~ just web development & e-commerce blog

9/30/07

ICT เดินหน้าฟ้อง “Google” กรณีเว็บไซต์ Youtube

นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า กระทรวงไอซีทีจะยื่นคำร้องต่อศาลอาญาวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ เพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินในการสั่งปิดเว็บไซต์ยูทูบ จากนั้นจะฟ้องในคดีอาญาต่อบริษัทกูเกิล ประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ยูทูบ เพื่อแสดงให้เห็นท่าทีประเทศไทยต่อการเผยแพร่ภาพและวิดีโอ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพของยูทูบ หลังจากพยายามเจรจาให้ลบภาพดังกล่าวแต่ไม่เป็นผล ทั้งนี้ กระทรวงไอซีทีได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการเผยแพร่ข้อความหรือภาพบนเว็บไซต์ยูทูบ โดยมีนายสือ ล้ออุทัย รองปลัดกระทรวงไอซีที เป็นประธาน ทั้งนี้ เห็นว่าบริษัทที่มีธรรมาภิบาลควรดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายของประเทศนั้น ๆ ด้วย ไทยจึงจำเป็นต้องใช้อำนาจตุลาการในเรื่องดังกล่าว ส่วนการฟ้องร้องระหว่างประเทศนั้น กำลังศึกษาว่าจะทำได้หรือไม่ ล่าสุดยูทูบ ได้ส่งอีเมล แจ้งว่าให้ไทยส่งหลักฐาน ซึ่งเป็นหน้าเว็บไซต์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพกลับไปยูทูบอเมริกา เพื่อดำเนินการตามที่ไทยร้องขอ ซึ่งกระทรวงไอซีที เห็นว่าเป็นเพียงเกมของยูทูบเท่านั้น.-สำนักข่าวไทย

9/28/07

Google 9th Anniversary : กูเกิลครบรอบ 9 ปี

The image “http://www.google.com/logos/9th_birthday_res.gif” cannot be displayed, because it contains errors.

9/26/07

กระทรวงศึกษาดึง Google Apps แก้ความรุนแรงในเด็ก



กูเกิลแอปส์ (Google Apps)

กระทรวงศึกษาธิการประเดิมดึงกูเกิลแอปส์ (Google Apps) ประกอบยุทธศาสตร์ดึงผู้ปกครองมาร่วมแก้ปัญหานักเรียน-นักศึกษาใช้ความรุนแรง นำร่องในกลุ่มโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน โรงเรียนเอกชนและรัฐที่มีศักยภาพในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจำนวน 450 โรงเรียน ให้หันมาใช้กูเกิลแอปส์ในการสื่อสารกับผู้ปกครองเพื่อการรับรู้ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นที่โรงเรียน

นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ศธ.มียุทธศาสตร์ดึงผู้ปกครองมาร่วมแก้ปัญหานักเรียน นักศึกษาใช้ความรุนแรง ผ่านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สื่อสารกับผู้ปกครองรับรู้ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นที่โรงเรียน หรือสิ่งที่ผู้ปกครองควรเข้าใจ เช่น ความปลอดภัยการใช้อินเทอร์เน็ต การสื่อสารกับวัยรุ่น การสร้างความอบอุ่นในครอบครัว

"เราจะร่วมมือกับผู้แทน Google ประจำประเทศไทย ทดลองให้กลุ่มโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน โรงเรียนเอกชนและรัฐที่มีศักยภาพในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจำนวน 450 โรงเรียน ในโปรแกรมใหม่พัฒนาโดยบริษัท Google เรียกชื่อ Google Apps ซึ่งโรงเรียนจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ มีพื้นที่เก็บข้อมูลให้ 2 กิกะไบต์ต่อผู้ใช้ 1 คน ให้ผู้ปกครองนักเรียนทุกคนใช้ติดต่อสนทนาออนไลน์ จัดปฎิทินโรงเรียน ส่งข้อความ เชิญประชุม ความเคลื่อนไหวของโรงเรียน"

นางจรวยพรระบุว่า สำนักงานปลัดกระทรวงฯจะวางแผนร่วมกับบริษัท Google เพื่อวางยุทธศาสตร์หลักการสื่อสารของโรงเรียนถึงผู้ปกครอง เนื่องจากพบว่าผู้ปกครองไทย ไม่ค่อยมีเวลาร่วมประชุมกับโรงเรียน แต่ต้องการคำแนะนำบุตรหลาน คาดว่าโครงการนี้จะแก้ปัญหาได้ทันสมัยทันเหตุการณ์

..ช่างคิดจริงๆ..

ข่าว : CyberBiz

Wimax เริ่มเปิดแล้วในเมืองไทย เร้ซกันแบบสุดๆ




เด็กนักเรียนในพื้นที่รัศมีรอบม.แม่ฟ้าหลวง 21 โรงเรียน เป็นกลุ่มแรกที่ได้ใช้งานไวแมกซ์ กทช. จัดงบลงทุนให้ 70 ล้านบาท ทำโครงการต้นแบบศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบท ให้ใช้ระบบสื่อสารยุคใหม่ประยุกต์เพื่อสื่อสารการออนไลน์ พร้อมลดปัญหาช่องว่างและยกระดับชีวิตการใช้งานอินเทอร์เน็ตชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล

สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ( สกทช.) โดยการมอบหมายจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง(มฟล.) ได้ตกลงร่วมกันจัดทำโครงการต้นแบบศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบท เพื่อเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนม์มายุ 80 พรรษา ซึ่งโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมและขยายโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ของ ครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ชนบท รวมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม

พลเอกชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) กล่าวว่า โครงการนี้มีระยะเวลา 3 ปี ลงทุนประมาณ 70 ล้านบาท ซึ่งทาง สกทช. เป็นผู้ดูแลงบประมาณเงินลงทุน ที่มาจากงบจัดสรรประจำปีงบประมาณ โดยยังไม่ใช้งบจากเงินกองทุนบริการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะในท้องถิ่นห่างไกล(USO) และมอบหมายให้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นผู้รับดำเนินโครงการ ซึ่ง สำนักงาน กทช. จะเป็นผู้คำปรึกษา โดยทุกๆ 3 เดือนจะมีรายงานต่อ กทช. ให้ทราบ โดย กทช. ได้มอบหมายให้ สำนักงาน กทช. จัดทำการประเมินผลการดำเนินโครงการในแต่ละส่วน ทั้งด้านทางเทคนิค อุปสรรคปัญหา เพื่อประเมินในเรื่องของผลสำเร็จว่าได้ผลเพียงใด

สำหรับโครงการต้นแบบศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบท มีสำนักงาน กทช.และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นหน่วยงานหลักดำเนินโครงการ พร้อมร่วมด้วยกระทรวงศึกษาธิการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนในพื้นที่ต้นแบบ และเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดเชียงราย

“จะเป็นโครงการต้นแบบของการนำระบบสื่อสารโทรคมนาคม ทั้งไวแมกซ์ ไว-ไฟ บรอดแบนด์ มาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์การศึกษาและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ชนบท ก่อนที่จะขยายรูปแบบไปยังพื้นที่ส่วนจังหวัดอื่น”



โครงการความร่วมมือจะเริ่มดำเนินการ โครงการตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ ในการติดตั้งอุปกรณ์ เครือข่าย และจะเริ่มดำเนินโครงการอย่างเต็มรูปแบบเดือนกุมภาพันธ์ปี 2551 ส่วนรูปแบบโครงการของศูนย์ทางไกลนั้น เริ่มจากคัดเลือกโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาใน จ.เชียงราย เป็นโรงเรียนต้นแบบในโครงการ 21 แห่ง เพื่อปรับปรุง หรือ ติดตั้งระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 1-2 Mbit/sec โดยใช้ข่ายสื่อสารเอดีเอสแอล,ไวแมกซ์ หรือข่ายสื่อสารดาวเทียมไอพีสตาร์ ตามความเหมาะสม โดยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะเป็นศูนย์กลางรวบรวมและพัฒนาแหล่งข้อมูล สื่อการสอนต่างๆ ผ่านระบบเครือข่ายที่สร้างขึ้น ภายใต้การดูแลของ สกทช. และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในส่วนของการพัฒนาหลักสูตรและการพัฒนาวิชาการต่างๆ ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี และข้อมูลเกี่ยวกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน


ข้อมูลเสริมเพิ่มเติม จาก Siamphone.com


WiMax (Worldwide Interoperability for Microwave Access)
มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า IEEE802.16x เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจาก Wi-Fi ที่ตอบสนองความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูงได้ในพื้นที่รัศมีมากกว่า 8 กิโลเมตร (5 ไมล์) ต่อการติดตั้งจุดเชื่อมต่อ (Hot Spot ) หนึ่งจุด โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำมาใช้ในบริเวณที่สายโทรศัพท์ลากไปไม่ถึงหรือพื้นที่ Last Mile และการเปิด ให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงให้กับองค์กรขนาดใหญ่เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการลากสาย

สำหรับมาตรฐานของเทคโนโลยี WiMAX ที่มีการพัฒนาขึ้นมาในขณะนี้นั้น มีดังต่อไปนี้

IEEE 802.16 เป็นมาตรฐานที่ให้ระยะทางการเชื่อมโยง 1.6-4.8 กิโลเมตร เป็นมาตรฐานเดียวที่สนับสนุน LoS (Line of Sight) โดยมีการใช้งานในช่วงความถี่ที่สูงมากคือ 10-16 กิกะเฮิรตซ์ (GHz)

IEEE 802.16a เป็นมาตรฐานที่แก้ไขปรับปรุงจาก IEEE 802.16 เดิม โดยใช้งานที่ความถี่ 2-11 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งคุณสมบัติเด่นที่ได้รับการแก้ไขจากมาตรฐาน 802.16 เดิมคือคุณสมบัติการรองรับการทำงานแบบที่ไม่อยู่ในระดับสายตา (NLoS - Non-Line-of-Sight) ทั้งยังมีคุณสมบัติการทำงานเมื่อมีสิ่งกีดขวาง อาทิเช่น ต้นไม้, อาคาร ฯลฯ นอกจากนี้ก็ยังช่วยให้สามารถขยายระบบเครือข่ายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงได้อย่างกว้างขวาง ด้วยรัศมีทำการที่ไกลถึง 30 ไมล์ หรือประมาณ 48 กิโลเมตร และมีอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดถึง 75 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) ทำให้สามารถรองรับการเชื่อมต่อการใช้งานระบบเครือข่ายของบริษัทที่ใช้สายประเภท ที 1 (T1-Type) กว่า 60 ราย และการเชื่อมต่อแบบ DSL ตามบ้านเรือนที่พักอาศัยอีกหลายร้อยครัวเรือนได้พร้อมกันโดยไม่เกิดปัญหาในการใช้งาน

IEEE 802.16e เป็นมาตรฐานที่ออกแบบมาให้สนับสนุนการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์พกพาประเภทต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์พีดีเอ โน้ตบุ๊ก เป็นต้น โดยให้รัศมีทำงานที่ 1.6-4.8 กิโลเมตร มีระบบที่ช่วยให้ผู้ใช้งานยังสามารถสื่อสารได้โดยให้คุณภาพในการสื่อสารที่ดีและมีเสถียรภาพขณะใช้งาน แม้ว่ามีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาก็ตาม

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายมาตรฐาน WiMAX นั้น มีองค์กรที่ได้รับการจัดตั้งจากบรรดาบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เรียกว่า WiMAX Forum ขึ้น เพื่อร่วมกันพัฒนาและกำหนดมาตรฐานกลางของเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูงมาตรฐาน IEEE 802.16 รวมถึงการทำหน้าที่ทดสอบและออกใบรับรองให้แก่อุปกรณ์ที่ใช้มาตรฐานไร้สายระบบใหม่ ทั้งนี้มีมาตรฐาน IEEE 802.16 จะถูกเรียกกันโดยทั่วไปว่า WiMAX เช่นเดียวกับมาตรฐาน IEEE 802.11 ที่เคยเป็นที่รู้จักในชื่อ Wi-Fi มาแล้ว

http://www.manager.co.th
http://www.siamphone.com

เตือนภัยตู้ ATM ปลอมของมิจฉาชีพในเมืองไทย : ATM in Thailand

ข้อมูลที่เคยมีมานานแล้วแต่เป็น FW mail ที่มาจากทางเมืองนอก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีข่าวในเมืองไทยเป็นระยะๆ ใน TV ก็เคยนำข่าวมาออก

แต่ก็เป็นเรื่องที่อีกหลายๆคนยังไม่ทราบ และก็อาจจะเกิดการเสียทรัพย์สินไปได้อย่างไม่รู้ตัว ด้วยเทคโนโลยีที่แสนล้ำยุค แต่นำไปใช้ในทางที่ผิด เรื่องนี้มาจากกระทู้กรุเก่าในเว็บ Pantip.com ที่อยากจะนำมาเผยแพร่เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆที่ชอบ เทคโนโลยี ได้รับทราบกันครับ




รายงานข่าวจากธนาคารพาณิชย์เปิดเผยว่า ชมรมธุรกิจบริการ ATM แจ้งเตือนสมาชิกทุกธนาคารให้เพิ่มความระมัดระวังการทุจริตผ่านระบบ ATM ด้วยวิธีการที่เรียกว่า Skimming ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีการ เช่น การติดตั้งอุปกรณ์หรือแป้นกดรหัสมาวางทับแป้นจริง หรือการสอดอุปกรณ์ที่ช่องเสียบบัตร ATM โดยทั้ง 2 วิธีเพื่อบันทึกข้อมูลบนบัตรพร้อมรหัสไปผลิตบัตรใหม่ แล้วสามารถทำการถอนเงินจากบัญชีลูกค้าจนหมดได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ชมรมธุรกิจบริการ ATM ได้เรียกสมาชิกเพื่อหาวิธีการป้องกันและแจ้งเตือนลูกค้าธนาคาร หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขา อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต ตรวจพบความผิดปกติดังกล่าวบนแป้นกดรหัส ATM

ล่าสุด ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้ส่งหนังสือเวียนไปยังสาขาธนาคารทุกแห่งให้ระมัดระวังเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยนางเยาวลักษณ์ พูลทอง ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการสื่อสารองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ของธนาคารได้ตรวจพบความผิดปกติดังกล่าวที่ อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต แต่ลูกค้าธนาคารหรือลูกค้าบัตร ATM ธนาคารอื่นที่มาใช้ตู้ ATM ของธนาคารไม่ได้รับความเสียหายจากการพยายามทำทุจริตดังกล่าว เนื่องจากได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องเกี่ยวกับกรณีพยายามทุจริต

"ธนาคารพบคือการนำแป้นกดรหัสปลอมมาวางทับบนแป้นกดรหัสของเครื่อง ATM อีกชั้นหนึ่ง และนำอุปกรณ์ที่หน้าตาเหมือนช่องเสียบบัตร ATM มาติดทับบนช่องสอดบัตรของเครื่องเอทีเอ็ม" นางเยาวลักษณ์ ระบุ



แป้นกดที่ถูกซ้อนเข้าไปเพื่อดักรหัส ATM ไม่ต้องใช้กล้องดูเหมือนแต่ก่อนแล้ว


ขณะเดียวกัน ธนาคารยังได้ป้องกันการทุจริตและลูกค้าธนาคาร โดยแจ้งเรื่องนี้ให้ชมรมธุรกิจบริการ ATM ซึ่งมีธนาคารทุกแห่งเป็นสมาชิกได้ทราบ เพื่อร่วมกันป้องกันการกระทำดังกล่าว โดยในเบื้องต้นจะช่วยกันดูแลตู้บริเวณใกล้เคียงกัน

นอกจากนี้ ในส่วนของธนาคารเอง ได้จัดทำหน้าจอเพิ่มอีก 1 ขั้นตอนเป็นการเตือนลูกค้าก่อนที่จะใส่รหัส ATM โดยให้ใช้มือบังเมื่อกดแป้นรหัสเพื่อป้องกันผู้อื่นเห็นรหัส ATM และสำหรับเรื่องนี้ได้มีการเตรียมการจัดทำ Sticker เพื่อติดที่เครื่อง ATM ทุกเครื่อง เพื่อเป็นการเตือนลูกค้าอีกด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันธนาคารมีตู้ ATM จำนวน 2,800 ตู้



ช่องรับบัตรถูกซ้อนเข้าไปด้วยเครื่องคัดลอกข้อมูลบัตร (Skimming)


แหล่งข่าวจากธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ระบุว่า ขณะนี้ธนาคารเร่งปรับปรุงหน้าจอ ATM ของธนาคารเพื่อแจ้งเตือนลูกค้าเกี่ยวกับพฤติกรรมการทุจริตดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีตู้ ATM จำนวน 3,500 ตู้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือเวียนที่ชมรมธุรกิจบริการ ATM มีถึงพนักงานระบุว่า เนื่องจากปัจจุบันได้มีกลุ่มมิจฉาชีพได้ติดตั้งเครื่องอ่านข้อมูลจากบัตร ATM และที่แป้นกดรหัสหรือที่เรียกกันว่า ATM Skimming ในหลายๆ พื้นที่ ซึ่งเมื่อท่านทำรายการที่ตู้ดังกล่าวแล้ว คนร้ายสามารถนำข้อมูลบนบัตรพร้อมรหัสไปผลิตบัตรใหม่ แล้วสามารถทำการถอนเงินจากบัญชีจนหมดได้




แปะเข้าไปแบบนี้เลย...


