ?" ถ้าคิดว่า คุณเข้าใจดีหมดทุกเรื่องแล้ว ให้ตั้งคำถามที่เกี่ยวกับงาน จะทำให้คุณดูดี และมีความสนใจงาน มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับบริษัทฯ และอุตสาหกรรมเป็นอย่างดี แต่จำไว้ว่า ทุกคำถามที่ออกจากปากคุณ จะโชว์สมองของคุณด้วย! (คิดทุกคำที่พูด อย่าพูดทุกคำที่คิด)


อาการประหม่าที่อาจเกิดขึ้น

ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ถ้าคุณต้องตัวสั่นเทา เหยื่อแตก มือเท้าเย็น ใจเต้นรัว หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม ด้วยความประหม่า อย่างแสนสาหัส ในขณะสัมภาษณ์งาน หรือไม่ก็อึ้ง..นิ่งเงียบอยู่นาน กับคำถามที่ถามง่าย แต่ตอบไม่ออก หรือกับสารพัดวิธีที่ ต้องการทดสอบคุณ แต่คุณสามารถเอาชนะ ความประหม่าเหล่านี้ได้ เพียงแค่คุณมีการเตรียมพร้อมทีดี และเป็นผู้สมัคร ในแบบที่นายจ้างต้องการ:
และนี่คือพนักงานที่มีคุณสมบัติ ตรงกับความต้องการ ของนายจ้างมากที่สุด:
• เป็นคนที่มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์เรื่องงานที่แน่นอน และสามารถอธิบายทักษะความชำนาญ ที่เป็นข้อดีกับงานที่สมัครได้ (ให้ดูใน Resume แล้วยกตัวอย่าง หรือเพิ่มรายละเอียด ที่น่าสนใจเข้าไป)
• ป็นคนฉลาด รู้จักหาข้อมูลเรื่อง ตำแหน่งงาน, บริษัท, ผลิตภัณฑ์, ประเภทอุตสาหกรรม ของบริษัทฯ ที่ตนเองกำลังมาสัมภาษณ์งานอยู่ ท ต้องสามารถบอกได้ว่า ประสบการณ์ และทักษะความชำนาญ ของตน เหมาะกับตำแหน่งงานนี้อย่างไรบ้าง?
• ต้องมีความมั่นใจในตัวเอง และมั่นใจในความสามารถของตน ว่าจะทำประโยชน์ให้กับบริษัทได้แน่นอน
• ต้องสามารถเล่าประวัติการทำงาน ยกตัวอย่าง สาธิตวิธีการทำ และแสดงผลงานที่เด็ดๆ ให้เขาเห็นได้


จดหมายสมัครงาน
เขียนจดหมายสมัครงานอย่างไรให้ได้งาน

คุณเคยสงสัยบ้างไหม ว่าทำไมส่งจดหมายสมัครงานไปเท่าไร ก็ไม่เห็นมีบริษัทฯ ไหน จะติดต่อกลับมาสักที่! ทั้งๆ ที่คุณก็ ออกจะเพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติและคุณสมบัติ..ไม่ใช่แค่เรียนเก่ง ได้เกียรตินิยมเหรียญทองน่ะ ประสบการณ์การทำงานก็มีมาก มนุษยสัมพันธ์ดี เรื่องคอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ต หรือภาษารึก็เป็นเลิศ เก่งทั้งบู้ทั้งบุ้นออกปานนี้.. ทำไม๊…ทำไมก็ไม่รู้ ไม่ยักมีใครสนใจฉันบ้างเล้ย? ข้อสันนิฐานอันแรกที่น่าสงสัยที่สุดก็คือ "จดหมายสมัครงาน" ที่เขียนไปจ๊ะจ๋ากับว่าที่เจ้านายของคุณน่ะ มันน่าอ่านมากก..จนอดใจไม่ไหว ที่จะขย้ำๆๆ.. แล้วโยน..ใส่ถังขยะไปเลย มากกว่าจะอยากดูตัวคนเก่ง อยากเรียกมาสัมภาษณ์ เพื่อรับเข้าทำงานด้วย นะซิค่ะ ถ้าคุณอยู่ในข่ายนี้ เรามาดูวิธีเขียนจดหมายสมัครงานแบบเจ๋งๆ โดนใจคนอ่านกันดีกว่าค่ะ