ดังนั้น ก่อนทำรายการใด รบกวนท่านสังเกตความผิดปกติของตู้ ATM ด้วยว่าแป้นกดมีลักษณะไม่น่าไว้วางใจ เช่น เป็นกล่องนูนขึ้นมาอย่างผิดสังเกต หรือที่ช่องรับบัตรมีความผิดปกติของอุปกรณ์ เช่น สีเพี้ยน หรือลักษณะเหมือนมีอะไรมาแปะติดเพิ่ม

นอกจากนี้ หากท่านพบเห็นตู้ของเรามีลักษณะผิดปกติ ขอความกรุณาแจ้งผู้จัดการสาขา หรือผู้จัดการบริการลูกค้า (Counter Bank) หรือโทร. ได้นอกเวลาทำงาน เพื่อจะได้ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

พร้อมกันนี้ ในหนังสือเวียนยังได้แนะนำข้อควรระวัง โดยให้หลีกเลี่ยงการใช้บริการตู้ ATM ที่ติดตั้งในจุดที่เปลี่ยว มืด เพราะคนร้ายสามารถติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวได้ง่าย

ภาพและข่าว: จากคุณ : คุณหน่อง
http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V5831611/V5831611.html

9/25/07

การเลือกซื้อ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (Hard Disk Drive)



ฮาร์ดดิสก์ : ส่วนประกอบสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ ที่ถูกขนาดนามว่าเป็นคลังหรือแล่งจัดเก็บข้อมูลของระบบ กระทั่งปัจจุบันเริ่มมีการดัดแปลงไปสู่ อุสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค (Consumer Electronics : CE) มากขึ้น ด้วยความโดดเด่นในเรื่องการจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ บนปริมาณพื้นที่อันอลังการมากขึ้นทุกวัน ทำให้อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ไม่ได้หยุดอยู่กับที่บนตลาดคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

สำหรับฮาร์ดดิสก์ถูกจัดเป็นอีกองค์ประกอบที่สำคัญไม่น้อยของระบบคอมพิวเตอร์ และเป็นอุปกรณ์ที่ง่ายต่อการอัปเกรด เพราะสเป็คที่ผู้บริโภคดูส่วนใหญ่เน้นเพียงไม่กี่ตัวอาทิ ความจุ ความเร็วรอบ ขนาดหน่วยความจำแคช ซึ่งมันอาจเป็นคำตอบที่ไม่ถูกต้องนักต่อการเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์ในปัจจุบันและอนาคต เพราะเทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานับว่าพัฒนาได้รวดเร็วเอามากๆ ฉะนั้นการเลือกซื้อควรมองให้กว้างขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งประสิทธิภาพการทำงานที่ท่านจะได้รับจากฮาร์ดดิสก์ไปเต็มๆ


ส่วนประกอบของฮาร์ดดิสก์

ฮาร์ดดิสก์จะประกอบไปด้วย จานแม่เหล็กหรือจานดิสก์ (Platter) ซึ่งออกแบบมาสำหรับบันทึกข้อมูลโดยขึ้นอยู่กับสถาปัตยกรรมในการออกแบบด้วยว่าได้มีการ กำหนดให้มีขนาดความจุต่อแผ่นเท่าใด และในฮาร์ดดิสก์แต่ละรุ่นจำต้องใช้จำนวนแผ่นเท่าใด ซึ่งจานแม่เหล็กมีลักษณะเป็นทรงกลมและมีมอเตอร์สำหรับควบคุมการหมุนของจานดิสก์ (Spindle)โดยอัตราความเร็วในการหมุน ณ วันนี้ถูกจัดหมวดออกเป็น 5400,7200 และ 10,000 รอบต่อนาที(rpm) ซึ่งถ้าจำนวนรอบในการหมุนของจาน ดิสก์มีระดับความถี่ที่สูง ก็จะส่งผลให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้นตามไปด้วย




ในส่วนของลักษณะการอ่านเขียนข้อมูลภายในไดรฟ์นั้น จะมีสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยนั้นก็คือหัวอ่านเขียน(Read/Write Head) โดยหัวอ่านเขียนจะมี จำนวนเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนจานดิสก์ด้วย สำหรับหัวอ่านเขียนข้อมูลนั้นเป็นอุปกรณ์ที่จะเคลื่อนที่ไปบนจานดิสก์ โดยจะเว้นระยะห่างระหว่าง หัวอ่านเขียนกับจานดิสก์อย่างคงที่ ซึ่งหากฮาร์ดดิสก์ได้รับการกระทบกระเทือนจนระยะห่างระหว่างหัวอ่านเขียนกับจานดิสก์ผิดเพี้ยนไป จะทำให้ฮาร์ดดิสก์ไม่ สามารถทำงานได้เลย แตปัจจุบันฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่ๆจึงได้มีการออกแบบจุดพักหัวอ่านเขียนไว้ด้านข้างเพื่อกันการทระแทกบนจานดิสก์ นอกจากนี้ ด้านหลังของตัวไดรฟ์ยังประกอบไปด้วย อินเทอร์เฟซ (Interface) ซึ่งเป็นช่องสำหรับเชื่อมต่อกับส่ายสัญญาณประเภทต่างๆ แบ่งได้ตาม ชนิดของฮาร์ดดิสก์ เช่น ฮาร์ดดิสก์แบบติดตั้งภายในมีอินเทอร์เฟซ IDE, SCSI และ Serial ATA และ ฮาร์ดดิสก์แบบติดตั้งภายนอกมักมีอินเทอร์เฟซแบบ USB และ Firewire ซึ่งทั้งสองแบบนั้นจำต้องมีช่องสำหรับต่อเข้ากับแหล่งจ่ายไฟเพื่ออาศัยพลังงานในการหล่อเลี้ยอยู่เสมอด้วย

ชนิดของ ฮาร์ดดิสก์ แบ่งตามการเชื่อมต่อ (อินเทอร์เฟซ)

1. แบบ IDE (Integrate Drive Electronics)
ฮาร์ดดิสก์แบบ IDE เป็นอินเทอร์เฟซรุ่นเก่า ที่มีการเชื่อมต่อโดยใช้สายแพขนาด 40 เส้น โดยสายแพ 1 เส้นสามารถที่จะต่อฮาร์ดดิสก์ได้ 2 ตัว บนเมนบอร์ดนั้นจะมีขั้วต่อ IDE อยู่ 2 ขั้วด้วยกัน ทำให้สามารถพ่วงต่อฮาร์ดดิสก์ได้สูงสุด 4 ตัว มีความเร็วสูงสุดในการถ่ายโอนข้อมูลอยู่ที่ 8.3 เมกะไบต์/ วินาที สำหรับขนาดความจุก็ยังน้อยอีกด้วย เพียงแค่ 504MB เท่านั้นเอง

2. แบบ E-IDE (Enhanced Integrated Drive Electronics)
ฮาร์ดดิสก์แบบ E-IDE พัฒนามาจากประเภท IDE ด้วยสายแพขนาด 80 เส้น ผ่านคอนเน็คเตอร์ 40 ขาเช่นเดียวกันกับ IDE ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพ ในการทำงานให้มากขึ้น โดยฮาร์ดดิสก์ที่ทำงานแบบ E-IDE นั้นจะมีขนาดความจุที่สูงกว่า 504MB และความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่สูงขึ้น โดยสูงถึง 133 เมกะไบต์ต่อวินาทีเลยทีเดียว



http://www.quickpc.co.th/quickdata/guide/hdd/HDD/20-1.jpg


วิธีการรับส่งข้อมูลของฮาร์ดดิสก์แบบ E-IDE ยังแบ่งออกเป็นหลาย ๆ แบบ ทั้งPIO และ DMA

โหมด PIO (Programmed Input Output) เป็นการรับส่งข้อมูลโดยผ่านการประมวลผลของซีพียู คือรับข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ เข้ามายังซีพียู หรือส่งข้อมูลจากซีพียูไปยัง ฮาร์ดดิสก เห็นได้ชัดเลยว่าการทำงานนั้นมีความเกี่ยวข้องกับซีพียู ดังนั้นจึงไม่เหมาะในลักษณะงานที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์บ่อยครั้งหรือการทำงานหลายๆ งานพร้อมกันในเวลาเดียวที่เรียกว่า Multitasking environment ซึ่งการที่ต้องเข้าถึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์บ่อยครั้ง จะทำให้ความสามารถในการทำงานโดยรวมของระบบต่ำลง

โหมด DMA (Direct Memory Access) จะอนุญาตให้อุปกรณ์ต่างๆ ส่งผ่านข้อมูลหรือติดต่อไปยังหน่วยความจำหลัก (RAM) ได้โดยตรงโดยไม่ต้องติดต่อไปที่ซีพียูก่อนเหมือนกระบวนการทำงานปกติ ประโยชน์ของการใช้ DMA ก็น่าจะเห็นได้ชัดเจน เพราะเมื่อซีพียูสามารถมุ่งมั่นกับงานของตนเองให้เสร็จโดยไม่ต้องพะวงว่าจะถูกสะกิดรบกวนจากฮาร์ดดิสก์ให้ช่วยทำงาน ก็สามารถทำให้ซีพียูจัดการงานได้รวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ระบบโดยรวมมีความเร็วสูงขึ้นตามไปด้วย

3. แบบ SCSI (Small Computer System Interface)
ฮาร์ดดิสก์แบบ SCSI (สะกัสซี่) เป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีอินเทอร์เฟซที่แตกต่างจาก E-IDE โดยฮาร์ดดิสก์แบบ SCSI จะมีการ์ดสำหรับควบคุมการทำงาน โดยเฉพาะ ซึ่งเรียกว่า การ์ด SCSI สำหรับความสามารถของการ์ด SCSI นี้ สามารถที่จะควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ที่มีการทำงานแบบ SCSI ได้ถึง 7 ชิ้นอุปกรณ์ด้วยกัน ผ่านสายแพรแบบ SCSI อัตราความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลของฮาร์ดดิสก์แบบ SCSI จะมีความเร็วสูงสุดถึง 320 เมกะไบต์/วินาที รวมถึงกำลังรอบในการหมุนของจานดิสก์อย่างต่ำก็หลักหมื่นโดยปัจจุบันแบ่งเป็น 10,000 และ 15,000 รอบต่อนาที ซึ่งมีความเร็วที่มากกว่าประเภท E-IDE อยู่เยอะ ส่งผลให้ราคานั้นย่อมที่จะแพงเป็นธรรมดา โดยส่วนใหญ่จะนำฮาร์ดดิสก์แบบ SCSI มาใช้กับงานด้านเครือข่าย (Server) เท่านั้น



4. แบบ Serial ATA
เป็นอินเทอร์เฟซที่กำลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน และอีกไม่นานจะพลัดใบเข้าสู่ความเป็น Serial ATA II ซึ่งเมื่อการเชื่อมต่อในลักษณะParallel ATA หรือ E-IDE เริ่มเจอทางตันในเรื่องของความเร็วที่พัฒนาอย่างไรก็ไม่ทัน SCSI ซะที และอีกสาเหตุมาจากสายแพแบบ Parallel ATA เพื่อการส่งผ่านข้อมูลนั้นมีขนาดความกว้างถึง 2 นิ้ว และเป็นที่คุ้นเคยสำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่ตอนนี้อินเทอร์เฟซแบบ Parallel ATA ก็เริ่มเจอทางตันแล้วเหมือนกัน เมื่ออัตราความเร็วในปัจจุบันทำได้สูงสุดเพียงระดับ 133 เมกะไบต์ต่อวินาทีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ส่งผลให้บรรดาผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ต่างพากันหันมาให้ความสนใจเทคโนโลยีต่อเชื่อมรูปแบบแบบใหม่ที่เรียกว่า Serial ATA กันเป็นแถว โดยให้อัตราความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลขั้นแรกสูงสุดถึง 150 เมกะไบต์ต่อวินาที โดยเทคโนโลยี Serial ATA นี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยกลุ่มผู้พัฒนา Serial ATA ซึ่งได้เผยข้อกำหนดคุณสมบัติสำหรับ Serial ATA 1.0 ขึ้น ด้วยคาดหวังว่าจะสามารถ ขยายช่องสัญญาณ (Bandwidth) ในการส่งผ่านข้อมูลได้เพิ่มขึ้นถึง 2-3 เท่า และยังรองรับข้อมูลได้มากยิ่งขึ้น ไม่เฉพาะฮาร์ดดิสก์เพียงเท่านั้นที่จะมีการเชื่อมต่อในรูปแบบนี้ แต่ยังรวมไปถึง อุปกรณ์ตัวอื่นๆ อย่าง CD-RW หรือ DVD อีกด้วย

และด้วยการพัฒนาของ Serial ATA นี้เอง ที่จะทำให้ลดปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการส่งผ่านข้อมูลระหว่าง CPU ความเร็วสูงกับตัวฮาร์ดดิสก์ลงได้ โดยสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วของระบบที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ Serial ATA จึงกลายเป็นความหวังใหม่ สำหรับการเพิ่มความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลของฮาร์ดไดรฟ์ (Hard Drive) ในอนาคต นอกจากนี้ Serial ATA ยังแตกต่างจากฮาร์ดไดรฟ์ที่ใช้อินเทอร์เฟซ Parallel ATA ซึ่งเป็นแบบขนานอย่างชัดเจน เพราะอินเทอร์เฟซ Serial ATA นี้ มีการกำหนดให้ฮาร์ดไดรฟ์ตัวไหนเป็น Master (ตัวหลัก) หรือ Slave (ตัวรอง) ผ่านช่องเชื่อมต่อบนเมนบอร์ดได้เลย ลดความยุ่งยากในการติดตั้งลงไปได้มาก อีกทั้งฮาร์ดดิสก์ประเภทนี้บางตัวยังรองรับการถอดสับเปลี่ยนโดยทันที (Hot Swap) ทำให้การเชื่อมต่อในลักษณะนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน






ทำไมจึงต้อง Serial ATA
ประสิทธิภาพของการถ่ายโอนข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากอินเทอร์เฟซที่บ่งบอกจุดต่างของค่าความเร็วได้ดี ตั้งแต่ USB, Parallel ATA, Serial ATA และ SCSI ด้วยสมรรถภาพความเร็วที่แกร่งขึ้นตามลำดับ ซึ่งการใช้งานฮาร์ดดิสก์บนพีซีหรือเครื่องเวิร์คสเตชั่นมักมองอินเทอร์เฟซ Parallel ATA และ Serial ATA เป็นสำคัญ แต่ ณ ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงกำลังจะเกิดขึ้นเมื่อ Parallel ATA จะถูกแทนที่ด้วย Serial ATA ด้วยเหตุผลที่เป็นปัญหาคอขวดอยู่นั้นก็คือมาตรฐานความเร็วของการถ่ายโอนข้อมูลบนคอนโทรลเลอร์ขนาด 40 พิน แม้จะสามารถทำเส้นทางรับ-ส่งเป็น 80 เส้นความเร็วก็ทำได้ไม่เกิน 133 เมกะไบต์ต่อวินาที ขณะที่ Serial ATA ที่มากับขนาดของสายรับ-ส่งสัญญาณที่น้อยนิดเพียง 7 พิน พร้อมอัตราเร็วขั้นต้นของ Serial ATA ในเฟซแรกที่ 1.5 กิกะบิตต่อวินาที และสิ่งที่จะมาบดบังรัศมีของ Parallel ATA อย่างเต็มตัวก็คืออีกศักยภาพของ Serial ATA ด้วย Serial ATA II กับมาตรฐานความเร็ว 3.0 กิกะบิตต่อวินาที ซึ่งแรงขึ้นอีกเท่าตัว โดยก่อนหน้าที่จะกำเนิด Serial ATA II แบบเต็มตัวนั้นสิ่งที่มาก่อนก็คือการรองรับเทคโนโลยี Native Command Queuing หรือ NCQ ที่มีเฉพาะ Serial ATA เท่านั้น สิ่งหนึ่งที่ได้จากเทคโนโลยี NCQ ก็คือความรวดเร็วในการเรียงชุดคำสั่งแบบใหม่ที่เลือกคำสั่งที่ใกล้ก่อนทำให้สมรรถภาพการทำงานของฮาร์ดดิสก์และระบบเร็วขึ้น (ทำงานคล้ายลิฟท์)

ความแตกต่างของ Parallel ATA และ Serial ATA

สำหรับฮาร์ดดิสก์ที่มีการเชื่อมต่อบนมาตรฐาน Parallel ATA นั้นโดยปกติแล้วถูกออกแบบในสถาปัตยกรรมแบบเก่าที่ออกแบบเหมือนกับฮาร์ดดิสก์รุ่นก่อนๆ สืบทอดกันมา เพียงแต่ปรับเปลี่ยนการทำงานอาทิ ความเร็วรอบการหมุนจานดิสก์ของมอเตอร์จาก 3200 รอบต่อนาที มาเป็น 5400 รอบต่อนาที และจาก 5400 รอบต่อนาที มาเป็น 7200 รอบต่อนาที ปรับเปลี่ยนการส่งข้อมูลจาก PIO มาเป็น DMA และ Ultra DMA โดย DMA ในที่นี้หมายถึงระบบการถ่ายโอนข้อมูลของฮาร์ดดิสก์ที่แต่ละครั้งสามารถบรรทุกข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ไปสู่แรมได้เลยโดยไม่ไปยุ่งเกี่ยวการทำงานของซีพียู ทำให้เกิดการถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วกว่า PIO เพราะ PIO นั้นการถ่ายโอนข้อมูลในแต่ละครั้งจำต้องผ่านการประมวลผลจากซีพียูเสียก่อน ส่งผลให้กว่าจะได้ข้อมูลที่ต้องการมีความล่าช้ามาก
นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนสายแพจาก 40 เส้น มาเป็น 80 เส้นปรับมาตรฐานจาก IDE ไปสู่ระบบ E-IDE ซึ่งให้ค่าทางประสิทธิภาพการทำงานที่มากกว่าเดิม การปรับเปลี่ยนดังกล่าวสามารถที่จะทำให้ฮาร์ดดิสก์ทำงานได้เร็วขึ้นก็จริงอยู่ แต่เมื่อมานั่งพิจารณาดูแล้วการทำงานที่ยังยึดมั่นอยู่กับสถาปัตยกรรมแบบเก่าบนมาตรฐาน Parallel ATA มักทำให้ฮาร์ดดิสก์ที่มีอินเทอร์เฟซแบบ E-IDE ยังห่างไกลจากระบบของ SCSI ของระบบเครือข่ายอยู่ดี อีกทั้งการพัฒนาของระบบ E-IDE ยังเป็นปัญหาคอขวดที่ไม่สามารถพัฒนาให้เร็วพอได้ เช่น 33 เมกะไบต์ต่อวินาที, 66 เมกะไบต์ต่อวินาที, 100 เมกะไบต์ต่อวินาที, 133 เมกะไบต์ต่อวินาที ระดับความเร็วที่เพิ่มขึ้นต่างกันไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับระบบการถ่ายโอนข้อมูลแบบ SCSI ที่เป็นแบบ Ultra160 เมกะไบต์ต่อวินาที, Ultra 320 เมกะไบต์ต่อวินาที ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ทั้งหลายจึงได้คิดค้นที่จะทำการปรับเปลี่ยนระบบการส่งข้อมูลของฮาร์ดดิสก์แบบใหม่ขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า Serial ATA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการถ่ายโอนข้อมูล

การส่งข้อมูลแบบ Parallel ATA

0------------>
0------------>
0------------>
0------------>
1------------>
0------------>
1------------>
1------------>

การส่งข้อมูลแบบ Parallel ATA นั้นจะส่งข้อมูลในแต่ละบิตแบบขนานกันไปแล้วนำข้อมูลที่ได้ในแต่ละสายสัญญาณมารวมกันเป็น (0 0 0 0 1 0 1 1 ) ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลในระบบแบบเก่าจนถึงปัจจุบันที่ก็ยังเป็นแบบ IDE และ E-IDE โดยใช้สายนำสัญญาณแบบ 40 เส้นและ 80 เส้น

การส่งข้อมูลแบบ Serial ATA

0 0 0 0 1 0 1 1 ------>
0 0 0 0 1 0 1 1 ------>

หากเป็นการส่งข้อมูลในแบบ Serial ATA ที่มีความเร็วตีคู่ SCSI โดยใช้สายสัญญาณ 7 เส้น ช่วยให้ระบบการทำงานสามารถที่จะเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลได้มากถึง 1.5 กิกะบิตต่อวินาที และต่อไปความเร็วจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 3.0 กิกะบิตต่อวินาที หรือมากกว่าในอนาคต อีกทั้งในปัจจุบันอินเทอร์เฟซนี้ยังแฝงไว้ด้วยเทคโนโลยี NCQ ที่ช่วยให้ฮาร์ดดิสก์ฉลาดขึ้นในการส่งผ่านข้อมูลเพราะส่งต่อกันเป็นทอดๆ โดยหากเป็นข้อมูลชุดเดียวกันจะเข้าหาก่อนโดยไม่สนใจเรื่องคิวรันกันต่อเนื่อง จากที่กล่าวมาจึงสรุปได้เลยว่า คุณสมบัติของอินเทอร์เฟซ Serial ATA นั้นมีการทำงานที่เร็วกว่า Parallel ATA อีกทั้งต่อไปอินเทอร์เฟซนี้จะเป็นแกนหลักบนเมนบอร์ดแทนที่ IDEและ E-IDE ซึ่งเหมาะสมทั้งการใช้งานบนเครื่อง PC และ ระบบเครือข่ายขนาดย่อมที่มีงบประมาณไม่มาก หากคุณได้ลองสัมผัสดูแล้วจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปครับ

เทคโนโลยี Native Command Queuing (NCQ)

สำหรับอินเทอร์เฟซ Serial ATA จัดเป็นเทคโนโลยีการส่งผ่านข้อมูลความเร็วสูงและกำลังจะกลายเป็นอินเทอร์เฟซมาตรฐานบนฮาร์ดดิสก์ของพีซีในปี 2005 ซึ่งเทคโนโลยี Native Command Queuing เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในกระบวนการจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับฮาร์ดดิสก์ปี 2005 ด้วยเช่นกัน
โดยเทคโนโลยี NCQ จะช่วยให้ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้น ด้วยความสามารถในการปรับปรุงและจัดเรียงชุดคำสั่งใหม่ทั้งในกระบวนการอ่านและบันทึกข้อมูล เพื่อให้ไดรฟ์มีความเร็วและประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด สมมติว่าข้อมูลชุดเดียวกันมีการกระจายข้อมูลอยู่เต็มฮาร์ดดิสก์ไปหมด การเรียกใช้งานจึงเริ่มจาก 4 – 3 – 2 และ 1 ทำให้กว่าจะได้ข้อมูลที่ต้องการมาจนครบมักเกิดความล้าช้าไปพอสมควร แต่ถ้าหากฮาร์ดดิสก์ Serial ATA ตัวนั้นมีเทคโนโลยี NCQ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฟสแรกของ Serial ATA II และสามารถใช้งานร่วมกับ Serial ATA 1.0 ได้ กระบวนการทำงานจะมองว่าหากข้อมูลชุดนั้นเป็นชุดเดียวกัน จะรวมเอาจุดที่ใกล้กันไว้ก่อนโดยตัดลำดับความน่าจะเป็นออกไป ทำให้ว่องไวต่อการเรียกใช้งานมากขึ้น

http://www.quickpc.co.th/quickdata/guide/hdd/HDD/3.jpg


จากที่กล่าวมาเป็นความแตกต่างระหว่างอินเทอร์เฟซ ซึ่งในการเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์เราจะเลือกเพียงแค่จุดนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้แต่ต้องมององค์ประกอบทางด้านอื่นๆด้วย อันได้แก่