"จดหมายสมัครงาน" มันอาจเป็นแค่ "จดหมายปะหน้า ประวัติการทำงาน (Resume)" สำหรับผู้สมัคร แต่สำหรับบรรดานายจ้างแล้ว มันคือ "ข้อสอบวิชาศิลปะในการติดต่อสื่อสาร" และแสดงถึง "ประสิทธิภาพในการทำงาน" ที่เขาต้องตรวจและให้คะแนน เพื่อคัดเลือกคนดี มีคุณภาพจริงๆ เท่านั้น โดยพิจารณาได้จาก การใช้รูปแบบจดหมายที่ถูกต้อง การสะกดคำ การใช้ไวยากรณ์ การเรียบเรียง ความสะอาด ความรอบครอบ ความสามารถในการสื่อสาร ให้ซึ้งว่า คุณน่ะคือ ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับงานของเขา ได้อย่างชัดเจน และไม่ติดขัด และต้องมีความตั้งใจจริงที่จะทำงาน ด้วย ฯลฯ ดังนั้น..จำไว้ว่า..เก่งมาจากไหน ก็แห้วได้ ถ้าจดหมายสมัครงานไม่ได้เรื่อง..


รูปแบบของจดหมายสมัครงาน
• จดหมายสมัครงานแบบทั่วไป แบบนี้จะประกอบด้วย ตัวจดหมายและประวัติการทำงาน ซึ่งจะระบุตำแหน่งงานที่คุณต้องการสมัครไว้ชัดเจน ฉะนั้นจะแบบนี้จะเน้นเฉพาะตำแหน่ง ที่สมัครเท่านั้น
• จดหมายสมัครงานที่ไม่ได้ระบุตำแหน่งงาน จดหมายแบบนี้ ก็ส่งพร้อมกับประวัติการทำงานด้วยเช่นกัน และถูกส่งไปยังบริษัทต่างๆที่มีลักษณะองค์กร ตรงกับความต้องการของคุณ วิธีนี้ดีสำหรับคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานมากๆ
• จดหมายสมัครงานทางอินเตอร์เน็ต (networking letter) จดหมายแบบนี้ต้องการข้อแนะนำหรือข่าวสาร และถูกส่งไปที่บริษัทที่ต้องการได้โดยตรง หรือผ่าน บริษัท จัดหางานออนไลน์ ซึ่งใช้ได้ผลดีไม่ต่างจากแบบอื่น แถมยังรวดเร็วกว่าด้วย ซึ่งเป็นวิธี ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน


เคล็ดลับ ของการเขียนจดหมายสมัครงาน

จดหมายสมัครงานที่ดี จะทำให้นายจ้างสนใจคุณขึ้นมาทันที จนไม่สามารถอดใจ ที่จะพลิกไปดู Resume ของคุณเพื่อให้มั่นใจยิ่งขึ้น ดังนั้น ในจดหมาย จึงไม่ควรเขียนอะไรที่ไม่จำเป็นลงไปอีก
• เขียนสรุปให้ได้ใจความสำคัญ แต่ไม่ควรยาวเกิน 1 หน้ากระดาษ A 4 โดยให้ตัดอะไรที่เยินเย้อ และไม่ได้ทำให้คุณดูดีขึ้น ทิ้งไปให้หมด เช่น ประวัติชีวิตตั้งแต่เข้าอนุบาลยันมัธยมปลาย (เสียเวลาเปล่าค่ะ)
• ต้องทุ่มเททั้งกายทั้งใจ พยายามเค้นคุณสมบัติในตัวทั้งหมดออกมา แล้วเขียนให้ชัดเจนว่า ทำไม คุณจึงเหมาะกับตำแหน่งนี้ มากที่สุด
• เขียนแจกแจงถึง ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่คุณสามารถทำงานตำแหน่งนี้ ที่บริษัทของเขาได้อย่างไรบ้าง เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า คุณมีความสนใจและอยากทำงานนี้จริง
• บอกเหตุผลว่า ทำไมคุณถึงเขียนมา และทราบข่าวมาจากไหน
• อย่าลืมว่าต้องเขียนให้กระฉับแต่ได้ใจความ
• จงเขียนอย่างมั่นใจ ว่าคุณเหมาะสมกับตำแหน่งนี้..อย่างไร ถ้านายจ้างต้องการคนที่มีทั้งความรู้ และความชำนาญ ก็บอกไปเลยว่า "ดิฉันมีครบทั้งสองอย่างค่ะ" พร้อมกับยกตัวอย่างผลงานชิ้นโบว์แดงของคุณ ให้เห็นกันจะๆ ไปเลยว่า คุณน่ะ..ไม่ธรรมดา!
• ให้อ้างถึงประสบการณ์ การทำงานเข้าไว้ โดยบอกว่า "จากประสบการณ์ในการทำงาน ดิฉันมีคุณสมบัติตรงตามที่คุณต้องการแน่นอนค่ะ" เป็นต้น
• ไม่ควรเขียน ให้ไปอ่านจากประวัติการทำงาน (Resume) ที่แนบมา ซ้ำๆ ซากๆ คุณควรเขียนในจดหมายเลยว่า ผลงานเด็ดๆ ของคุณมีอะไรบ้าง
• จะดูดเชยมาก ถ้าขึ้นต้นประโยคด้วย "ดิฉัน" หรือ "กระผม" บ่อยเกินเหตุ น่าจะดูดีกว่า ถ้าจะใช้คำ หรือ กลุ่มคำสั้นๆ แต่ได้ความหมาย แทนบ้าง
• อย่าใช้คำย่อ
• อย่าลืมเซ็นชื่อต่อจากคำลงท้ายของจดหมาย (นี่คือจุดที่จะประจานความสับเพลาได้ดีที่สุด)
• อย่าลืม แจ้งว่า คุณได้แนบ เอกสารประวัติการทำงาน (Resume) มาด้วย ที่ด้านล่างของลายเซ็น เว้นระยะประมาณ 3 บรรทัด
• ใส่ชื่อ ตำแหน่ง บริษัท และที่อยู่ของคน ที่คุณต้องการส่งถึง ให้ถูกต้อง ชัดเจน
• ใช้กระดาษ และซองอย่างดี และควรใช้สีเดียวกัน
• ตรวจทานทั้งจดหมาย และประวัติการทำงานให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการสะกดคำ ไวยากรณ์ เครื่องหมายต่างๆ ห้ามผิดพลาดโดยเด็ดขาด ถ้าไม่แน่ใจให้ใครช่วยตรวจอีกทีก็ได้

วิธี และคำอธิบายของการเขียนจดหมายสมัครงาน
ชื่อของคุณ
ที่อยู่(เขต, จังหวัด รหัสไปรษณีย์)
เบอร์โทรศัพท์

วันที่
ชื่อบุคคลที่คุณส่งไปถึง
ตำแหน่ง
ชื่อบริษัทที่ต้องส่ง
ทีอยู่ (เขต, จังหวัด รหัสไปรษณีย์)

เรียน ชื่อผู้ที่ต้องการส่งถึง:

ย่อหน้าแรก
เนื้อหาของย่อหน้าแรก จะประกอบไปด้วย ข้อความที่แนะนำตัวเอง เหตุผลที่เขียนจดหมายมาและได้ข่าวงานนี้จากที่ไหน เพื่อผู้อ่านจะได้ทราบว่า อ้อ! ต้องการสมัครงาน แต่อย่าลืม.. อ้างถึงคนที่แนะนำคุณมาด้วยล่ะ ยิ่งเส้นกวยจั๊บยิ่งดี เผื่อจะมีคะแนนเกรงใจ(ท่าน!) ระบุตำแหน่งที่คุณต้องการสมัครให้ชัดเจน พร้อมทั้งแสดงความชื่นชมที่คุณมีกับบริษัทฯ เฝ้าติดตามข่าวคราวตลอด เพื่อบอกเป็นนัยๆ ว่าอยากทำงานที่นี่เหลือเกิน (แต่ถ้ารู้แต่เรื่องแย่ๆ ก็รูดซิปปากให้สนิท)

ย่อหน้าที่สอง
เขียนบรรยายสรุปคราวๆ ด้านการศึกษา แต่ให้เน้นถึง ความสามารถ กิจกรรมต่างๆ ผลงานที่ประสบความสำเร็จ และประสบการณ์เรื่องงาน ของคุณ แต่จำไว้ว่า สั้นๆ กระชับ และได้ใจความ