ขนาดความจุของฮาร์ดดิสก์
เรื่องขนาดความจุของฮาร์ดดิสก์นี้ค่อนข้างตัดสินใจได้ง่าย ซึ่งมีตัวเลขที่ระบุไว้ตามลาเบลไว้อย่างชัดเจน ปัจจุบันขนาดความจุที่มีจำหน่ายกันอยู่ที่ ระดับกิกะไบต์ เช่น 20, 30, 40, 60 ไปจนถึง 400 กิกะไบต์ แน่นอนเมื่อปริมาณความจุที่สูงขึ้นย่อมส่งผลให้ราคาต้องขยับตัวสูงตามไปด้วย สำหรับขนาดที่ ควรจะซื้อหามาใช้ในปัจจุบัน ควรเลือกซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งาน และไม่ควรเพื่อพื้นที่ไว้ใช้งานมากจนเกินจำเป็น เพื่อประหยัดงบประมาณในกระเป๋าท่าน ได้อีกทางและสามารถที่จะใช้พื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ได้อย่างคุ่มค้าอีกด้วย

ความเร็วรอบ
ความเร็วรอบสำคัญไฉนสิ่งที่ทำให้เห็นได้ชัดเจนก็คือการหมุนของวงล้อรถหากซอยถี่มากเท่าใด จะย่นระยะเวลาไปยังจุดหมายปลายทางมากขึ้นเท่านั้น ในทำนองเดียวกันกับฮาร์ดดิสก์ที่เมื่อความเร็วรอบยิ่งถี่เพียงใด จะทำให้ประสิทธิภาพในการเข้าถึงหรือค้นหาข้อมูลมีความรวดเร็วขึ้นตามไปด้วย ซึ่งปัจจุบันความเร็วรอบในการหมุนจานดิสก์มมาตรฐานพีซีและแล็บท็อปส่วนใหญ่มาอยู่ที่ 7,200 รอบต่อนาที (3.5 นิ้ว) และ5,400 รอบต่อนาที (2.5 นิ้ว) นอกจากนี้การใช้งานที่สูงขึ้นไปอีกในระดับเอ็นเทอร์ไพช์อย่างเครื่องเซิร์ฟเวอร์และเวิร์คสเตชั่น ความเร็วรอบในการหมุนที่จัดจ้านถึงระดับ 10,000 - 15,000 รอบต่อนาที ดูจะเหมาะกว่า เนื่องจากการใช้งานระดับการเข้าถึงและเรียกใช้มีความสำคัญมาก

หน่วยความจำบัฟเฟอร์
อีกวิธีที่ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ ใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฮาร์ดดิสก์ในปัจจุบัน คือการใช้หน่วยความจำแคช หรือบัฟเฟอร์ (Buffer) เพื่อเป็นที่พักข้อมูลก่อนที่จะส่งไปยัง คอนโทรลเลอร์บนการ์ด หรือเมนบอร์ด สำหรับหน่วยความจำแคชที่ว่านี้จะทำงานร่วมกับฮาร์ดดิสก์ โดยในกรณีอ่านข้อมูล ก็จะอ่านข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ ในส่วนที่คาดว่าจะถูกใช้งานต่อไปหรือมีการเรียกใช้งานบ่อยครั้ง มาเก็บไว้ล่วงหน้า ส่วนในกรณีบันทึกข้อมูล ก็จะรับข้อมูลมาก่อน เพื่อเตรียมที่จะเขียนลงไปทันทีที่ฮาร์ดดิสก์ว่าง แต่ทั้งหมดนี้จะทำอยู่ภายในตัวฮาร์ดดิสก์เอง โดยไม่เกี่ยวข้องกับซีพียูหรือแรมแต่อย่างใด หน่วยความจำแคชนี้ในฮาร์ดดิสก์รุ่นเก่าๆ ราคาที่ถูกมักจะมีขนาดหน่วยความจำเล็กตามลงไป เช่น 128 กิโลไบต์ หรือบางยี่ห้อก็จะมีขนาด 256-512 กิโลไบต์ แต่ถ้าเป็นรุ่นที่ราคาสูงขึ้นมา(ปัจจุบันนิยม) จะมีการเพิ่มจำนวนหน่วยความจำนี้เป็น 2 เมกะไบต์ไปจนถึง 8 เมกะไบต์ เลยทีเดียว ซึ่งจากการทดสอบพบว่า การมีขนาดหน่วยความจำแคช หรือ บัฟเฟอร์ที่เพิ่มขึ้น มีส่วนช่วยให้การทำงานของฮาร์ดดิสก์นั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้นตามไปด้วย ถึงแม้กลไกการทำงานของฮาร์ดดิสก์รุ่นนั้นๆ จะช้ากว่าก็ตาม แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงานของโปรแกรมที่มีการเรียกใช้งานด้วยว่ามีการดึงทรัพยากรของระบบมากน้อยเพียงไร

การรับประกัน
อย่าลืมว่า ฮาร์ดดิสก์ เป็นอุปกรณ์ที่ต้องทำงานตลอดเวลาที่มีการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ มีการเคลื่อนไหวต่างๆมากมายอยู่ภายในไดรฟ์และโอกาสที่จะเสียหายมีได้มาก โดยเฉพาะเรื่องของความร้อนและการระบายความร้อนที่ไม่ดีในเครื่อง ก็เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียหาย นอกจากนี้การเกิดกระแทกแรงๆ ก็เป็นสาเหตุหลักของการเสียหายที่พบได้บ่อยครั้ง ดังนั้น ปัจจัยที่ค่อนข้างสำคัญในการเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์ คือ เรื่องระยะเวลาใน การรับประกัน สินค้า และระยะเวลาในการส่งเคลม โดยสังเกตจาก Void รับประกัน ซึ่งห้ามแกะออกเป็นเด็ดขาดไม่อย่างนั้นอาจทำให้ท่านเสียใจเพราะส่งเคลมไม่ได้
โดยทั่วไปแล้วฮาร์ดดิสก์ส่วนใหญ่จะมีการรับประกันอยู่ในช่วง 1 หรือ 3 ปี ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ได้มีผู้ผลิตบางราย เช่น Seagate ปรับเปลี่ยนระยะเวลาโดยขยายเป็น 5 ปี จุดนี้ก็เป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งที่มีให้ผู้ใช้อุ่นใจ ดังนั้นการเลือกซื้อควรเลือกระยะเวลารับประกันนานหน่อยเพราะคุ้มค่ากว่าการซื้อฮาร์ดดิสก์มาเปลี่ยนใหม่ เนื่องจากฮาร์ดดิสก์ที่เราจะนำใช้งานนั้น หาความแน่นอนไม่ได้ วันดีคืนดี ฮาร์ดดิสก์เจ้ากรรมอาจเสียลงไปดื้อๆ หากแต่ว่าฮาร์ดดิสก์ของท่านยังอยู่ในช่วงรับประกันก็ยังอุ่นใจได้ เพราะสามารถส่งซ่อมหรือแลกเปลี่ยนได้ แต่การรับประกันจะไร้ค่าลงไปทันทีเมื่อสัญลักษณ์ของการรับประกันฉีกขาด หรือถูก ลอกออกไป ฉะนั้นควรระมัดระวังไว้ด้วย การรับประกันในที่นี้ก็อาจจะต้องดูด้วยนะครับว่าเป็นการรับประกันจากที่ไหน จากร้านค้า หรือว่าจากดีลเลอร์ต่างๆ โดยจุดนี้ให้ดูถึงความมั่นคงของร้านด้วย ซึ่งถ้าหากร้านเกิดปิดกิจการไปล่ะยุ่งเลยเพราะไม่สามารถที่จะส่งคืนได้

จากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเทคนิคการเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ที่แม้ไม่ใช้มืออาชีพแต่ก็ได้เรียนรู้ว่าต้องดูอะไรบ้างในการเลือกซื้อทำให้แนวทางในการเลือกซื้อดูสดใสขึ้นครับ ทว่าฮาร์ดดิสก์ที่เลือกซื้อโดยส่วนใหญ่นั้นเป็น OEM จึงไม่ต้องสนใจกับสิ่งที่แถมมามากนัก(เพราะมันไม่มีมาให้นอกจากไดรฟฺ์เปล่าๆ) นอกจากจำชื่อร้านและตัวแทนจำหน่ายที่จำหน่ายสินค้าให้กับเราไว้ให้ดีเท่านั้น เผื่อมีการติดต่อเมื่อมาส่งเคลมหรือเปลี่ยนสินค้าในภายหลังครับ

บทความ : QuickPC

ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับ HDD.

ความเชื่อที่ 1 :
การฟอร์แมต HDD.บ่อยๆ อาจทำให้อายุการใช้งานของ HDD.สั้นลง

ข้อเท็จจริง : การฟอร์แมต HDD.ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของ HDD.แต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่หลายๆ คนจะคิดว่ามีส่วนทำให้อายุการใช้งานสั้นลง แต่จริงๆ แล้ว เป็นความเชื่อที่ผิดๆ เท่านั้น
การฟอร์แมต HDD. ไม่ถือเป็นการทำงานที่จะทำให้ HDD.ต้องแบกรับภาะหนัก หัวอ่านของ HDD.จะไม่มีการสัมผัสกับแผ่นจานข้อมูลแต่อย่างใด (Platter) ระหว่างการฟอร์แมต
สรุปแล้วก็คือ เราสามารถฟอร์แมต HDD. 30 ครั้งต่อวัน ทุกวันเลยก็ได้ อายุการใช้งานมันก็จะไม่ต่างจากจาก HDD. อื่นๆ เลย

ความเชื่อที่ 2 :
การฟอร์แมต HDD.จะทำให้มีข้อมูล หรือปฎิกรณ์อะไรสักอย่าง
วางซ้อนเพิ่มบนแผ่นดิสก์ ซึ่งมีผลทำให้เกิด bad sector ได้

ข้อเท็จจริง : การฟอร์แมตจะไม่ทำให้เกิดข้อมูล หรืออะไรทั้งนั้นที่แผ่น HDD. เนื่องจาก HDD.เป็นระบบปิด ดั้งนั้นฝุ่นหรือปฏิกรณ์จะ ยากที่จะเข้าไปยังดิสก์ได้ และแม้จะมีฝุ่นก็ตามแต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฝุ่นจะต้องมากับการฟอร์แมต

ความเชื่อที่ 3 :
การฟอร์แมต HDD. จะมีความเค้นต่อเข็มหัวอ่าน (head actuator) สูง

ข้อเท็จจริง : การฟอร์แมตมีการอ่านในแต่ละเซ็กเตอร์อย่างต่อเนื่อง และเป็นลำดับชั้น เช่น เซ็กเตอร์ที่ 500 เซ็กเตอร์ที่ 501 เซ็กเตอร์ที่ 502 และต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ ทำให้มีการเคลื่อนตัวของเข็มหัวอ่านน้อยมาก ดังนั้น ข้อเท็จจริงของความเชื่อนี้ก็คือ การฟอร์แมตจะไม่มีความเค้นสูงต่อเข็มหัวอ่าน HDD.

ความเชื่อที่ 4 :
การดีแฟรกเมนต์ (defragmenting) HDD.จะมีความเค้นที่หัวอ่านสูง

ข้อเท็จจริง : ข้อนี้ถือว่าเป็นเรื่องจริง เพราะการดีแฟรกเมนต์ต้องอาศัยการควานหาตำแหน่งของเซ็ กเตอร์อย่างสูง เนื่องจากการดีแฟรกเมนต์ก็คือการจัดระเบียบเซ็กเตอร์ ต่างๆ เพื่อไม่ให้หัวอ่านต้องทำงานหนักเวลาที่ใช้หาข้อมูลใ นการใช้งานจริง
ดังนั้น แม้ในกระบวนการดีแฟร็กเมนต์ จะทำให้เข็มหัวอ่านมีความเค้นสูงก็ตาม แต่หลังจากที่ได้ทำการดีแฟรกเมนต์แล้ว เข็มหัวอ่านก็ไม่ต้องทำงานหนัก เหมือนก่อนที่จะทำการดีแฟรกเมนต์ เพราะจะหาเซ็กเตอร์ได้เร็วขึ้น สะดวกขึ้น

ความเชื่อที่ 5 :
ถ้า HDD.ของคุณมี bad sector อยู่แล้ว การฟอร์แมต HDD.จะยิ่งทำให้ เกิดเซ็กเตอร์เสียเพิ่มขึ้น

ข้อเท็จจริง : ถ้า HDD. ของคุณมีเซ็กเตอร์เสียอยู่แล้ว แน่นอนว่าเมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ จะต้องพบเซ็กเอตอร์เสียเพื่มขึ้นเรื่อยๆ
การฟอร์แมตแล้วเห็นเซ็กเตอร์เสียเพิ่มขึ้นนั้น สาเหตุไม่ได้เป็นเพราะการฟอร์แมต เพียงแต่ว่าการฟอร์แมตจะทำให้เราได้พบเห็นเซ็กเตอร์ที่เสียเพิ่มขึ้นนั่นเอง เพราะยูทิลิตี้สำหรับทำการฟอร์แมตนั้น จะสแกนและตรวจสอบ HDD.ด้วย ทำให้พบเห็นเซ็กเตอร์ที่เสียเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา

ความเชื่อที่ 6 :
การดาวน์โหลดโปรแกรมและไฟล์ต่างๆ จากอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก จะทำให้
อายุการใช้งานของ HDD.สั้นลง

ข้อเท็จจริง : การดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ตไม่ทำให้อายุการใช้งานของ HDD.ลดน้อยลงไป HDD.จะมีการหมุนอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะมีการดาวน์โหลดไ ฟล์ หรือว่าไม่ได้ทำอะไรเลยก็ตาม ดังนี้โอกาสที่จะเสียขณะทำการดาวน์โหลด กับขณะที่เปิดคอมพิวเตอร์ไว้เฉยๆ ก็มีเท่ากัน อายุการใช้งานท่าเดิม

ความเชื่อที่ 7 :
พลังงาน (กระแสไฟ) ที่ไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเซ็กเตอร์เสีย

ข้อเท็จจริง : กระแสไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอ กับกระแสไฟฟ้าถูกตัดทันทีทันใด จะไม่ก่อให้เกิดเซ็กเตอร์เสีย เพราะในช่วงที่กระแสไฟไม่เพียงพอ หรือมีการตัดกระแสไฟนั้น เข็มหัวอ่านจะพักตัวโดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อแผ่นดิสก์ ดังนั้น จึงไม่มีทางที่จะมีการสร้างเซ็กเตอร์เสียได้ ที่เสียหายก็อาจเป็นความเสียหายของ OS.มากกว่า

ความเชื่อที่ 8 :
ระบบกำลังไฟ หรือระบบสำรองไฟที่มีราคาถูก และไม่มีคุณภาพ อาจจะบั่นทอน
อายุการใช้งานของ HDD.เรื่อย ๆ และทำให้ HDD.ตายลงอย่างช้า ๆ

ข้อเท็จจริง : ระบบกำลังไฟหรือระบบสำรองไฟที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน จะไม่ทำให้ HDD.ตายลงอย่างช้าๆ แต่หากระบบไม่สามารถควบคุมกระแสไฟได้ จนทำให้กระแสไฟฟ้าปริมาณมากไหลทะลักสู่เครื่องคอมพิว เตอร์
อาจทำให้ HDD.ตายในทันที ไม่ใช่ตายลงอย่างช้า ๆ
แต่ถ้าไม่สามารถให้กระแสไฟเพียงพอแก่การทำงานได้ ดิสก์ก็แค่มาสามารถทำงานได้เต็มที่ ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ หรืออาจไม่ทำงานเลย แต่ HDD.จะไม่ตาย แต่ OS อาจตายหรือ พิการ

ความเชื่อที่ 9 :
ถ้า HDD. มีการหมุนความเร็วของดิสก์แบบขึ้นๆ ลงๆ นั่นเป็นเพราะว่า
ระบบสำรองไฟในบางครั้งสามารถส่งกระแสไปที่พอสำหรับการทำงานได้
มันจึงหมุนเร็วขึ้น แต่เมื่อมันไม่สามารถให้กระแสไฟที่เพียงพอได้ มันจึง
หมุนช้าลง

ข้อเท็จจริง : ในกรณีที่กำลังไฟตกฮวบ มันจะทำให้ระบบทั้งหมดถูกตัดไฟ ชะงักการทำงาน และจะทำให้เครื่องแฮงก์ ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่มีการหมุนของ HDD.ให้เห็นอย่างแน่นอน
หมุนเร็วขึ้นหมุนลดลงนั้น เป็นการการปกติของ HDD. ที่จะทำการวัดขนาดของดิสก์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมความพร้อมในการใช้งานแต่ละครั้ง

ความเชื่อที่ 10 :
เสียงคลิกที่ได้ยินจาก HDD. เกิดจากการพักการทำงานของหัวอ่าน

ข้อเท็จจริง : เสียงคลิกที่ได้ยินจากการทำงานของ HDD. อาจเป็นได้ทั้งเสียงการเตรียมพร้อมที่จะเขียนข้อมูล (เหมือนอย่างในความเชื่อที่ 9) หรืออาจเป็นเสียงการสะดุดของหัวอ่านบนแผ่น HDD.

ความเชื่อที่ 11 :
เข็มหัวอ่านใช้มอเตอร์ในการทำงาน ซึ่งการทำงานของมอเตอร์นี้
อาจล้มได้หากมีการใช้งานมากเกินไป

ข้อเท็จจริง : เข็มหัวอ่านในปัจจุบัน ไม่มีการใช้มอเตอร์ในการทำงานแต่อย่างใด ดังนั้น ก็ไม่มีมอเตอร์ที่จะล้มเหลวเมื่อมีการใช้งานมากเกินไป
สมัยก่อนนั้น เข็มหัวอ่านเคยใช้มอเตอร์เดินไปยังตำแหน่งที่ต้องการ แต่ปัจจุบันเข็มหัวอ่านใช้ระบบ Voice Call Mechanism ซึ่งก็คือการใช้แรงแม่เหล็กไฟฟ้าในการเคลื่อนหัวอ่านไปตามตำแหน่งที่ต้องการ

ความเชื่อที่ 12 :
การจอดพักของหัวอ่าน ทำให้มอเตอร์เข็มหัวอ่านเสื่อมเร็ว

ข้อเท็จจริง : ก็เหมือนกับความเชื่อข้อที่ 11 นั่นคือไม่มีมอเตอร์ นอกจากนี้การจอดพักการทำงานของหัวอ่าน HDD. นั้นจะมีขึ้นโดยอัตโนมัติในกรณีที่กระแสไฟถูกตัด หรือ HDD. หยุดการทำงาน ดังนั้นการจอดพักนี้ ไม่ใช่กระบวนการที่มีการทำงานบ่อย หรือที่มีการทำงานอย่างต่อเนื่อง
เข็มหัวอ่านจะมีสปริงคอยควบคุมตำแหน่งของมัน เมื่อมีกระแสไฟเข็มหัวอ่านก็จะอยู่ในตำแหน่งที่มีการ ต้านแรงของสปริง และเมื่อไม่มีกระแสไฟ เข็มหัวอ่านก็จะถูกดันให้อยู่ในตำแหน่งจอดพัก ดังนั้น แม้ว่าเข็มหัวอ่านจะมีมอเตอร์ลี้ลับนี้จริง การจอดพักของเข็มหัวอ่านก็จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้มอเตอร์ดังว่ามีการ
เสื่อมแต่อย่างใด

ความเชื่อที่ 13 :
ดิสก์จะมีการหมุนเร็วขึ้นเวลาที่มีการอ่านหรือเขียนข้อมูลเท่านั้น
แต่จะหมุนลดลงเมื่อ HDD .ไม่มีกิจกรรม (idle)

ข้อเท็จจริง : แผ่นดิสก์ภายใน HDD. หรือที่เรียกว่า platter นั้นมีการหมุนในความเร็วระดับเดียวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการ อ่าน เขียน หรือ พัก (idle) ยกเว้นแต่เจ้าของเครื่องใช้คำสั่งให้มีการหมุนลดลงใน ช่วง idle เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน

ความเชื่อที่ 14 :
การหมุนลดลงจะทำให้ลดความเค้นที่มอเตอร์ขับเคลื่อนแผ่นดิสก์ได้

ข้อเท็จจริง : โดยปกติแล้วแผ่นดิสก์จะเริ่มหมุนตอนเครื่อง startup และจะหมุนอยู่อย่างนั้นจน shutdown ในช่วงที่มีการหมุนอยู่นั้น ถือเป็นช่วงที่มีความเค้นสูงสุดต่อตัวมอเตอร์แล้ว ส่วนการรักษาความเร็วของการหมุนให้คงที่นั้น จะใช้กำลังน้อยลงมา
หากมีการใช้คำสั่งให้แผ่นดิสก์หมุนลดลงในช่วง idle นั้น ทุกครั้งที่มีการเขียน หรืออ่านไฟล์ใด ๆ ก็จะต้องมีการหมุนเพื่อให้เร็วขึ้นเพื่อให้ได้ความเร็วปกติ ก่อนที่จะอ่านหรือเขียนได้ ดังนั้น ควรที่จะให้ดิสก์มีการหมุนที่ความเร็วคงที่ตลอด เพื่อลดความเค้นที่ตัวมอเตอร์

ความเชื่อที่ 15 :
การตัดกระแสไฟอย่างทันทีทันใดอาจทำให้เกิดเซ็กเตอร์เสีย

ข้อเท็จจริง : เซ็กเตอร์เสีย หรือ bad sector นั้น ไม่ได้เกิดจากการปิดหรือการดับเครื่องอย่างทันทีทันใด แต่เมื่อสมัยก่อนนานมาแล้ว ก่อนปิดเครื่องทุกครั้ง ผู้ใช้จะต้องพักจอดหัวอ่าน HDD.ก่อนที่จะสามารถปิดเครื่องได้ แต่ปัจจุบัน ระบบหัวอ่านแบบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะทำการจอดพักตัวเองโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่กระแสไฟฟ้าถูกตัดจากระบบ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่เกิดความเสี่ยงว่าจะเกิด bad sector จากกรณีการตัดกระแสไฟ

ความเชื่อที่ 16 :
เซ็กเตอร์เสียบางอัน เป็นเซ็กเตอร์เสียแบบเวอร์ชัวล์ (คือเป็นที่ซอฟต์แวร์ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์)
และสามารถแก้ไขได้โดยการทำฟอร์แมต HDD.

ข้อเท็จจริง : เซ็กเตอร์เสียแบบเวอร์ชัวล์ไม่มีอยู่จริง เซ็กเตอร์ที่เสียนั้น คือเซ็กเตอร์(หรือช่องอันเป็นส่วนหนึ่งของดิสก์สำหรั บการเก็บข้อมูล) ที่ไม่สามารถทำการอ่านหรือเขียนได้ เนื่องจากมีการเสียหารทางกายภาพ เช่น ถูกทำลาย หรือทีการเสื่อมลง ดังนั้น จึงไม่สามารถซ่อมแซมด้วยกระบวนการทางด้านซอฟต์แวร์ได ้

ความเชื่อที่ 17 :
เซ็กเตอร์เสีย สามารถถูกลบได้โดยการฟอร์แมต HDD.

ข้อเท็จจริง : การฟอร์แมตในระดับต่ำ จะสามารถทดแทนเช็กเตอร์เสียด้วยเซ็กเตอร์ดีได้ โดยอาศัยพพื้นที่ว่างสำรองบน HDD. อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของ HDD. ก็จะลดลงเนื่องจากหัวอ่านจะต้องทำการค้นหาพื้นที่สำร องบน HDD.ด้วย อีกทั้งพื้นที่สำรองบน HDD.นั้นมีจำนวนจำกัด


สรุปแล้ว bad sector ก็คือ สัญญาณเตือนภัยอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงข้อบกพร่อ งบางอย่างของ HDD. แม้ bad sector นั้นจะเกิดจากการชนของหัวอ่าน (crash) เพียงครั้งเดียว แต่ซากที่เหลือจากการชนครั้งนั้น รวมทั้งหัวอ่านที่อาจได้รับความเสียหาย อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อไปในอนาคตได้ เช่น อาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนแผ่นดิสก์เพิ่มมากขึ้น หรืออาจทำให้ความเร็วในการหมุน หรือการอ่านลดลง

ดังนั้น ถ้ามีข้อมูลที่สำคัญที่ต้องการเก็บรักษาไว้อย่างมั่นคง ควรหัดทำการแบ็คอัพข้อมูล และเปลี่ยน HDD.เมื่อพบว่ามีปัญหาบางอย่าง เช่น การค้นพบ bad sector เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่า HDD.จะสามารถทำงานได้ต่อไป และนานๆครั้งจะพบว่าเกิด bad sector เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือสัญญาณบอกว่า HDD. ของคุณมันใกล้ตายแล้วครับ

เครดิต นิตยสาร QuickPC

กำจัดพฤติกรรมไม่พึ่งประสงค์ของ Microsoft Word ให้สิ้นซาก

คุณเป็นผู้ใช้ไมโครซอฟต์เวิร์ดคนหนึ่งที่เคยเจอปัญหาต่อไปนี้ไหมครับ

1 กดแป้น Enter เพื่อขึ้นย่อหน้าใหม่ หรือกดแป้นเว้นวรรค เวิร์ดกลับภาษาบนแป้นพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษให้ทันที
2 ใส่รูปแล้วพบว่ามีกรอบวาดมาด้วย รำคาญจัง ไม่รู้ว่าจะต้องเอาออกอย่างไร
3 มีเส้นประหยักสีแดงใต้คำ รำคาญตาจัง
4 เปิดเวิร์ดขึ้นมาแล้วเวลาเปิดแฟ้มต้องเสียเวลาเปลี่ยนไปหาโฟลเดอร์ที่เก็บแฟ้มใช้งานบ่อย ๆ
5 พิมพ์ที่อยู่อินเทอร์เน็ต เช่น www.microsoft.com หรือที่อยู่อีเมล์ เช่น yourname@email.com เวิร์ดเปลี่ยนข้อความธรรมดาเป็นไฮเปอร์ลิงก์ทันที
6 กดแป็นแท็บ 2 ครั้ง ทั้งย่อหน้าเยื้องเข้ามาข้างในกระดาษ ต้องเสียเวลากดแป้น Enter แล้วกดแป้น Backspace ทั้ง ๆ ที่ต้องการเยื้องเฉพาะบรรทัดแรก


ผู้ใช้หลายคงปวดเศียรเวียนเกล้ากับความฉลาดของโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดรุ่นใหม่ เลยหันไปใช้ MS Word 97 หารู้ไม่ว่าพฤติกรรมน่ารำคาญบางตัวยังปรากฏอยู่

วิธีการกำจัดพฤติกรรมไม่พึ่งประสงค์ของไมโครซอฟต์เวิร์ดให้สิ้นซาก มีดังนี้

ยกเลิกกลับภาษาบนแป้นอัตโนมัติ
1 เข้าเมนู Tools --> Options... --> Edit Tab
2 เอาเครื่องหมายถูกหน้า Auto-keyboard Switching ออก คลิก OK

ยกเลิกการใส่กรอบวาดอัตโนมัติ
1 เข้าเมนู Tools --> Options... --> General Tab
2 เอาเครื่องหมายถูกหน้า Automatically create drawing canvas when insert Autoshape ออก คลิก OK

ยกเลิกการใส่เส้นหยักสีแดงใต้คำ
1 เข้าเมนู Tools --> Options... --> Spelling & Grammar
2 เอาเครื่องหมายถูกหน้า Check spelling as you type ออก คลิก OK

ผลพลอยได้ของการยกเลิกการใส่เส้นหยักสีแดงใต้คำ ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็วขึ้น

กำหนดโฟลเดอร์เริ่มต้นของการเปิดแฟ้มในเวิร์ด
1 เข้า Start -> Documents --> My Documents
2 คลิกเมนู File --> New --> Folder
3 ตั้งชื่อโฟลเดอร์เป็น MS_Word
4 ย้ายแฟ้มที่สร้างด้วย MS Word ซึ่งอยู่ใน My Documents เข้าโฟลเดอร์ย่อย MS_Word ทั้งหมด
5 ปิดโฟลเดอร์
6 เข้าเมนู Tools --> Options... --> File Locations
7 คลิกที่ My documents ในช่อง File location:
8 คลิกปุ่ม Modify แล้วดับเบิลคลิกที่ MS_Word
9 ตอบ OK ตามกรอบโต้ตอบต่าง ๆ
10 ปิด MS Word แล้วเรียกใช้ MS Word ใหม่

ยกเลิกการใส่ Hyperlink อัตโนมัติ
1 เข้าเมนู Tools --> AutoCorrect Options... --> AutoFormat Tab
2 เอาเครื่องหมายถูกหน้า Internet and network paths with hyperlinks ออก คลิก OK

ยกเลิกการจัดย่อหน้าด้วยแป้น Tab แป้น Backspce
1 เข้าเมนู Tools --> AutoCorrect Options... --> AutoFormat As You Type
2 เอาเครื่องหมายถูกหน้า Set left- and first-indent with tab and ออก คลิก OK

วิธีการนี้ใช้กับ MS Word 2002 เป็นต้นมานะครับ

9/23/07

Apple ยอมรับ iPod touch บางเครื่องเกิดความผิดพลาดที่หน้าจอ

Apple ได้ออกมายืนยันเกี่ยวกับรายงานที่เกิดขึ้นว่า มีการพบปัญหาในเครื่องเล่น iPod touch รุ่นล่าสุดบางเครื่อง


image/ipod_touch.jpg


โดยข่าวได้รายงานว่า มีผู้ใช้ iPod touch กลุ่มหนึ่ง ได้ออกมาแจ้งว่า เครื่องเล่น iPod touch รุ่น 16 กิ๊กกะไบท์ เกิดปัญหาในการเล่น โดยขณะที่เล่นไฟล์วีดีโอนั้น หน้าจอจะมีสีดำสนิท ทำให้ไม่สามารถรับชมวีดีโอได้ตามปกติ โดย Apple ได้ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ข่าวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง โดยทางบริษัทเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และตอนนี้ทางบริษัทกำลังเร่งรีบปรับปรุงแก้ไขโดยด่วน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นมาจากหน้าจอแสดงผลที่ใช้ใน iPod touch

9/20/07

Apple เผยว่าเตรียมเพิ่มการผลิต iPhone อีกเท่าตัว

image/iphone.jpg






เวบไซต์ TheStreet.com ได้รายงานข่าวว่า ทาง Apple ได้มีการเปิดเผยว่า กำลังเตรียมการเพิ่มกำลังการผลิตโทรศัพท์มือถือ iPhone เป็นสองเท่าภายในสิ้นปีนี้


โดยทางบริษัทตั้งใจว่าจะทำการผลิต iPhones อีกเป็นจำนวน 2.7 ล้านเครื่องภายในปีนี้ ซึ่งจากก่อนหน้านี้ได้ตั้งเป้าการผลิตไว้เพียง 1.54 ล้านเครื่อง โดย Apple วางแผนที่จะผลิต iPhones เป็นจำนวน 4.8 ล้านเครื่องต่อปี โดยจะเพิ่มจากเป้าการผลิตก่อนหน้านี้ที่มีเพียง 3.6 ล้านเครื่องต่อปี ซึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมานั้น iPhone สามารถขายได้ถึง 1 ล้านเครื่องอย่างรวดเร็วหลังการเปิดจำหน่าย โดยใช้เวลาเร็วกว่าที่เคยคาดว่าจะสามารถทำได้หลายสัปดาห์

Google บุกตลาดไทยเต็มตัว เปิดตัว Google Apps เวอร์ชั่นไทย

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2550 ที่ผ่านมา Google ได้เปิดตัว Google Apps ชุดผลิตภัณฑ์ที่ติดตั้งบนเวบเพื่อการสื่อสารและช่วยในการทำงานร่วมกัน ที่พร้อมรองรับภาษาไทยเป็นครั้งแรก


http://blog.wired.com/photos/uncategorized/2007/06/26/gapps.jpg


โดย Google Apps เป็นชุดแอพพลิเคชันที่ติดตั้งบนเวบ เช่น อีเมล์, ปฎิทิน และเอกสาร เพื่อช่วยบริษัท สถาบันการศึกษา และองค์กรต่างๆ ที่ต้องการชุดเครื่องมือด้านการสื่อสารคุณภาพสูงสำหรับให้บริการแก่ผู้ใช้ โดยไม่ต้องซื้อ ติดตั้ง หรือคอยบำรุงรักษาด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้ยุ่งยาก โดยผู้ดูแลโดเมนหรือเวบไซต์สามารถบริหารหน้าควบคุมผ่านทางเวบได้อย่างสะดวก เพื่อเลือกแสดงชื่อหรือโลโก้ของตัวเองบนหน้าแอพพลิเคชัน ดูแลจัดการรายชื่อผู้ใช้ จัดตั้งกลุ่มผู้ใช้และนามแฝง รวมไปถึงการเลือกใช้บริการต่างๆ ที่เหมาะสมแก่ผู้ใช้ โดยผู้ใช้ซึ่งได้รับการตั้งค่าจากผู้ดูแลระบบเพียงแค่เข้าไปที่หน้าล็อกอินผ่านคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ ก็สามารถเข้าใช้งานระบบได้ทันที อีกทั้งบริการต่างๆ ยังออกแบบมาให้รองรับปริมาณผู้ใช้และพื้นที่เก็บข้อมูลจำนวนมากได้

ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาระบบได้อย่างมหาศาล โดยมีให้เลือกมากถึง 3 รุ่น ได้แก่ Google Apps Standard Edition บริการฟรีสำหรับธุรกิจ กลุ่มชมรมและองค์กร Google Apps Premier Edition คิดค่าบริการ 50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี โดยตัวระบบได้ออกแบบมาให้มีความสามารถมากขึ้น Google Apps Education Edition ใช้งานฟรีสำหรับโรงเรียน มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา

โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครใช้งาน Google Apps ทั้ง 3 รุ่น ทั้ง Standard, Premier และ Education ได้ที่ www.google.com/a

กลาโหมสหรัฐฯยกเลิกใช้ระบบลดประสิทธิภาพ GPS

image/gps.jpg




กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯเปิดเผยว่าไม่จำเป็นต้องทำการปรับลดประสิทธิภาพความถูกต้องของระบบ GPS ทั้งระบบอีกต่อไป ถึงแม้ว่าจะมีพื้นที่บางส่วนในโลกที่เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯก็ตาม

โดยเนื่องจากในปัจจุบันสหรัฐฯสามารถที่จะควบคุมความแม่นยำในการใช้ระบบ GPS ให้มีประสิทธิภาพลดลงได้ในเขตพื้นที่บริเวณเล็กๆได้แล้ว

ทำให้ไม่มีความจำเป็นต่อไปที่สหรัฐฯจะต้องปรับลดประสิทธิภาพความแม่นยำของดาวเทียมนำร่อง GPS ทั้งระบบเมื่อมีเหตุภัยคุกคามตามจุดต่างๆเพียงแห่งใดแห่งหนึ่งเท่านั้นแล้ว ทำให้ดาวเทียมของระบบ GPS รุ่นต่อไปที่จะมีการสั่งซื้อนั้นจะไม่มีการติดตั้งระบบลดทอนความแม่นยำสัญญาณที่จะทำงานพร้อมๆกันทั้งระบบแล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเอกชนต่างๆที่ใช้ระบบ GPS ของสหรัฐฯว่ารัฐบาลจะไม่แทรกแซงระบบ GPS ทั้งระบบอีกต่อไป ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้จะมีผลกับดาวเทียม GPS ใหม่ที่จะเริ่มส่งขึ้นไปโคจรตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นไป

โดยระบบ GPS นั้นเดิมทีเป็นระบบนำทางที่สหรัฐฯพัฒนาขึ้นมาในระหว่างช่วงสงครามเย็น เพื่อใช้ในการระบุตำแหน่งที่ตั้งของเป้าหมายต่างๆอย่างแม่นยำที่สุด และเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามนำระบบ GPS มาใช้งานได้

จึงมีการติดตั้งระบบปรับลดประสิทธิภาพความแม่นยำลงไป 10เปอร์เซ็นต์ เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคง แต่ในปี 2000ระบบลดความแม่นยำดังกล่าวก็ถูกระงับการใช้งานไปตามคำสั่งของประธานาธิบดี บิล คลินตั้น ที่เห็นว่าภาคธุรกิจเอกชนสามารถใช้ประโยชน์จากระบบ GPS ได้มาก

ทำให้ความแม่นยำในการระบุตำแหน่งของระบบ GPS ทั้งระบบเพิ่มขึ้นจากระยะคลาดเคลื่อน 100เมตร เป็น 10เมตรเท่านั้น

9/17/07

Google Maps Covers 54 New Countries

Google Maps increased the number of countries that have street maps and satellite imagery with 54. "We've more than doubled our coverage of Latin America and are now mapping three times as many countries in Asia as before. (...) We have better detail for some countries than others, but this is just the beginning," boasts Google LatLong Blog. While this a good news, some people complain that "the data is inaccurate and outdated" or only available "at the highway or major-road level".


Here's a list of the new countries, powered by Google Spreadsheets (the area is automatically generated using the GoogleLookup function and can be inaccurate). The largest country is Kazakhstan and the smallest territories are Bermuda and Aruba. Argentina, the eighth largest country in the world, is still a blank area on the map.


Google Maps Update







CountryAreaLink to Google MapsLevel of detail












Afghanistan647,500 sq km [1]http://maps.google.com/maps?q=Afghanistanmajor roads

Aruba193 sq km [2]http://maps.google.com/maps?q=Arubastreet level

Bahamas#N/A [3]http://maps.google.com/maps?q=Bahamasnone?

Bahrain665 sq km [4]http://maps.google.com/maps?q=Bahrainmajor roads

Bangladesh144,000 sq km [5]http://maps.google.com/maps?q=Bangladeshmajor roads

Belize22,966 sq km [6]http://maps.google.com/maps?q=Belizemajor roads

Bermuda53.3 sq km [7]http://maps.google.com/maps?q=Bermudamajor roads

Bhutan47,000 sq km [8]http://maps.google.com/maps?q=Bhutannone?

Bolivia1,098,580 sq km [9]http://maps.google.com/maps?q=Bolivianone?

Brunei5,770 [10]http://maps.google.com/maps?q=Bruneimajor roads

Burma678,500 sq km [11]http://maps.google.com/maps?q=Burmamajor roads

Cambodia181,040 sq km [12]http://maps.google.com/maps?q=Cambodiamajor roads

Chile756,950 sq km [13]http://maps.google.com/maps?q=Chilestreet level

Colombia1,138,910 sq km [14]http://maps.google.com/maps?q=Colombiastreet level

Costa Rica51,100 sq km [15]http://maps.google.com/maps?q=Costa%20Ricastreet level

Cuba172.1 km² [16]http://maps.google.com/maps?q=Cubastreet level only for capital

East Timor15,007 sq km [17]http://maps.google.com/maps?q=East%20Timormajor roads

Ecuador283,560 sq km [18]http://maps.google.com/maps?q=Ecuadorstreet level only for capital

El Salvador21,040 sq km [19]http://maps.google.com/maps?q=El%20Salvadorstreet level only for capital

Fiji18,270 sq km [20]http://maps.google.com/maps?q=Fijinone?