ย่อหน้าที่สาม
ย่อหน้านี้ ถือเป็นหัวใจของจดหมายทีเดียว ข้อความที่จะเขียน ต้องบรรยายทั้งประสบการณ์ และความสามารถทั้งหมดในตัวคุณออกมา ให้ดูเป็นคนที่มีสมบัติ ตรงกับที่เขาประกาศหาอยู่พอดี อาจจะยกตัวอย่าง ผลงานที่ดีพอ จะการันตีความสามารถของคุณสักชิ้น หรือถ้ามีหลายชิ้น ก็อาจจะแจ้งให้ดูรายละเอียดใน Resume ได้ แต่อย่าก๊อบปี้จาก Resume มาทั้งดุ้น ควรเขียนให้สั้นกระชับขึ้น จะได้ไม่ดูซ้ำซากน่าเบื่อ

ย่อหน้าสุดท้าย
คุณควรแจ้งว่า ต้องการสอบสัมภาษณ์ เวลาที่สะดวก แต่ถ้าคุณไม่อยากเป็นฝ่ายรอ คุณก็สามารถแจ้งว่า จะโทรศัพท์ไปขอนัดเองสัมภาษณ์ด้วยตัวเองก็ได้ และแสดงความยินดี ที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมหากเขาต้องการ ที่สำคัญอย่าลืม เขียนแสดงความรู้สึกขอบคุณผู้อ่าน สักประโยค ที่ได้สละเวลา และให้ความสนใจอ่านจดหมายของคุณจนจบ

คำลงท้าย (ด้วยความนับถือ หรือ ด้วยความนับถืออย่างสูง)
เซ็นชื่อ
ชื่อและนามสกุล(เขียนตัวบรรจงหรือพิมพ์ดีด)

สิ่งที่แนบมาด้วย:

ตัวอย่างจดหมายสมัครงาน
จดหมายสมัครงาน เปรียบเหมือน กระดาษฉลากที่พันรอบตัวคุณอยู่ นอกจากรายละเอียดข้างกระป๋องจะต้องถูกใจคนซื้อแล้ว รูปแบบของสินค้าที่เขาเห็น (ซึ่งเปรียบได้กับ ความสามารถพิเศษที่แตกต่าง) ยังต้องถูกใจด้วย ถึงจะขายออก! เรามาสรุปกันอีกทีดีกว่า เลือกงานที่มั่นใจว่าทำได้จริงๆ เขียนเน้นประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถทั้งหมด ที่จะทำให้คุณได้งานนั้น เขียนจี้ให้ตรงประเด็น สั้นและได้ใจความ ภายใน 1 หน้าเท่านั้น ต้องความสะอาดเรียบร้อย ถูกต้อง ตรวจทานด้วยตัวเองหลายๆ รอบ และอย่าไว้ใจโปรแกรมตรวจคำผิดในคอมพิวเตอร์เด็ดขาด! และนี่คือตัวอย่างจดหมายสมัครงานที่คุณสามารถใช้เป็นแนวทางในการเขียนได้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ค่ะ

Miss Janthanee Sritrilak
73/4 Sukhumvit 55 Road
Wattana, Bangkok 12345
Tel: 2345678

July 15th , 2000

Miss Varin Na-Nakorn
Vice President Internet Company Limited
25/65 Ramkhumhang Road
Bangkapi, Bangkok 10240

Dear Miss Varin,

The teller position described in your recent Daily Record advertisement immediately caught my attention. My proven track record working for a financial institution makes me an ideal candidate for the job, and I have enclosed my resume for your consideration. You will find that my qualifications more than meet your requirements.

For example, you specify that you are looking for someone with customer service skills and experience handling money. While attending college, I worked for my university's credit union for two year. While there I handled cash transactions, opened accounts, prepared general ledger entries, took loan payments, cashed check, and took deposits. I am a skilled team player with exemplary customer service skills.

I look forward to discussing the position with you in more detail. If you feel that my qualifications are as much a match for State Street investment Bank as I feel they are, please call me at your earliest convenience to schedule an interview. I look forward to hearing from you and thank you for your consideration.

Sincerely,
Janthanee Sritrilak
Enclosure: 1 Resume

1 comments:

Teeradate said...

เจ๋งๆๆๆๆ

www.SearchThaiJob.com

Post a Comment



Creative Commons License
Tung's blog by http://tungblog.atikomtrirat.com is licensed under a Creative Commons Attribution-Share Alike 3.0 Unported License.