Guatemala108,890 sq km [21]http://maps.google.com/maps?q=Guatemalastreet level only for capital

Haiti27,750 sq km [22]http://maps.google.com/maps?q=Haitistreet level only for capital

Honduras112,090 sq km [23]http://maps.google.com/maps?q=Hondurasstreet level only for capital

Indonesia1,919,440 sq km [24]http://maps.google.com/maps?q=Indonesiamajor roads

Iran1.648 million sq km [25]http://maps.google.com/maps?q=Iranmajor roads

Iraq437,072 sq km [26]http://maps.google.com/maps?q=Iraqmajor roads

Jordan92,300 sq km [27]http://maps.google.com/maps?q=Jordanmajor roads

Kazakhstan2,717,300 [28]http://maps.google.com/maps?q=Kazakhstanmajor roads

Kuwait17,820 sq km [29]http://maps.google.com/maps?q=Kuwaitstreet level only for capital

Kyrgyzstan198,500 sq km [30]http://maps.google.com/maps?q=Kyrgyzstanmajor roads

Laos236,800 sq km [31]http://maps.google.com/maps?q=Laosmajor roads

Lebanon10,400 sq km [32]http://maps.google.com/maps?q=Lebanonmajor roads

Mexico1,972,550 sq km [33]http://maps.google.com/maps?q=Mexicostreet level

Mongoliatotal: 1,564,116 sq km [34]http://maps.google.com/maps?q=Mongoliamajor roads

Nepal147,181 sq km [35]http://maps.google.com/maps?q=Nepalmajor roads

Nicaragua129,494 sq km [36]http://maps.google.com/maps?q=Nicaraguastreet level only for capital

Oman212,460 sq km [37]http://maps.google.com/maps?q=Omanmajor roads

Pakistan803,940 sq km [38]http://maps.google.com/maps?q=Pakistanmajor roads

Panama78,200 sq km [39]http://maps.google.com/maps?q=Panamamajor roads

Papua New Guinea462,840 sq km [40]http://maps.google.com/maps?q=Papua%20New%20Guineamajor roads






Paraguay406,750 sq km [41]http://maps.google.com/maps?q=Paraguaystreet level only for capital

Peru1,285,220 sq km [42]http://maps.google.com/maps?q=Perustreet level only for capital

Philippinesslightly larger than Arizona [43]http://maps.google.com/maps?q=Philippinesstreet level only for capital

Qatar11,437 sq km [44]http://maps.google.com/maps?q=Qatarmajor roads

Saudi Arabia1,960,582 sq km [45]http://maps.google.com/maps?q=Saudi%20Arabiamajor roads

Sri Lanka65,610 sq km [46]http://maps.google.com/maps?q=Sri%20Lankamajor roads

Syria185,180 sq km [47]http://maps.google.com/maps?q=Syriamajor roads

Tajikistan143,100 sq km [48]http://maps.google.com/maps?q=Tajikistanmajor roads

Turkmenistan488,100 sq km [49]http://maps.google.com/maps?q=Turkmenistanmajor roads

Uruguay176,220 sq km [50]http://maps.google.com/maps?q=Uruguaystreet level only for capital

Uzbekistan447,400 sq km [51]http://maps.google.com/maps?q=Uzbekistanmajor roads

Venezuela912,050 sq km [52]http://maps.google.com/maps?q=Venezuelastreet level only for capital

Vietnam329,560 sq km [53]http://maps.google.com/maps?q=Vietnammajor roads

Yemen527,970 [54]http://maps.google.com/maps?q=Yemenmajor roads

[1] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/af.html
[2] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/aa.html
[3] http://docs.google.com/support/spreadsheets/bin/answer.py?answer=54199&hl=en
[4] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/ba.html
[5] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/bg.html
[6] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/bh.html
[7] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/bd.html
[8] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/bt.html
[9] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/bl.html
[10] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/bx.html
[11] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/bm.html
[12] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/cb.html
[13] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/ci.html
[14] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/co.html
[15] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/cs.html
[16] http://en.wikipedia.org/wiki/Cuba_(Portugal)
[17] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/tt.html
[18] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/ec.html
[19] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/es.html
[20] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/fj.html
[21] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/gt.html
[22] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/ha.html
[23] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/ho.html
[24] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/id.html
[25] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/ir.html
[26] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/iz.html
[27] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/jo.html
[28] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/kz.html
[29] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/ku.html
[30] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/kg.html
[31] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/la.html
[32] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/le.html
[33] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/mx.html
[34] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/mg.html
[35] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/np.html
[36] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/nu.html
[37] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/mu.html
[38] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/pk.html
[39] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/pm.html
[40] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/pp.html
[41] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/pa.html
[42] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/pe.html
[43] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/rp.html
[44] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/qa.html
[45] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/sa.html
[46] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/ce.html
[47] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/sy.html
[48] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/ti.html
[49] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/tx.html
[50] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/uy.html
[51] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/uz.html
[52] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/ve.html
[53] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/vm.html
[54] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/ym.html




9/11/07

Tag cloud for Blogger ง่ายนิดเดียว

วิธีทำ Tag cloud สำหรับ Blogger

Click : phydeaux3: Code for New Blogger Tag Cloud / Label Cloud

9/3/07

เทคนิคในการสมัครงาน : Resume Tips

การเขียน Resume แบบมืออาชีพ

Resume ที่เยี่ยมที่สุด และทำให้คุณเนื้อหอม เมื่อบรรดานายจ้างได้อ่านมัน จะต้องประกอบด้วยความจริงสองข้อ (ขอเน้น ความจริงเท่านั้น) คือ หนึ่งรายละเอียดด้านการศึกษา และข้อสอง ประสบการณ์การทำงาน ฟังดูเหมือนง่าย แต่…ที่ยากคือ การเขียนให้ความจริงทั้งสองข้อนี้ เตะตาสุดๆ ต้องใช้วิชาประชาสัมพันธ์เข้าช่วย (ตบซ้าย ตบขวาให้เข้าที่ เข้าทาง) ข้อแนะนำคือ พยายามทุกวิถีทางที่จะเค้น.. เค้นๆ ทุกเรื่องที่สามารถนำมา สนับสนุนตัวคุณให้ลอยสูงเด่นกว่าคู่แข่ง..จนเอื้อมถึงดาวได้ แต่ที่สำคัญกว่าคือ Resume ต้องกระชับ ชัดเจน และได้ใจความ

ก่อนลงมือเขียน ให้ตั้งสติให้มั่น อ่านคุณสมบัติของตำแหน่ง ที่เขาต้องเสียตังค์เป่าประกาศหาตัว ให้ละเอียดก่อน แล้วเค้นๆ ออกมาว่า เรามีส่วนไหนบ้างที่ตรงกับความต้องการนั้น ไม่ว่าจะเป็นทักษะความชำนาญ ความสามารถพิเศษ คอมพิวเตอร์ มียานพาหนะ หรือแม้แต่บุคลิกภาพที่สง่างาม มนุษยสัมพันธ์ล้ำเลิศ เมื่อพบแล้วพิมพ์ทั้งหมดลงไปอย่างชัดเจน และมั่นใจได้เลยว่า "ฉันนี้แหละ คือคนที่เขาเฝ้ารอ" แต่ที่ห้ามลืมเด็ดๆ คือ ที่อยู่ที่ติดต่อสะดวก เบอร์โทรศัพท์ หรือ อีเมล์ ค่ะ


โชว์ผลงานให้ประจักษ์

ถึงเวลาแล้ว ที่คุณต้องอวดของดีในตัวออกมาให้หมด ก็ผลงานที่คุณภาคภูมิใจ ความสามารถพิเศษที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน กิจกรรมหรือโครงการที่คุณร่วมทำ อาสาสมัคร รวมถึงความสำเร็จทางด้านการศึกษา หรือใดๆ ที่จะทำให้คุณดูดี ไม่ว่าจะเป็น พรสวรรค์ที่ถ่วงหนี้เก่งหรือชำนาญ การสอดแนมคู่แข่ง เขียนทีละเรื่อง โดยสาธยายถึง จุดประสงค์ในการทำ ทำอย่างไร ทำกับใคร ใช้เครื่องมืออะไร และมีปัญหาอะไร แก้ไขอย่างไร ต้องทำกี่ครั้งกว่าจะสำเร็จ เขียนให้อ่านง่าย ได้ใจความ และกระชับที่สุด และเพิ่มอีกนิดว่า ผลงานแต่ละชิ้น กว่าจะสำเร็จ คุณต้องทุ่มเท ทักษะ ความชำนาญของคุณไปมากแค่ไหน อย่าแม้จะแต่คิด..ที่จะถ่อมตัวเชียว โดยเฉพาะยุคใครดีใครได้ แบบนี้ เขามีดีเอาไว้อวดกันทั้งนั้นค่ะ


ลงมือเขียน Resume

ใครๆ ก็เขียนได้ แต่ถ้าต้องการเขียนให้โดนใจ นายจ้าง ก่อนอื่น เราต้องรู้ใจกันซะก่อน ว่าพวกเขาอยากรู้ เรื่องอะไรของเรามากที่สุด จากการสำรวจพบว่า ทักษะการใช้ภาษา ติดต่อสื่อสารในงาน เป็นเรื่องฮ๊อตที่สุด ที่เขาต้องรู้ให้ได้ ก็อย่างที่เรารู้กัน ภาษาได้ ภาษีก็ดีกว่า และต่อด้วยประสบการณ์การทำงาน (ทำมากี่ปี ทำที่ไหน อย่างไร) ชื่อสถาบันที่จบการศึกษา และชื่อบริษัทสุดท้ายที่คุณเคยทำงาน นี่คือเป้าที่คุณต้องปาให้โดน ซึ่งขึ้นกับ ความสามารถ ในการเขียนของคุณแล้วล่ะ

เมื่อคุณรู้วิธีการเขียนดีแล้ว คุณก็สามารถ จะบรรยายสรรพคุณ ของตัวเองใน Resume และจดหน้าสมัครงาน ได้ดียิ่งขึ้น และด้วยการที่คุณ ทำการบ้านมาอย่างดี คุณยิ่งมั่นใจ เมื่อต้องตอบคำถามหลากหลายรูปแบบ และแล้วการสัมภาษณ์ ก็เป็นเรื่องหมูๆ ไปได้ วิธีส่งจดหมายขอบคุณไปให้ ก็เป็นสิ่งที่เพิ่ม ความประทับใจในตัวคุณ ให้มากขึ้นไปอีก

ขั้นตอนเรียบเรียง Resume โดยเฉพาะที่เป็นภาษาอังกฤษ ยิ่งสับสนวุ่นวายกันไปหมด แต่ถ้าคุณใช้วลีสั้นๆ โดยใช้คำกริยาขึ้นต้นประโยค เพื่อบรรยายคุณสมบัติต่างๆ โดยไม่ต้องเขียนเต็มๆ ประโยค (มี ประธาน + กริยา+ กรรม) จะทำให้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้ Resume ดูน่าอ่านขึ้นอีกด้วย และถ้ารู้ว่า จะเริ่มต้นเรียงอย่างไร คุณอาจจะเรียง อะไรที่สัมพันธ์กับ ตำแหน่งที่คุณต้องการสมัคร ไว้ก่อนก็ได้



เคล็ดลับที่ไม่ควรพลาด
• ควรกำหนดให้ข้อมูลทั้งหมด จบภายใน 1 หน้า หากประสบการณ์เยอะมาก อนุโลมให้ 2 หน้า แต่นั้นมันอาจจะมากเกินไป จนทำให้ ไม่อยากอ่าน
• ควรเขียนรูปแบบเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ
• พยายาม หลีกเลี่ยง คำว่า "ฉัน" หรือ "ของฉัน"
• จะเขียนเป็นประโยค หรือแค่วลีก็ได้ แต่ให้เลือกใช้ เพียงแบบเดียว
• Resume ภาษาอังกฤษ ต้องใช้กริยา ให้ถูก Tense เช่น ถ้าเป็นเรื่องปัจจุบันก็ใช้ Present Tense ถ้าเป็นเรื่องในอดีตก็ใช้ Past Tense ท ถ้าใช้ตัวเลขเพื่อแบ่งหัวข้อ ก็ให้ใช้ตลอด อย่าใช้บ้างไม่ใช้บ้าง ถ้ามีไม่เกิน 9 หัวข้อ คุณสามารถเขียนเรียงกันลงมาได้เลย อาจจะใช้จุด หรือ ตัวอักษร A ,B,C แต่ถ้าเกิน ให้คุณใช้ตัวเลขช่วยดีกว่า เช่น 1, 2, 5, 10, 12, …
• ไม่ต้องใส่ข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำเป็น เช่น เลขบัตรประกันสังคม หย่ามาแล้ว 2 ครั้ง กำลังจะหย่าอีก
• ให้คำอธิบายพอเข้าใจ ในกรณีที่ชื่อตำแหน่งงาน ที่คุณเคยทำ ต่างกับที่อื่นๆ
• ให้ใช้ Action words เพื่อให้ง่ายขึ้น เช่น คำกริยา คำคุณศัพท์ และคำขยายกริยา หรือวลีก็สามารถเขียนให้กระชับและชัดเจนได้
• ตรวจทานให้รอบครอบ ว่าไม่ตกหล่นอะไรไป
• ตรวจการสะกดคำ และไวยากรณ์ ควรมีจุด เมื่อจบประโยค และใช้เครื่องหมายวรรคตอนอย่างถูกต้อง เพื่อความสวยงาม และอย่าใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) และใช้ตัวหนาเฉพาะ ที่จำเป็นเท่านั้น
• อย่าใช้คำย่อ ยกเว้นที่คุณได้เขียนบอกไว้แล้วเท่านั้น
• ควรมีรูปแบบในการเขียนที่ต่อเนื่อง เช่น ถ้าคุณขีดเส้นใต้ที่หัวข้อ ก็ควรทำให้ตลอดทุกหัวข้อ เป็นต้น
• ตรวจทานหาคำผิดด้วยตัวเอง อย่าได้ไว้ใจโปรแกรมตรวจคำผิดเด็ดขาด เพราะคำที่เราพิมพ์ผิด อาจไม่ได้สะกดผิด เช่น effect เป็น affect แปลไปคนละเรื่องเลย เพราะฉะนั้น เพื่อให้มั่นใจ คุณควรวานคนที่เก่งภาษา ช่วยตรวจทานให้อีกที ยิ่งดีใหญ่
• อย่าใช้คำศัพท์ ที่ไม่มั่นใจว่าถูก ควรเปิด Dictionary ก่อน
• ศัพท์เทคนิค คำพูดที่ใช้เฉพาะกลุ่ม จะใช้ใน Resume ได้ ก็ต่อเมื่อ คุณต้องการส่ง กับสายงาน ที่ใช้และเข้าใจมันดีเท่านั้น
• อย่าอัดข้อมูลจนแน่นเอียด จะทำให้ Resume ไม่น่าอ่าน ให้ตัดสิ่งที่จำเป็นน้อยที่สุดออกไป ท เลือกชนิดของ ตัวหนังสือ ที่อ่านง่ายๆ เช่น Palatino หรือ Times ขนาดไม่เกิน 14 หรือ ไม่เล็กกว่า 10
• ควรมี จดหมายสมัครงาน ปิดหน้า Resume เสมอ
• พิมพ์ใส่กระดาษอย่างดี เลือกสี ของกระดาษ Resume จดหมายปิดหน้า และซอง ให้เหมือนกัน
• อย่าลืมตรวจดูทุกอย่างอีกครั้งเพื่อความเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันที่เริ่มทำงาน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และชื่อบริษัทฯ ที่เราเขียนไปสมัครงาน ที่อยู่ ฯลฯ อย่าลืมว่า มันสำคัญขนาดไหน!
• ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์ ให้ส่ง Resume ที่ถูกต้อง ไปให้บริษัท ที่คุณส่งจดหมายสมัครงานเข้าไปด้วย

แบบต่างๆ ของ เรซูเม (Resume Styles)
ตัวอย่าง Combination Resume


Somruthai JaiSoo
123 Sukhumvit 55 Rd.,
Wattana, Bangkok 11223
Tel: 456-7890

Objective:
To obtain a position that allows me to utilize my skills as a Web designer and HTML programmer.

Relevant Skills:
Programming Languages:
C++, Cobol, HTML, and Perl
Systems: Apple, IBM and UNIX
Software: Adobe Acrobat, Aldus Pagemaker, Adobe Photoshop, EXCEL, Filemaker Pro, Microsoft Word, QuarkXPress, and Windows 98.

Experience:
• Develop, design, script, and program Web pages.
• Have designed over 34 sites integrating state-of-the-art Web resources to improve revenue for clients.
• Strong background in computer systems, hardware, and software.
• Knowledge of print production.
• Ability to develop and implement databases to increase work flow and aid in organization

Employment:
• HTML Programmer Ross Public Relations, Collegeville, PA, 5/99 - Present.
• Graphic Designer Ross Public Relations, Collegeville, PA, 11/98 - 5/99.
• Assistant Graphic Designer Ursinus College, Collegeville, PA, 1/98 - 11/98.
• Assistant Computer Operator The Logeen Corporation, Doylestown, PA, 5/97 - 1/98.

Awards:
1997/98 Emily Lewis Award for Academic Excellence
Deans List, September 1996 - May 1999.

Education:
Ursinus College, Collegeville, PA BA in Communications, May 1999
Graduated Cum Laude, GPA 3.45/3.85

แบบต่างๆ ของ เรซูเม (Resume Styles)
ตัวอย่าง Functional Resume

Somruthai JaiSoo
123 Sukhumvit 55 Rd.,
Wattana, Bangkok 11223
Tel: 456-7890

Objective:
To obtain a position that allows me to utilize my skills as a Web designer and HTML programmer.

Relevant Skills:
Programming Languages:
C++, Cobol, HTML, and Perl
Systems: Apple, IBM and UNIX
Software: Adobe Acrobat, Aldus Pagemaker, Adobe Photoshop, EXCEL, Filemaker Pro, Microsoft Word, QuarkXPress, and Windows 98.

Capabilities:
Develop, design, script, and program Web pages.
Have designed and implemented over 34 Web sites by working closely with clients to integrate state-of-the-art Web resources to improve revenue and meet other marketing goals.
Strong background in computer systems, hardware, and software.
Perform Macintosh systems support, including troubleshooting, system maintenance, and equipment recommendations.
Ability to develop and implement databases to increase work flow and aid in organization.
Knowledge of print production and graphic design.

Work History:
Ross Public Relations, Collegeville, PA, 11/98 - Present
Ursinus College, Collegeville, PA, 1/98 - 11/98
Logeen Corporation, Doylestown, PA, 5/97 - 1/98

Education:
Ursinus College, Collegeville, PA BA in Communications, May 1999
Graduated Cum Laude, GPA 3.45/3.85

แบบต่างๆ ของ เรซูเม (Resume Styles)
ตัวอย่าง Chronological Resume

Somruthai JaiSoo
123 Sukhumvit 55 Rd.,
Wattana, Bangkok 11223
Tel: 456-7890

Objective:
To obtain a position that allows me to utilize my skills as a Web designer and HTML programmer.

Education:
Ursinus College, Collegeville, PA BA in Communications, May 1999
Graduated Cum Laude, GPA 3.45/3.85

Related Job Experience:
May 1999 - Present
• HTML Programmer, Ross Public Relations, Collegeville, PA
• HTML code all Web pages designed by Ross Public Relations.
• Assist account coordinators in designing client Web sites.

November 1998 - May 1999
• Graphic Designer, Ross Public Relations, Collegeville, PA
• Worked closely with writers and account coordinators in the development of client promotional materials.
• Developed a database system for archiving client files on network.
• Assisted in network integration of art department files.

January 1998 - November 1998
• Assistant Graphic Designer, Ursinus College, Collegeville, PA
• Assisted in the development and implementation of advertising materials for a youth program at the Berman Museum of Art.
• Designed flyers for promotional events.
• Assisted in producing mechanicals



Awards:
1997/98 Emily Lewis Award for Academic Excellence
Deans List, September 1996 - May 1999.

Skills:
Programming Languages: C++, Cobol, HTML, and Perl.
Systems: Apple, IBM, and UNIX.

Software: Adobe Acrobat, Aldus Pagemaker, Adobe Photoshop, EXCEL, Filemaker Pro, Microsoft Word, QuarkXPress, and Windows 98

วิธีเขียน Resume

ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์และอีเมล์
ขอบอกเลยนะคะว่าสำคัญมาก.. อย่าเผลอให้เบอร์ที่คุณเลิกใช้ไปแล้วเด็ดขาด เช็คให้แน่ใจว่าเป็นเบอร์ปัจจุบัน ที่คุณกำลังใช้อยู่ เพราะมันจะทำให้บริษัท ที่สนใจอยากจะ สัมภาษณ์คุณ สามารถตามตัวคุณได้อย่างรวดเร็ว ลองคิดดูว่า ถ้าคุณให้เบอร์สุ่มสี่สุ่มห้ากับเขาไป เวลาที่เขาต้องการติดต่อก็ติดต่อไม่ได้ ก็คุณนั้นแหละที่ทำลายโอกาสตัวเอง ถ้ากำหนดช่วงเวลา ที่สามารถติดต่อได้ด้วย ก็จะยิ่งดีใหญ่ แต่ถ้าคุณยังทำงานอยู่ ก็ควรให้เบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานด้วย เพื่อเขาจะได้ไม่ต้อง เสียเวลาโทรตามคุณ ให้มั่วไปหมด

จุดมุ่งหมายในอาชีพที่คุณอยากทำ
คุณควรจะบอกจุดมุ่งหมายในอาชีพหรือตำแหน่งงานที่คุณอยากจะทำด้วย แต่มันก็ไม่ใช่กฎตายตัวที่ต้องทำ เพียงแต่มันจะเป็นข้อได้เปรียบของคุณเอง ถ้าคุณระบุให้นายจ้างหรือบริษัทจัดหางานได้รับรู้ความต้องการของคุณ เพราะมันจะทำให้ทั้งคุณและเขาไม่ต้องเสียเวลา

แต่ทางที่ดีคุณควรจะกำหนดลักษณะงาน ที่คุณอยากทำ ลักษณะองค์กรที่คุณอยากร่วมงานด้วย เจาะจงตำแหน่งที่คุณมองหา และความสามารถพิเศษของคุณ ที่จะนำมาใช้งานได้ เพื่อให้นายจ้างหรือบริษัทจัดหางาน ตัดสินใจได้ว่า จะส่งประวัติการทำงานของคุณไปที่ไหนดี

ถ้าคุณเกิดสนใจในตำแหน่งงานที่คุณไม่เคยทำมาก่อน อย่าเถรตรง ส่งประวัติการทำงานอันเดิมๆที่คุณเคยใช้ไปล่ะค่ะ ลองทุนนิดหนึ่ง..เขียนใหม่โดยระบุความต้องการหรือจุดประสงค์ในการทำงานของคุณ ให้สอดคล้องกับตำแหน่งนั้นๆ จะดูดีกว่ากันเยอะค่ะ

การศึกษา
ให้คุณเรียงประวัติการศึกษา โดยเริ่มจากปัจจุบันไปหาอดีต บอกไปให้หมดว่าคุณได้รับมากี่ปริญญา จากที่ส่วนไหนของโลก และสาขาอะไรบ้าง ยิ่งถ้าถ้าเกรดเฉลี่ยดีๆ ใส่ไปเลยค่ะ (มีของดี ต้องโชว์กันหน่อย)

เกียรติคุณหรือกิจกรรมในมหาวิทยาลัย
ถ้าคุณเคยได้รับทุนการศึกษาหรือใบประกาศเกียรติคุณต่างๆ ทั้งของมหา'ลัย หรือจากที่อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีหลักฐานแสดงว่าคุณเป็นหัวหน้า มีความคิดสร้างสรรค์ ช่วยเหลือสังคม หรือต้องใช้ความสามารถพิเศษ ไม่ต้องอายใส่ไปให้หมด มันจะทำให้คุณดูโดดเด่นกว่าคนอื่นแน่ๆ


ประสบการณ์การทำงาน
ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญมากที่สุด คุณจะเป็นมืออาชีพ หรือ มือสมัครเล่น เขาวัดกันที่นี่ค่ะ เพราะฉะนั้นคุณต้องเน้นประสบการณ์การทำงาน ที่คุณประสบความสำเร็จ และเป็นความจริง อย่าเขียนพรรณาสรรพคุณ ซ่ะจนทำให้คุณดูเป็น "ไอ้ขี้โม้" ไป เขียนให้กระชับได้ใจความก็พอ

ให้ใส่ประสบการณ์การทำงานจริง หรืองานพาร์ทไทม์ที่เคยทำมา งานอาสาสมัครต่างๆ งานที่ทำในช่วงปิดเทอม งานวิจัยหรืองานฝึกสอนในมหาวิทยาลัย รวมทั้งการฝึกงานด้วย

วิธีเขียนประสบการณ์การทำงานมี 3 แบบ
• แบบเรียงลำดับงานที่ทำอยู่ในปัจจุบันไปหาอดีต การเขียน แบบเรียงลำดับงานจะใช้วันที่เป็นเกณฑ์ โดยเริ่มจากงานที่คุณ ทำอยู่ในปัจจุบันย้อนไปหาอดีต การเขียนแบบนี้เป็นที่นิยมมาก ที่สุด และเหมาะกับคนที่เพิ่งจบใหม่ยังมีประสบการณ์ในการทำ งานน้อยหรือคนที่มีประวัติการทำงานที่ดี
• แบบเรียงตามหน้าที่การงาน เป็นการเขียนโดยไม่ต้องคำนึง ถึงเวลาและสถานที่ แบบนี้จะทำให้คุณมีโอกาสแสดงความก้าว หน้าในหน้าที่การงานของคุณ เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์ใน การทำงานมากและสามารถ เน้นแต่งานที่ประสบความสำเร็จและไม่ต้องเขียนถึงงานที่ไม่ดีใน อดีตได้ แต่การเขียนแบบนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไร (ถ้าไม่เจ๋งจริง .. อย่าใช้ดีกว่า!)
• แบบผสมทั้ง 2 แบบเข้าด้วยกัน
ความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์
บรรยายมาให้หมดว่าคุณมีความรู้ ความชำนาญทางด้านโปรแกรมอะไรบ้าง ถึงแม้ว่าจะรู้น้อยก็ควรจะใส่ลงไปบ้าง เพราะสมัยนี้ ถ้าใครใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น ก็ไม่ต้อง ทำมาหากิน อะไรแล้ว เจ้าค่ะ

ข้อมูลอื่นๆที่น่าสนใจ
ถ้าตัวคุณมีอะไรที่แน่กว่าคนอื่น อย่าลังเลที่จะเขียนถึงความสามารถพิเศษของตัวเอง เพราะเป็นวิธีที่คุณจะเฉือนผู้สมัครคนอื่นๆ ให้ขาดกระจุยได้ บอกไปเลยด้วยความภูมิใจว่า คุณมีใบอนุญาตต่างๆ ที่น้อยคนจะมี มีความชำนาญทางด้านภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่แต่ภาษาอังกฤษ หรือเป็นสมาชิกขององค์กรใดที่ดังๆ เป็นต้น

การอ้างถึงบุคคลอื่น
ปกติแล้วเราจะไม่ใส่การอ้างอิงใดๆในประวัติการทำงาน แต่ถ้าบริษัทที่คุณสมัครงานต้องการ จึงค่อยให้ แต่ส่วนใหญ่จะนิยม อ้างถึงนายจ้างจากบริษัทเดิม แต่วิธีที่ดี คุณควรขออนุญาตเขาก่อนล่วงหน้า อย่างน้อย..เขาจะได้มีเวลาเตรียมตัวตอบคำถามต่างๆ และข้อมูลที่นายจะให้นั้น จะได้ไม่ตกหล่นหายไปด้วยอาการงงเต๊ก..และมัวแต่นั่งนึกๆๆ ว่า "ใครหว่า..ชื่อคุ้นๆ !"

การเตรียมตัว
คำถามระหว่างถูกสัมภาษณ์

ตลอดการสัมภาษณ์ คำถามส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวคุณ ประสบการณ์การทำงาน ทักษะความชำนาญ ความรู้เกี่ยวกับบริษัท และอุตสาหกรรม และเป้าหมายในการทำงานของคุณ จำไว้ว่า คุณไม่จำเป็นต้องตอบถูกทุกข้อ แต่คุณสามารถมั่นใจได้ว่า การสัมภาษณ์จะเป็นไปอย่างราบรื่น จากการที่คุณทำการบ้านมาดี รู้จุดเด่น จุดด้อยและเป้าหมายการทำงาน ของตัวเองเป็นอย่างดี และเตรียมตัวอย่างผลงาน ที่สามารถ อธิบายประสบการณ์อันโชกโชนของคุณ ที่จะทำให้คุณเหมาะกับงานนี้ เอาไว้เรียบร้อยแล้ว แต่อย่าลืม นำข้อมูลบริษัทฯ ที่คุณเตรียมไว้ มาใช้ให้ได้ประโยชน์ที่สุดด้วยล่ะค่ะ

การเป็นตัวของตัวเอง และความซื่อสัตย์ คือสิ่งสำคัญที่สุด ในการสอบสัมภาษณ์ โดยคุณสามารถ ตอบคำถามโดยการยกตัวอย่าง เพื่อจะช่วยให้คำตอบชัดเจนขึ้น เน้นทักษะความชำนาญที่คุณสามารถทำสำเร็จ และตอบคำถามในแง่ดี และพยายามเปลี่ยนจุดอ่อน และเรื่องที่ยากๆ ให้เป็นเรื่องที่คุณสามารถเรียนรู้ได้ และที่สำคัญ ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรเกี่ยวกับเจ้านายคนก่อน ให้พูดแต่ในแง่ดีเท่านั้นค่ะ

คำถามทั่วไป เกี่ยวกับเชื้อชาติ สีผิว อายุ เพศ ศาสนา สัญชาติ สถานภาพ การกระทำผิดกฎหมาย การดื่มสุรา การเสพยา สถานะทางด้านการเงิน การวางแผนครอบครัว อายุเท่าไร ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้หรือเปล่า คำถามบางคำถาม ที่อาจทำให้คุณรู้สึก อึดอัด เหมือนถูกล่วงเกิน และรู้สึกว่า ไม่จำเป็นต้องตอบ คุณสามารถปฏิเสธที่จะตอบได้ อย่างสุภาพค่ะ

ตัวอย่างคำถามในการสอบสัมภาษณ์

คำถามที่นิยมใช้มีสองแบบ คือ คำถามเปิด และคำถามปิด ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่า จะเริ่มต้นเล่าประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และสามารถแสดงให้เห็นวัตถุประสงค์การทำงานของคุณ ได้มากน้อยแค่ไหน

Could you tell me about yourself?
(ช่วยเล่าประวัติของคุณให้เราฟังหน่อยสิครับ)

What led you to choose your major field of study, your college, or university?
(ทำไมคุณถึงเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้ และเลือกเอกสาขานี้)

How did you decide to become an (accountant, engineer, etc.)?
(อะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจ อยากเป็น…พนักงานบัญชี)


คำถามที่มักได้ยินในการสัมภาษณ์
ซึ่งผู้สัมภาษณ์นิยมใช้ในการสอบประวัติของเรา
Tell me about what you did at your internship/job? What responsibilities did you have?
(ให้เล่าว่า เคยทำงานอะไรมาบ้าง และ คุณต้องรับผิดชอบเรื่องอะไรบ้าง)

If you were hiring somebody for this position, what qualities would you look for?
(ถ้าคุณกำลังหาใครสักคนมาทำตำแหน่งนี้ คุณคิดว่าคนคนนั้น ต้องมีคุณสมบัติอะไรจึงจะเหมาะ)

What were your motivations in the choice of career for which you are applying?
(อะไรคือสิ่งสำคัญที่คุณ ใช้ตัดสินใจที่จะเลือกสมัคร หรือไม่สมัครงานต่างๆ)

What qualifications do you have that make your think you will be successful?
(ความสามารถอะไรที่คุณมี และคิดว่ามันจะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้)

How do you determine or evaluate success?
(อะไรคือสิ่งที่คุณใช้วัดว่า ประสบความสำเร็จ หรือไม่ประสบความสำเร็จ)

Do you prefer working alone or in groups?
(คุณชอบฉายเดี่ยวหรือทำงานเป็นกลุ่ม)

What kind of people do you like to work with?
(คนแบบไหนที่คุณอยากร่วมงานด้วย)

What qualities should a successful manager possess?
(คุณสมบัติที่ ผู้จัดการที่จะประสบความสำเร็จ ควรจะมี คืออะไร)

Describe the relationship that should exist between a supervisor and his or her subordinates.
(สัมพันธภาพแบบไหน ที่จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาและเจ้านาย รักใคร่กลมเกลียวกัน)

How do you think you work under pressure?
(คุณคิดยังไงกับการต้องทำงานภายใต้ความกดดันมากๆ)

What motivates you to put forth your greatest effort?
(อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้คุณ มีความมานะพยายาม ที่จะทำงานจนสำเร็จให้ได้)

In what part-time or full-time jobs have you been the most interested? Why?
(งานประเภทไหนที่คุณอยากทำมากที่สุด และทำไม)

Could you describe a major problem you have encountered and how you dealt with it?
(อะไรคือปัญหาหนักอกสำหรับคุณ และคุณมีวิธีจัดการกับมันอย่างไร)



Tell me about a difficult situation when it was desirable for you to keep a positive attitude. What did you do?
(ให้เล่าสถานการณ์ที่ยากๆ และต้องใช้ความพยามอย่างสูง ที่จะแก้ไขให้จบลงด้วยดี และคุณแก้ไขสถานการณ์นั้นอย่างไร)

Give me an example of a time you had to make an important decision. How did you make the decision?
(ให้ยกตัวอย่าง เรื่องสำคัญมากๆ ที่คุณต้องตัดสินใจเอง และทำไมคุณถึงตัดสินใจอย่างนั้น)

Tell me about a time when you had to deal with a difficult person. How did you handle the situation?
(ให้เล่าประสบการณ์ที่คุณ ต้องทำงานร่วมกับคนที่เอาใจยากๆ คุณมีวิธีจัดการกับเขาได้อย่างไร)

Tell me about a time you had to handle multiple responsibilities. How did you organize the work you needed to do?
(เมื่อคุณมีเรื่องให้รับผิดชอบมากมาย คุณมีวิธีจัดการกับพวกมันให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างไร)

Give me an example of a time you had to persuade other people to take action. Were you successful?
(จงยกตัวอย่าง วิธีที่คุณใช้โน้มน้าวใจคน ให้ทำงานจนสำเร็จได้ ที่เคยใช้ได้ผลมาแล้ว)

What two or three things are most important to you in a job?
(คุณคิดว่าอะไรคือ สิ่งสำคัญที่สุด 3 อย่าง สำหรับคุณในเรื่องงาน)

What two or three accomplishments have given you the most satisfaction? Why?
(อะไรคือผลงานชิ้นโบว์แดงที่คุณภาคภูมิใจที่สุด ..ทำไม)

What rewards are most important to you in your chosen career?
(ในความคิดของคุณ ..สิ่งตอบแทนอะไร ที่สำคัญสำหรับการเลือกงาน ที่จะทำหรือไม่ทำ)

คำถามที่อาจจะกดดัน ในการสัมภาษณ์

คำถามที่สร้างความกดดัน ที่ต้องการทำให้คุณรู้สึกโกรธ หงุดหงิด หรืออยากจะกรี๊ดใส่หน้าเขาซ่ะเลย นั้นแหละคือสิ่งที่บรรดานายจ้างต้องการ เพราะเขากำลังทดสอบ การควบคุมอารมณ์ การแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ไหวพริบ และความฉลาดบวกเฉลียวของคุณ ความยากง่ายของคำถาม มักขึ้นอยู่กับ ตำแหน่งงานที่คุณสมัครด้วย ถ้ายิ่งเป็นตำแหน่ง ที่ต้องเผชิญกับปัญหาร้อยแปด เตรียมตัวไว้ให้ดี คุณอาจจะต้องตะลึง กับคำถาม ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต ลองมาดูคำถามเหล่านี้กันบ้าง?

What do you consider your major strengths and weaknesses?
(ไหนคุณลอง วิจารณ์วิชาเอกที่คุณเรียนมา หน่อยซิ ว่ามีจุดเด่นและจุดด้อยตรงไหนบ้าง)

How would you describe yourself? How do you think other people who know you would describe you?
(คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร และคุณคิดว่าคนอื่นๆ ที่รู้จักคุณจะพูดถึงคุณว่าอย่างไรบ้าง)

What are your short-range and long-range career goals, and why? How are you preparing yourself to achieve them?
(ช่วยเล่าถึง เป้าหมายในการทำงาน ทั้งระยะสั้น และระยะยาวของคุณ ให้ฟังหน่อย และบอกสาเหตุของการตั้งเป้าหมายนั้นด้วย แล้วคุณเตรียมการไว้อย่างไรบ้าง เพื่อจะทำให้บรรลุเป้าหมายนั้น)

What would you say are some of the basic factors that motivate you?
(ปัจจัยพื้นฐานอะไร ที่เป็นแรงจูงใจในการทำงานของคุณ)

What would you really like to do in life?
(อะไรที่คุณชอบทำ มากที่สุดในชีวิต)

What do you see yourself doing five years from now?
(คุณอยากจะทำอะไร ในอีก 5 ปีข้างหน้า)

What have you learned from your mistakes?
(คุณเรียนรู้อะไรได้บ้าง จากประสบการณ์ที่ผิดพลาดต่างๆ )

Why should I hire you?
(คุณสามารถให้เหตุผลได้ไหมว่า ทำไม ผม/ดิฉัน ต้องรับคุณเข้าทำงานด้วย)



เทคนิคสัมภาษณ์งาน

เตรียมตัวรับสถานการณ์

ก่อนไปสัมภาษณ์งาน การเตรียมพร้อม เป็นวิธีที่ดี ที่สามารถลดความประหม่า ในการสัมภาษณ์งานได้ โดยการอ่านทวน Resume ของคุณให้มั่นใจว่า คุณจะไม่หลงลืม รายละเอียดต่างๆ เหล่านั้นทั้ง ประสบการณ์ ทักษะความชำนาญ เป้าหมายในการทำงาน สิ่งที่สนใจ และความสามารถต่างๆ ที่เป็นข้อดีที่จะทำให้คุณ ดูเหมาะสมกับงานนั้น จำไว้ว่า ในวันนั้น มีคำถามมากมาย ที่รอให้คุณตอบ แล้ววิธีตอบที่ดีที่สุด คือ สั้น กระชับ และชัดเจน อาจจะเสริมความเข้าใจด้วย การยกตัวอย่างประกอบ ด้วยก็ได้

ลองฝึกถาม-ตอบคำถาม ที่นายจ้างนิยมถามกัน แล้วหาคำตอบที่ฟังดูเข้าที และอย่าลืมเน้น คุณสมบัติที่ดี ต่อตำแหน่งที่สมัครไว้ แต่ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับ ประสบการณ์แย่ๆ หรืองานยากๆ แนะนำให้คุณ เล่าประสบการณ์นั้น ให้เหมือนเป็น บทเรียนชั้นยอดของคุณด้วย

ในระหว่างการสัมภาษณ์ คุณสามารถถาม คำถามที่คุณอยากรู้ ได้เช่นกัน เมื่อผู้สัมภาษณ์เปิดโอกาส ด้วยการถามว่า "เออ..คุณมีอะไรสงสัย ที่อยากจะถามผมไหมครับ?" ถ้าคิดว่า คุณเข้าใจดีหมดทุกเรื่องแล้ว ให้ตั้งคำถามที่เกี่ยวกับงาน จะทำให้คุณดูดี และมีความสนใจงาน มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับบริษัทฯ และอุตสาหกรรมเป็นอย่างดี แต่จำไว้ว่า ทุกคำถามที่ออกจากปากคุณ จะโชว์สมองของคุณด้วย! (คิดทุกคำที่พูด อย่าพูดทุกคำที่คิด)


อาการประหม่าที่อาจเกิดขึ้น

ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ถ้าคุณต้องตัวสั่นเทา เหยื่อแตก มือเท้าเย็น ใจเต้นรัว หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม ด้วยความประหม่า อย่างแสนสาหัส ในขณะสัมภาษณ์งาน หรือไม่ก็อึ้ง..นิ่งเงียบอยู่นาน กับคำถามที่ถามง่าย แต่ตอบไม่ออก หรือกับสารพัดวิธีที่ ต้องการทดสอบคุณ แต่คุณสามารถเอาชนะ ความประหม่าเหล่านี้ได้ เพียงแค่คุณมีการเตรียมพร้อมทีดี และเป็นผู้สมัคร ในแบบที่นายจ้างต้องการ:
และนี่คือพนักงานที่มีคุณสมบัติ ตรงกับความต้องการ ของนายจ้างมากที่สุด:
• เป็นคนที่มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์เรื่องงานที่แน่นอน และสามารถอธิบายทักษะความชำนาญ ที่เป็นข้อดีกับงานที่สมัครได้ (ให้ดูใน Resume แล้วยกตัวอย่าง หรือเพิ่มรายละเอียด ที่น่าสนใจเข้าไป)
• ป็นคนฉลาด รู้จักหาข้อมูลเรื่อง ตำแหน่งงาน, บริษัท, ผลิตภัณฑ์, ประเภทอุตสาหกรรม ของบริษัทฯ ที่ตนเองกำลังมาสัมภาษณ์งานอยู่ ท ต้องสามารถบอกได้ว่า ประสบการณ์ และทักษะความชำนาญ ของตน เหมาะกับตำแหน่งงานนี้อย่างไรบ้าง?
• ต้องมีความมั่นใจในตัวเอง และมั่นใจในความสามารถของตน ว่าจะทำประโยชน์ให้กับบริษัทได้แน่นอน
• ต้องสามารถเล่าประวัติการทำงาน ยกตัวอย่าง สาธิตวิธีการทำ และแสดงผลงานที่เด็ดๆ ให้เขาเห็นได้


จดหมายสมัครงาน
เขียนจดหมายสมัครงานอย่างไรให้ได้งาน

คุณเคยสงสัยบ้างไหม ว่าทำไมส่งจดหมายสมัครงานไปเท่าไร ก็ไม่เห็นมีบริษัทฯ ไหน จะติดต่อกลับมาสักที่! ทั้งๆ ที่คุณก็ ออกจะเพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติและคุณสมบัติ..ไม่ใช่แค่เรียนเก่ง ได้เกียรตินิยมเหรียญทองน่ะ ประสบการณ์การทำงานก็มีมาก มนุษยสัมพันธ์ดี เรื่องคอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ต หรือภาษารึก็เป็นเลิศ เก่งทั้งบู้ทั้งบุ้นออกปานนี้.. ทำไม๊…ทำไมก็ไม่รู้ ไม่ยักมีใครสนใจฉันบ้างเล้ย? ข้อสันนิฐานอันแรกที่น่าสงสัยที่สุดก็คือ "จดหมายสมัครงาน" ที่เขียนไปจ๊ะจ๋ากับว่าที่เจ้านายของคุณน่ะ มันน่าอ่านมากก..จนอดใจไม่ไหว ที่จะขย้ำๆๆ.. แล้วโยน..ใส่ถังขยะไปเลย มากกว่าจะอยากดูตัวคนเก่ง อยากเรียกมาสัมภาษณ์ เพื่อรับเข้าทำงานด้วย นะซิค่ะ ถ้าคุณอยู่ในข่ายนี้ เรามาดูวิธีเขียนจดหมายสมัครงานแบบเจ๋งๆ โดนใจคนอ่านกันดีกว่าค่ะ

"จดหมายสมัครงาน" มันอาจเป็นแค่ "จดหมายปะหน้า ประวัติการทำงาน (Resume)" สำหรับผู้สมัคร แต่สำหรับบรรดานายจ้างแล้ว มันคือ "ข้อสอบวิชาศิลปะในการติดต่อสื่อสาร" และแสดงถึง "ประสิทธิภาพในการทำงาน" ที่เขาต้องตรวจและให้คะแนน เพื่อคัดเลือกคนดี มีคุณภาพจริงๆ เท่านั้น โดยพิจารณาได้จาก การใช้รูปแบบจดหมายที่ถูกต้อง การสะกดคำ การใช้ไวยากรณ์ การเรียบเรียง ความสะอาด ความรอบครอบ ความสามารถในการสื่อสาร ให้ซึ้งว่า คุณน่ะคือ ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับงานของเขา ได้อย่างชัดเจน และไม่ติดขัด และต้องมีความตั้งใจจริงที่จะทำงาน ด้วย ฯลฯ ดังนั้น..จำไว้ว่า..เก่งมาจากไหน ก็แห้วได้ ถ้าจดหมายสมัครงานไม่ได้เรื่อง..


รูปแบบของจดหมายสมัครงาน
• จดหมายสมัครงานแบบทั่วไป แบบนี้จะประกอบด้วย ตัวจดหมายและประวัติการทำงาน ซึ่งจะระบุตำแหน่งงานที่คุณต้องการสมัครไว้ชัดเจน ฉะนั้นจะแบบนี้จะเน้นเฉพาะตำแหน่ง ที่สมัครเท่านั้น
• จดหมายสมัครงานที่ไม่ได้ระบุตำแหน่งงาน จดหมายแบบนี้ ก็ส่งพร้อมกับประวัติการทำงานด้วยเช่นกัน และถูกส่งไปยังบริษัทต่างๆที่มีลักษณะองค์กร ตรงกับความต้องการของคุณ วิธีนี้ดีสำหรับคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานมากๆ
• จดหมายสมัครงานทางอินเตอร์เน็ต (networking letter) จดหมายแบบนี้ต้องการข้อแนะนำหรือข่าวสาร และถูกส่งไปที่บริษัทที่ต้องการได้โดยตรง หรือผ่าน บริษัท จัดหางานออนไลน์ ซึ่งใช้ได้ผลดีไม่ต่างจากแบบอื่น แถมยังรวดเร็วกว่าด้วย ซึ่งเป็นวิธี ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน


เคล็ดลับ ของการเขียนจดหมายสมัครงาน

จดหมายสมัครงานที่ดี จะทำให้นายจ้างสนใจคุณขึ้นมาทันที จนไม่สามารถอดใจ ที่จะพลิกไปดู Resume ของคุณเพื่อให้มั่นใจยิ่งขึ้น ดังนั้น ในจดหมาย จึงไม่ควรเขียนอะไรที่ไม่จำเป็นลงไปอีก
• เขียนสรุปให้ได้ใจความสำคัญ แต่ไม่ควรยาวเกิน 1 หน้ากระดาษ A 4 โดยให้ตัดอะไรที่เยินเย้อ และไม่ได้ทำให้คุณดูดีขึ้น ทิ้งไปให้หมด เช่น ประวัติชีวิตตั้งแต่เข้าอนุบาลยันมัธยมปลาย (เสียเวลาเปล่าค่ะ)
• ต้องทุ่มเททั้งกายทั้งใจ พยายามเค้นคุณสมบัติในตัวทั้งหมดออกมา แล้วเขียนให้ชัดเจนว่า ทำไม คุณจึงเหมาะกับตำแหน่งนี้ มากที่สุด
• เขียนแจกแจงถึง ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่คุณสามารถทำงานตำแหน่งนี้ ที่บริษัทของเขาได้อย่างไรบ้าง เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า คุณมีความสนใจและอยากทำงานนี้จริง
• บอกเหตุผลว่า ทำไมคุณถึงเขียนมา และทราบข่าวมาจากไหน
• อย่าลืมว่าต้องเขียนให้กระฉับแต่ได้ใจความ
• จงเขียนอย่างมั่นใจ ว่าคุณเหมาะสมกับตำแหน่งนี้..อย่างไร ถ้านายจ้างต้องการคนที่มีทั้งความรู้ และความชำนาญ ก็บอกไปเลยว่า "ดิฉันมีครบทั้งสองอย่างค่ะ" พร้อมกับยกตัวอย่างผลงานชิ้นโบว์แดงของคุณ ให้เห็นกันจะๆ ไปเลยว่า คุณน่ะ..ไม่ธรรมดา!
• ให้อ้างถึงประสบการณ์ การทำงานเข้าไว้ โดยบอกว่า "จากประสบการณ์ในการทำงาน ดิฉันมีคุณสมบัติตรงตามที่คุณต้องการแน่นอนค่ะ" เป็นต้น
• ไม่ควรเขียน ให้ไปอ่านจากประวัติการทำงาน (Resume) ที่แนบมา ซ้ำๆ ซากๆ คุณควรเขียนในจดหมายเลยว่า ผลงานเด็ดๆ ของคุณมีอะไรบ้าง
• จะดูดเชยมาก ถ้าขึ้นต้นประโยคด้วย "ดิฉัน" หรือ "กระผม" บ่อยเกินเหตุ น่าจะดูดีกว่า ถ้าจะใช้คำ หรือ กลุ่มคำสั้นๆ แต่ได้ความหมาย แทนบ้าง
• อย่าใช้คำย่อ
• อย่าลืมเซ็นชื่อต่อจากคำลงท้ายของจดหมาย (นี่คือจุดที่จะประจานความสับเพลาได้ดีที่สุด)
• อย่าลืม แจ้งว่า คุณได้แนบ เอกสารประวัติการทำงาน (Resume) มาด้วย ที่ด้านล่างของลายเซ็น เว้นระยะประมาณ 3 บรรทัด
• ใส่ชื่อ ตำแหน่ง บริษัท และที่อยู่ของคน ที่คุณต้องการส่งถึง ให้ถูกต้อง ชัดเจน
• ใช้กระดาษ และซองอย่างดี และควรใช้สีเดียวกัน
• ตรวจทานทั้งจดหมาย และประวัติการทำงานให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการสะกดคำ ไวยากรณ์ เครื่องหมายต่างๆ ห้ามผิดพลาดโดยเด็ดขาด ถ้าไม่แน่ใจให้ใครช่วยตรวจอีกทีก็ได้

วิธี และคำอธิบายของการเขียนจดหมายสมัครงาน
ชื่อของคุณ
ที่อยู่(เขต, จังหวัด รหัสไปรษณีย์)
เบอร์โทรศัพท์

วันที่
ชื่อบุคคลที่คุณส่งไปถึง
ตำแหน่ง
ชื่อบริษัทที่ต้องส่ง
ทีอยู่ (เขต, จังหวัด รหัสไปรษณีย์)

เรียน ชื่อผู้ที่ต้องการส่งถึง:

ย่อหน้าแรก
เนื้อหาของย่อหน้าแรก จะประกอบไปด้วย ข้อความที่แนะนำตัวเอง เหตุผลที่เขียนจดหมายมาและได้ข่าวงานนี้จากที่ไหน เพื่อผู้อ่านจะได้ทราบว่า อ้อ! ต้องการสมัครงาน แต่อย่าลืม.. อ้างถึงคนที่แนะนำคุณมาด้วยล่ะ ยิ่งเส้นกวยจั๊บยิ่งดี เผื่อจะมีคะแนนเกรงใจ(ท่าน!) ระบุตำแหน่งที่คุณต้องการสมัครให้ชัดเจน พร้อมทั้งแสดงความชื่นชมที่คุณมีกับบริษัทฯ เฝ้าติดตามข่าวคราวตลอด เพื่อบอกเป็นนัยๆ ว่าอยากทำงานที่นี่เหลือเกิน (แต่ถ้ารู้แต่เรื่องแย่ๆ ก็รูดซิปปากให้สนิท)

ย่อหน้าที่สอง
เขียนบรรยายสรุปคราวๆ ด้านการศึกษา แต่ให้เน้นถึง ความสามารถ กิจกรรมต่างๆ ผลงานที่ประสบความสำเร็จ และประสบการณ์เรื่องงาน ของคุณ แต่จำไว้ว่า สั้นๆ กระชับ และได้ใจความ



ย่อหน้าที่สาม
ย่อหน้านี้ ถือเป็นหัวใจของจดหมายทีเดียว ข้อความที่จะเขียน ต้องบรรยายทั้งประสบการณ์ และความสามารถทั้งหมดในตัวคุณออกมา ให้ดูเป็นคนที่มีสมบัติ ตรงกับที่เขาประกาศหาอยู่พอดี อาจจะยกตัวอย่าง ผลงานที่ดีพอ จะการันตีความสามารถของคุณสักชิ้น หรือถ้ามีหลายชิ้น ก็อาจจะแจ้งให้ดูรายละเอียดใน Resume ได้ แต่อย่าก๊อบปี้จาก Resume มาทั้งดุ้น ควรเขียนให้สั้นกระชับขึ้น จะได้ไม่ดูซ้ำซากน่าเบื่อ

ย่อหน้าสุดท้าย
คุณควรแจ้งว่า ต้องการสอบสัมภาษณ์ เวลาที่สะดวก แต่ถ้าคุณไม่อยากเป็นฝ่ายรอ คุณก็สามารถแจ้งว่า จะโทรศัพท์ไปขอนัดเองสัมภาษณ์ด้วยตัวเองก็ได้ และแสดงความยินดี ที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมหากเขาต้องการ ที่สำคัญอย่าลืม เขียนแสดงความรู้สึกขอบคุณผู้อ่าน สักประโยค ที่ได้สละเวลา และให้ความสนใจอ่านจดหมายของคุณจนจบ

คำลงท้าย (ด้วยความนับถือ หรือ ด้วยความนับถืออย่างสูง)
เซ็นชื่อ
ชื่อและนามสกุล(เขียนตัวบรรจงหรือพิมพ์ดีด)

สิ่งที่แนบมาด้วย:

ตัวอย่างจดหมายสมัครงาน
จดหมายสมัครงาน เปรียบเหมือน กระดาษฉลากที่พันรอบตัวคุณอยู่ นอกจากรายละเอียดข้างกระป๋องจะต้องถูกใจคนซื้อแล้ว รูปแบบของสินค้าที่เขาเห็น (ซึ่งเปรียบได้กับ ความสามารถพิเศษที่แตกต่าง) ยังต้องถูกใจด้วย ถึงจะขายออก! เรามาสรุปกันอีกทีดีกว่า เลือกงานที่มั่นใจว่าทำได้จริงๆ เขียนเน้นประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถทั้งหมด ที่จะทำให้คุณได้งานนั้น เขียนจี้ให้ตรงประเด็น สั้นและได้ใจความ ภายใน 1 หน้าเท่านั้น ต้องความสะอาดเรียบร้อย ถูกต้อง ตรวจทานด้วยตัวเองหลายๆ รอบ และอย่าไว้ใจโปรแกรมตรวจคำผิดในคอมพิวเตอร์เด็ดขาด! และนี่คือตัวอย่างจดหมายสมัครงานที่คุณสามารถใช้เป็นแนวทางในการเขียนได้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ค่ะ

Miss Janthanee Sritrilak
73/4 Sukhumvit 55 Road
Wattana, Bangkok 12345
Tel: 2345678

July 15th , 2000

Miss Varin Na-Nakorn
Vice President Internet Company Limited
25/65 Ramkhumhang Road
Bangkapi, Bangkok 10240

Dear Miss Varin,

The teller position described in your recent Daily Record advertisement immediately caught my attention. My proven track record working for a financial institution makes me an ideal candidate for the job, and I have enclosed my resume for your consideration. You will find that my qualifications more than meet your requirements.

For example, you specify that you are looking for someone with customer service skills and experience handling money. While attending college, I worked for my university's credit union for two year. While there I handled cash transactions, opened accounts, prepared general ledger entries, took loan payments, cashed check, and took deposits. I am a skilled team player with exemplary customer service skills.

I look forward to discussing the position with you in more detail. If you feel that my qualifications are as much a match for State Street investment Bank as I feel they are, please call me at your earliest convenience to schedule an interview. I look forward to hearing from you and thank you for your consideration.

Sincerely,
Janthanee Sritrilak
Enclosure: 1 Resume

23 โปรมแกรมลับใน วินโดวส์ เอ็กซ์พี : Hidden application on Windows XP


คุณรู้ไหมครับ ว่า Windows XP มีโปรแกรมซ่อนอยู่ตั้ง 23 โปรแกรม

ซึ่งถ้าเราไม่รู้จักมันมาจากการที่จำเป็นต้องใช้มันนั้น เราจะไม่มีทางได้ใช้มันเลย
เพราะบางโปรแกรม มันไม่อยู่ใน Start Menu ให้เรากด บางโปรแกรมถึงติดตั้งมาโดยที่เอาออกไม่ได้ บางโปรแกรมเป็นโปรแกรมที่มาจากวินโดว์รุ่นก่อน (ทั้งๆที่ XP ก็มีโปรแกรมนั้นแล้ว)

มาดูกันว่า 23 โปรแกรมนั้นมีอะไรบ้าง
วิธีการใช้ก็เข้าที่ Start -> Run -> พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้


charmap.exe = Character Map (มีประโยชน์มากสำหรับใช้พิมพ์อักขระพิเศษ)
cleanmgr.exe = Disk Cleanup (เอาไว้ทำความสะอาดหรือ Clear พื้นที่)
clipbrd.exe = Clipboard Viewer (ดูข้อมูล ในคลิปบอร์ด)
drwtsn32.exe = Dr Watson (โปรแกรมที่ใช้ตัวสอบว่าวินโดว์มีปัญหาเพราะอะไร)
dxdiag.exe = DirectX diagnosis (โปรแกรมตรวจสอบอุปกรณ์ว่า สนับสนุน DirectX หรือไม่ และแสดงรายชื่อไฟล์ที่เกี่ยวข้อง)
eudcedit.exe = Private character editor (โปรแกรมที่อนุ*าตให้เราแก้ไขฟอนต์ หรือทำฟอนต์เองได้)
iexpress.exe = IExpress Wizard (โปรแกรมที่สร้างไฟล์ Setup ของวินโดว์ เอาไว้สำหรับคนที่เขียนโปรแกรมบนวินโดว์)
mobsync.exe = Microsoft Synchronization Manager (โปรแกรมที่คอยเก็บหน้าเว็บ หรือไฟล์บนเครือข่าย เอาไว้ดูตอน offline ได้)
mplay32.exe = Windows Media Player 5.1 (โอ้ Windows Media Player รุ่นคุณปู่)
odbcad32.exe = ODBC Data Source Administrator (โปรแกรมไว้จัดการกับดาต้าเบต)
packager.exe = Object Packager (โปรแกรมที่ใส่พวก Objects ต่างๆ ลงในไฟล์)
perfmon.exe = System Monitor (โปรแกรมนี้ มีประโยชน์มาก ไว้ตัวสอบประสิทธิภาพของวินโดว์)
progman.exe = Program Manager (เชลล์ไฟล์ของวินโดว์ 3.11)
rasphone.exe = Remote Access phone book (โปรแกรมที่เอาไว้ ติดต่อหรือเข้าถึงข้อมูลของสมุดที่อยู่ ในเครื่องอื่น)
regedt32.exe = Registry Editor [เหมือนกับ regedit.exe] (ไว้ใช้สำหรับแก้ไข Registry ของวินโดว์)
shrpubw.exe = Network shared folder wizard (สร้างแชร์โฟดเดอร์บนเครือข่าย)
sigverif.exe = File signature verification tool (โปรแกรมตรวจสอบ signature ของไฟล์)
sndvol32.exe = Volume Control (โปรแกรมไว้ปรับระดับเสียงไง อันเดียวกับรูปลำโพงตรง tray icon)
sysedit.exe = System Configuration Editor (โปรแกรมแก้ไข system.ini กะ win.ini)
syskey.exe = Syskey (Secures XP Account database – เป็นโปรแกรมที่ใช้ เข้ารหัส รหัสผ่านของวินโดว์ กรุณาใช้อย่างระมัดระวัง)
telnet.exe = Microsoft Telnet Client (โปรแกรม telnet)
verifier.exe = Driver Verifier Manager (โปรแกรมตรวจสอบ driver ต่างของวินโดว์ ใช้สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องไดร์เวอร์)
winchat.exe = Windows for Workgroups Chat (โปรแกรม chat รุ่นคุณปู่ มีเฉพาะในวินโดว์ ตระกูล

ความลับของ Google


หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตคงจะไม่อาจมองข้ามเสิร์ชเอนจิน ที่มีชื่อว่า Google ไปได้ แต่ผู้ใช้ส่วน ใหญ่มักจะรู้จักเสิร์ชเอนจินตัวนี้เพียงแค่ผิวเผิน เท่านั้น CHIP จะแสดงให้คุณเห็นถึงอีกด้านหนึ่ง ของ Google ที่คุณไม่เคยรู้จัก


ในยุคที่เศรษฐกิจทรุดตัวลงเป็นผลให้ภาคธุรกิจหลายต่อหลายรายต้องพลิกผันจากจุดสูงสุดมาเข้าสู่ช่วงวิกฤติของการเอาตัวรอดในช่วงมรสุมดังกล่าว แต่หนึ่งในไม่กี่รายที่ไม่ประสบ ปัญหาดังกล่าวได้แก่ Google จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงแค่โปรเจ็กต์เล็กๆ ในมหาวิทยาลัยเมื่อ 5 ปีก่อน ปัจจุบัน Google กลายเป็นเสิร์ชเอนจินที่ได้ รับความนิยมสูงสุดชนิดที่เรียกว่าทิ้งคู่แข่งแบบห่างชั้น จากการยืนยันของ Nielsen Netratings โดยใช้การสำรวจจากหน้าอินเทอร์เน็ตที่มีความสำคัญสูงสุด 5 อันดับแรก เฉพาะในประเทศเยอรมนีประเทศเดียวก็มีผู้ใช้บริการ Google ถึง 14 ล้านคนต่อวัน


เคล็ดลับเด็ดๆ สำหรับ Google
แทบจะไม่มีใครที่ใช้งาน Google ได้อย่างเต็มความสามารถ เช่น ความสามารถในการค้นหาที่ละเอียดยิ่งขึ้นโดยการกำหนดตัวแปรต่างๆ ในการค้นหา ยิ่งไปกว่านั้นคือ Google สามารถแปลหน้าเว็บไซต์ได้ แสดงราคาหุ้นได้ และยังสามารถคำนวณโจทย์คณิตศาสตร์ได้อีกด้วย หน้าเว็บไซต์ที่ดูเรียบง่ายของ Google อาจ จะทำให้คุณคิดไม่ถึงว่าเบื้องหลังหน้าดังกล่าวมี ฟังก์ชันที่ถูกซ่อนเอาไว้มากมายเพียงใด

ค้นหาโดยระบุคำสั่งพิเศษ
คุณอาจเคยพบเห็นอยู่บ่อยๆ ว่า ในการค้นหาข้อมูลทั่วไปมักจะมีรายการของผลการค้นหาที่ไม่มีประโยชน์ติดมาด้วยเสมอ ซึ่งคุณสามารถที่จะลดจำนวนข้อมูลที่พบได้โดยใช้การค้นหาแบบ Advanced Search (ค้นหาแบบละเอียด) เพื่อบอก ให้ Google จำกัดขอบเขตการค้นหาให้เหลือเฉพาะหน้าเว็บไซต์ที่ผ่านการตรวจสอบจาก Google ในช่วง 3 เดือน, 6 เดือน หรือ 12 เดือน ที่ผ่านมาเท่านั้น นอกจากนี้แล้วคุณยังกำหนดรูปแบบเอกสารของผลการค้นหาแบบเฉพาะเจาะจงได้อีกด้วย เช่น ต้องการผลเป็นไฟล์ PDF หรือไฟล์ในรูปแบบของ Office และจำกัดการค้นหาหน้าให้อยู่ในประเภทของเว็บไซต์หรือโดเมนที่ต้องการเท่านั้นได้เช่นกัน ซึ่งคุณสามารตรวจสอบ ชนิดของไฟล์ที่ Google สามารถค้นหาให้ได้ที่หน้าเว็บไซต์ www.google.com/help/faq_filetypes.html หรือคุณต้องการให้ Google ช่วยค้นหาสิ่งที่คุณต้องการเป็นพิเศษ ดังเช่น รูปภาพต่างๆ ได้เช่นเดียวกัน

ค้นด้วยคำที่มีความหมายเหมือนกัน
บ่อยครั้งที่คำจำกัดความตัวหนึ่งจะให้ผลการค้นหาที่ดีกว่าคำอีกคำหนึ่ง ทั้งๆ ที่ความหมาย ของคำทั้งสองนั้นเหมือนหรือใกล้เคียงกัน แต่ไม่ จำเป็นที่คุณจะต้องมานั่งปวดหัวเพื่อคิดหาศัพท์ คำอื่นมาทดแทนคำที่คุณต้องการ เพราะคุณสามารถปล่อยให้ Google ช่วยคิดแทนคุณได้ โดยให้คุณใส่เครื่องหมาย Tilde (~) หน้าคำที่ต้องการ ค้นหาโดยไม่ต้องเว้นวรรค Google จะค้นหาคำ Synonym ของคำที่คุณค้นหาให้ด้วย

ใช้ Google ช่วยแปล
แม้ว่า Google จะไม่สามารถทำลายกำแพงในเรื่องของข้อจำกัดด้านภาษาได้ แต่ก็สามารถช่วยให้คุณทำงานต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ให้คุณคลิกที่ Language Tools (เครื่องมือเกี่ยวกับภาษา) ที่หน้า แรกของ Google เพื่อเปิดการทำงานของตัวแปล ภาษา ซึ่งคุณสามารถพิมพ์ข้อความเข้าไปเพื่อให้ Google แปลข้อความดังกล่าวให้คุณได้หลากหลายภาษาด้วยกัน เช่น แปลจากภาษาเยอรมนี เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศส หรือแปลข้อความจากภาษาอังกฤษไปเป็นภาษาสเปน, โปรตุเกสหรือภาษาอิตาลี และอีกหลายภาษา แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มีบริการสำหรับแปลภาษาไทย
ความสามารถที่ยังโดดเด่นไปกว่านั้นก็คือ Google สามารถแปลเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ทั้งหน้าได้ โดยคุณสามารถใส่ชื่อ URL ที่คุณต้อง การให้ Google แปลลงในกรอบ Translate the Website ในหน้าของ Language Tools หรือคลิกที่ลิงก์ Translate this Website ของหน้าเว็บไซต์ที่ Google ได้ค้นหาออกมาแล้ว Google จะใช้โปรแกรมในการแปลออกมา ซึ่งบ่อยครั้งที่ข้อความที่แปลออกมาจะฟังดูตลกหรือฟังไม่รื่นหูไปxxxง แต่หากคุณต้องการผลการแปลที่ดีกว่านี้ควรเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือที่เรียกว่า BabelfishŽ (http://babelfish.altavista.com) แทน ซึ่งตัวแปลภาษา Altavista ตัวนี้ใช้โปรแกรมในการแปลของ Systran ที่ค่อนข้างใหม่กว่าของ Google และมีประสิทธิภาพในการแปลที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ข้อดีอีกข้อหนึ่งก็คือ Babelfish สามารถเข้าใจได้ หลายภาษามากกว่า Google และสามารถแปล ภาษาญี่ปุ่น, เกาหลีและจีนไปเป็นภาษาอังกฤษ ได้อีกด้วย

ค้นหาเฉพาะกลุ่ม
โดยแท้จริงแล้วต้องถือว่าประสิทธิภาพของ เสิร์ชเอนจินทั่วไปไม่ดีเท่าที่ควรเพราะข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับคำที่คุณค้นหาจะถูกรวบรวมเข้า ไว้ด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมากเกินความจำเป็นและไม่เกี่ยวข้องกับที่คุณต้องการ วิธีที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้คือค้นหาคำที่ต้องการโดยกำหนด ขอบเขตของหัวข้อเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะทำให้การค้นหาถูกจำกัดวงให้แคบลง โดย Google ได้นำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในส่วนที่เรียกว่า Special Google Searches ซึ่งในขณะนี้มีหัวข้อให้เลือกใน การค้นหาอยู่ 6 หัวข้อ ดังเช่น การค้นหาจากหน้าเว็บไซต์ของ US (เว็บไซต์ที่มีโดเมนเป็น .us, .gov และ .mil) หรือการค้นหาเฉพาะหัวข้อที่เกี่ยวกับไมโครซอฟท์ ลินุกซ์ ยูนิกซ์ หรือแอปเปิลก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน นอกเหนือไปจากนั้นยังมี University Search ที่ ช่วยค้นหาเว็บไซต์เกี่ยวกับสถานศึกษาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีกว่า 1,000 หน้าเว็บไซต์ให้เลือก
การค้นหาโดยใช้ Special Google Searches ดังกล่าวนี้จะช่วยประหยัดเวลาให้คุณได้เป็นอย่างมาก เช่น หากคุณต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ DVD Writer สำหรับเครื่อง Apple แล้วคุณก็สามารถพิมพ์คำว่า Apple DVD Writer ลงไปแล้วทำการค้นหา ตามปกติคุณจะได้รับลิสต์รายการแสดงผลการค้นหากว่า 41,000 หน้าซึ่งประกอบด้วยหน้าเว็บไซต์โฆษณาขายสินค้าดังกล่าวนับไม่ถ้วน แต่หากคุณใช้การค้นหาผ่าน Special Google Searches โดยใช้เพียงคำว่า DVD-Writer ในกลุ่มของแอปเปิลคุณจะได้ ผลการค้นหาเพียง 1,500 หน้าเท่านั้น ซึ่งจะประกอบไปด้วยข่าวคราวความเคลื่อนไหว ทิป ผลการทดสอบ รวมไปถึงส่วนแบ่งตลาด เท่านั้นคุณสามารถใช้บริการ Special Google Searches ได้ตามลิงก์ www.google.com/options/special searches.html

Google Toolbar
Google Toolbar เป็นปลั๊กอินตัวหนึ่งสำหรับเว็บบราวเซอร์ซึ่งจะช่วยให้สามารถใช้งาน Google ได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปที่หน้าโฮมเพจของ Google ก่อน ปัจจุบัน Google Toolbar ถูกพัฒนา ขึ้นมาถึงเวอร์ชันที่ 2 แล้ว ข้อดีของ Google Toolbar คือความสามารถพิเศษในการแสดงระดับความนิยม (Page Rank) ของหน้าอินเทอร์เน็ตหน้าต่างๆ ที่คุณกำลังเปิดใช้งานอยู่ในขณะ นั้นหรือหากคุณไม่ต้องการก็สามารถติดตั้งทูลบาร์ดังกล่าวโดยไม่ติดตั้ง Page Rank Bar ลงไปด้วยก็ได้ ซึ่งทูลบาร์ที่ว่านี้สามารถทำงานได้เฉพาะใน Internet Explorer 5.0 ขึ้นไปเท่านั้น แต่ หากคุณใช้ Netscape หรือ Internet Explorer เวอร์ชันก่อนหน้านี้คุณก็สามารถติดตั้ง Browser Button ของ Google ซึ่งจะมีฟังก์ชันบางตัวของ Google Toolbar อยู่เข้าไปในบราวเซอร์เพื่อใช้แทน ได้ (www.google.com/options/buttons.html) และพิเศษสำหรับผู้ใช้เว็บบราวเซอร์ Mozilla โดยเฉพาะ ในหน้าอินเทอร์เน็ตเว็บไซต์ http://google barl10n.mozdev.org/installation.html คุณสามารถพบกับทูลบาร์ของ Google ที่มีชื่อเรียกว่า Googlebar ซึ่งถูกสร้างมาเป็นพิเศษสำหรับใช้กับ Mozilla โดยเฉพาะด้วย

ใช้ Google ช่วยในการคำนวณ
นอกเหนือจากเป็นเสิร์ชเอนจินแล้ว Google ยังกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของเครื่องคิดเลขที่คุณเคยใช้งานอีกด้วย สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครรู้ คือ ฟังก์ชันในการคำนวณของ Google จะช่วยในการค้นหาผลลัพธ์ของสมการทางคณิตศาสตร์ให้ด้วย หากคุณพิมพ์โจทย์ปัญหา เช่น 365+12*8 ลงในช่องสำหรับการป้อนข้อมูลการค้นหาตามปกติแล้วเริ่มทำการค้นหาคุณจะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 461 แทนที่จะได้รายการแสดงหน้าอินเทอร์เน็ตที่ค้นพบ นอกจากสมการง่ายๆ ดังกล่าว Google ยังสามารถคำนวณสมการที่ซับซ้อนยิ่งกว่านั้นได้อีกด้วย เช่น การพิมพ์คำ ว่า sqr จะเป็นการคำนวณค่ารากที่สองของเลขที่อยู่ถัดมา หรือเมื่อคุณต้องการคำนวณค่า 252 (25 ยกกำลัง 2) ก็สามารถทำได้โดยพิมพ์ว่า 25^2 ลงไป แม้กระทั่งฟังก์ชันตรีโกณมิติก็สามารถคำนวณได้โดยใช้ตัวย่อ sin, cos และ tan หรือการคำนวณฟังก์ชันลอกการิทึมโดยใช้เครื่องหมาย ln, lg และ lb ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติและความสามารถของ Google Calculator นี้คุณสามารถดู ได้ที่หน้า www.google.com/help/calculator.html
นอกจากนี้แล้วการได้ลองเล่นเองก็น่าสนุกอยู่ไม่น้อย ดังเช่นที่ทีมงานได้ค้นพบบางสิ่งที่ ยังไม่ได้มีการบันทึกไว้ในหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว คือ Google รู้จักค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์หลายต่อหลายตัว เช่น ค่าพาย (ฆ), ค่าความเร็วแสง (c), ค่าความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงโลก (G) และอื่นๆ อีกมาก หากคุณใส่สัญลักษณ์สากลของค่าคงที่ลงไป Google จะแสดงค่าดังกล่าวออกมาเป็นตัวเลข แต่คุณก็สามารถใช้ค่าคงที่ในสมการต่างๆ ได้เช่นกัน
นอกเหนือไปจากการคำนวณที่ยุ่งยากซับซ้อน Google ก็สามารถแสดงการคำนวณพื้นฐาน ในเรื่องการเปลี่ยนหน่วยให้คุณได้ เช่น เปลี่ยนหน่วยไมล์ (Miles) หรือนิ้ว (Inches) เป็นกิโลเมตร, เมตรหรือเซนติเมตร หรือเปลี่ยนจากแคลอรีเป็นกิโลจูล หรือจากกิโลกรัมเป็นปอนด์ก็ได้เช่นเดียวกัน เพียงแค่คุณพิมพ์ง่ายๆ ดังเช่นว่า "25 miles in kilometer" หรือ "50 pounds in kilogram" ซึ่งการคำนวณดังที่กล่าวมาแล้วนี้สามารถทำ ได้ในหน้าเว็บไซต์ของ Google ทุกๆ หน้า เพียงแต่คุณต้องพิมพ์ข้อความทั้งหมดในรูปแบบของภาษาอังกฤษ

ชอปปิ้งด้วย Google : Froogle
Google มีบริการพิเศษสำหรับนักชอปออนไลน์โดยเฉพาะ ซึ่งเรียกบริการนี้กันว่า Froogle ซึ่งเป็นการนำคำว่า Google มาผสมกับคำว่า FrugalŽ ซึ่งแปลว่าประหยัด โดยเครือข่ายของ Froogle จะมีความสามารถในการค้นหาสินค้าต่างๆ ในร้านค้าออนไลน์โดยเฉพาะ (http://froogle.goo gle.com) การค้นหาสามารถทำได้โดยใส่ชื่อผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องการโดยตรง (เช่น "Panasonic DVD S75") หรือหากคุณยังไม่ได้ตัดสินใจชี้ชัดลงไป ก็สามารถดูไปเรื่อยๆ และทำการค้นหาใน แคตาล็อกของแต่ละกลุ่มสินค้า เช่น "Art & Entertainment", "Home & Garden" หรือ "Toys & Games" และคุณสามารถเรียงผลการค้นหาที่ได้จากทั้งสองวิธีนี้ตามราคา หรือเรียงเว็บไซต์ตามจำนวนสินค้าที่เสนอ แต่ปัจจุบัน Froogle ยังคงอยู่เพียงแค่ช่วงเวอร์ชัน Beta ของการพัฒนาเท่านั้น อีกทั้งยังมีเฉพาะเวอร์ชันภาษาอังกฤษเท่านั้น ยกเว้นผลการค้นหาที่เป็นสากลนั่น คือ Froogle สามารถหาหน้าเว็บไซต์ที่ให้บริการดังกล่าวได้ทั่วโลกเหมือนการ Search ทั่วไป

ตรวจสอบราคาหุ้น
Google.com สามารถแสดงให้คุณทราบถึงสถานภาพของหุ้นต่างๆ ที่คุณต้องการทราบได้ โดยมีข้อแม้เพียงข้อเดียวคือ หุ้นของบริษัทดังกล่าวต้อง อยู่ในตลาดหุ้นของอเมริกาวิธีการก็คือ ให้คุณใส่ชื่อของบริษัทที่คุณต้องการสำรวจราคาหุ้นลงในช่องสำหรับป้อนข้อมูลการค้นหา เช่น หากคุณพิมพ์คำว่า Microsoft ลงไป Google จะแสดงที่บรรทัดสุดท้ายของผลการค้นหาว่า "Stock Quotes: MSFT" เมื่อคุณคลิกที่บรรทัดดังกล่าว จะเป็นการนำคุณไปสู่หน้า Yahoo Finance Site ซึ่งมีข้อมูลหุ้นขณะปัจจุบันของไมโครซอฟท์แสดงอยู่ หรือในกรณีที่คุณรู้ชื่อย่อของแต่ละบริษัท (เช่น Microsoft ใช้ MSFT) ก็เพียงพอเพราะคุณสามารถเลือกที่สัญลักษณ์ "Stock Quote" ซึ่งอยู่บริเวณด้านบนของรายการต่างๆ ได้โดยตรง เพื่อนำคุณเข้าไปสู่หน้า Yahoo-Finance ได้เช่นเดียวกัน

คำตอบจาก Google
มีไม่กี่ครั้งที่ Google ไม่สามารถค้นหาข้อมูลให้คุณได้ตามต้องการ แต่บ่อยครั้งที่ข้อมูลที่ได้ ไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของคุณ นั่นก็เพราะว่า Google เป็นเพียงแค่เครื่องจักรธรรมดาเท่านั้น ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าข้อมูลใดคือ ข้อมูลที่คุณต้องการ ดังนั้นจึงได้มีการออกแบบเครื่องจักรมีชีวิตขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาที่เกิด ขึ้น ซึ่งถูกเรียกว่า Human Search Machine โดยคุณสามารถใช้บริการนี้ได้ที่หน้า http://answers. google.com ซึ่งมีวิธีดำเนินการคือ หากคุณมีคำถามซึ่งคุณพร้อมที่จะจ่ายเงินเป็นค่าคำตอบตั้งแต่ 2 ถึง 200 ดอลล่าร์สหรัฐอเมริกาแล้ว ให้เรียบเรียงคำถามของคุณและรอให้ Google หาผู้เชี่ยวชาญที่สามารถตอบคำถามของคุณได้ เมื่อคุณได้รับคำตอบคุณก็จะถูกเก็บเงินตามราคาที่คุณได้ตั้งเอาไว้ ในการใช้บริการดังกล่าว จำเป็นที่คุณจะต้องลงทะเบียนด้วยอีเมล์ของคุณ ส่วนการจ่ายค่าบริการจะต้องจ่ายผ่านทางบัตรเครดิต จุดเด่นของบริการนี้คือคำถามทั้งหมดที่ถูกตอบไปเรียบร้อยแล้วจะถูกเก็บเอาไว้ ซึ่งสมาชิกที่ลงทะเบียนทั้งหมดจะสามารถดูคำตอบเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องเสียเงินซ้ำอีก ถ้าคุณโชคดีอาจจะมีคำตอบอื่นที่คุณต้องการรวมอยู่ในนั้นด้วยก็ได้