~ just web development & e-commerce blog


2/29/08

A new offering from Google Apps: Google Sites

Google has just released a new product called Google Sites, and you can start using it today!


What is Google Sites?
It's an online application that makes creating a team web site as easy as editing a document. You can quickly gather a variety of information in one place -- including videos, calendars, presentations, attachments, and gadgets -- and easily share it for viewing or editing with a small group, their entire organization, or the world.


* Anyone can do it -- Building a site is as simple as editing a document, and you don't need anyone's help to get started.
* Share from one place -- Create a single place to bring together all the information your team needs to share, including docs, videos, photos, calendars and attachments.
* Work together -- Invite co-workers, classmates, or your entire organization to edit your site with you to keep it fresh and up-to-date. And let as many or few people view your site as you want.


Take a look at some example sites to see how you might use Google Sites:
* Company intranet -- http://sites.google.com/a/organic-city.com/intranet/Home
* Team project -- http://sites.google.com/a/altostrat.com/project-eggplant/Home
* Employee profile -- http://sites.google.com/a/altostrat.com/jkraus/Home
* Classroom -- http://sites.google.com/a/googleclassrooms.org/mrs-richau/Home
* Student club -- http://sites.google.com/a/googleuniversity.org/ski-club/Home



If you have questions, visit the Google Sites Help Center at http://www.google.com/support/sites.




YamiPod

ผมได้มีโอกาสได้แปลภาษาไทยให้ YamiPod (Official Thai Translation) เมื่อปีที่แล้ว ซึ่ง YamiPod เป็น Software สำหรับ iPod ที่สามารถใช้ได้ทุก Platform โดยไม่ต้อง install และยังมี function อื่นๆอีกมากมาย

YamiPod is a freeware application to efficiently manage your iPod under Mac OS X, Windows and Linux. It can be run directly from your iPod and needs no installation. Take a look at the feature list to find out what it can do and feel free to suggest anything that might be missing.


YamiPod is now available in 28 languages including English and:

  • Bosnian by Armin Basic
  • Catalan-Valencian by Fernando Verdú
  • Czech by Přemysl Brýl and Martin Hrdlička
  • Danish by Jesper Z
  • Dutch by Ron van de Crommert
  • Estonian by Martin Maremäe
  • Farsi by Milad Alizadeh
  • Finnish by Juhapekka Piiroinen
  • French by Ronan Jouchet
  • German by Jan Scholten
  • Greek by Bill Georgitzikis
  • Hebrew by Tal Aviram
  • Hungarian by Vincze Gabor
  • Indonesian by Jeffry Kusnadi
  • Italian by Giacomo Margarito
  • Japanese by fcsxxj
  • Korean by Mo Kim
  • Norwegian (Bokmål) by Vidar Ramdal
  • Portuguese by Miguel Graça Oliveira
  • Portuguese (Brazilian) by Roberto Severo
  • Romanian by Victor Barbu
  • Russian by Nikolay Bogdanov
  • Simplified Chinese by Pan Yan and Yiqiang Shen
  • Serbian by Zoran Ilić
  • Spanish by Jaime López
  • Swedish by Daniel Nylander
  • Thai by Woraphan Atikomtrirat
  • Turkish by Bulut Karakaya


  • All iPod generations were reported to be working under:
  • Mac OS 10.3 or newer
  • Windows 98SE or newer
  • Any linux distribution with GTK 2.0


  • Here's a brief description of the features in YamiPod:
  • stand alone program, no installation required
  • iPod is automatically recognized
  • mp3 and AAC files can be copied to/from iPod
  • read/write access to mp3 id3 and AAC infos
  • playlist support (On-The-Go included)
  • playlists import (PLS,M3U)
  • playlists export (PLS,M3U)
  • full unicode support
  • auto-download new versions
  • advanced song import/export settings
  • 2 restore features
  • built in music player
  • iPod informations
  • 2 search features
  • remove duplicated tracks
  • find lost music files
  • easy ratings edit
  • PC to iPod synchronization
  • create and edit notes (with unicode support)
  • automatically update song playcounts
  • News RSS and podcasts to iPod upload
  • Growl support (Apple only)
  • export song lists to HTML or plain text files
  • multiple iPods support
  • Last.fm support


  • mainwindow


    Download YamiPod at: www.yamipod.com

    นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจบนฐานความรู้

    นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างเศรษฐกิจบนฐานความรู้และสังคมบนฐานความรู้ของประเทศไทยในช่วงเวลา 10 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2544-2553 ทั้งนี้เพื่อให้เศรษฐกิจมีความเข้มแข็งที่ยั่งยืน สามารถแข่งขันได้ในเวทีสากล ในขณะเดียวกันเพื่อให้ประชาชนในสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุด นโยบายดังกล่าวมีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ คือ

    - ลงทนในการเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้เป็นพื้นฐานสำคัญ
    - ส่งเสริมให้มีนวัตกรรม ในระบบเศรษฐกิจและสังคม
    - ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและส่งเสริมอุตสาหกรรมสารสนเทศ


    เป้าหมายของนโยบาย

    1. ในอีก 10 ปีข้างหน้า คือในปี พ.ศ. 2553 ประเทศไทยจะมีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อนำสังคมไปสู่เศรษฐกิจบนฐานความรู้เพียงพอที่จะทำให้ประเทศไทยอยู่ในลำดับต้นๆ ของกลุ่มที่สองของประเทศที่มีสัมฤทธิผลทางเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศ นั่นคือกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำนั่นเอง

    2. ในปี พ.ศ. 2544 ประเทศไทยมีแรงงานความรู้ประมาณร้อยละ 12 ของแรงงานทั้งหมด เป้าหมายของนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจบนฐานความรู้ในปี พ.ศ. 2553 คือจำนวนแรงงานความรู้ร้อยละ 30 ของแรงงานในประเทศทั้งหมด ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยของแรงงานความรู้ของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD) ในปี พ.ศ. 2544

    3. เป้าหมายของนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจบนฐานความรู้ในปี พ.ศ. 2553 คือ สัดส่วนของอุตสาหกรรมบนฐานความรู้ร้อยละ 50 ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยของ OECD ในปีปัจจุบัน


    จากนโยบายสู่ยุทธศาสตร์

    จากวิสัยทัศน์ของการนำประเทศไทยไปสู่สังคมบนพื้นฐานของความรู้ที่มีทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางสังคม ทำให้หุ้นส่วนของการพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมีความชัดเจนในเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ในขณะที่กลยุทธ์การพัฒนานั้นสามารถแบ่งได้เป็น 5 องค์ประกอบใหญ่ (Flagships) ที่สามารถครอบคลุมกิจกรรมหลักในรายสาขา ดังนี้คือ

    1. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านภาครัฐ (e-Government)
    2. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านพาณิชย์ (e-Commerce)
    3. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม (e-Industry)
    4. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา (e-Education)
    5. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านสังคม (e-Society)

    ซึ่งมีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันและกันได้เป็นอย่างดี ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศในแง่มุมต่างๆ อาทิเช่น การลดความซ้ำซ้อนในการลงทุน การสร้างตลาดให้ภาคเอกชนไทย และการสร้างความเชื่อมโยงในภูมิปัญญาไทย เป็นต้น ทั้งนี้โดยมีฐานการพัฒนาที่สอดคล้องกับเสาหลักทั้งสามที่นำไปสู่เศรษฐกิจและสังคมบนฐานความรู้ คือการสร้างทรัพยากรมนุษย์ การส่งเสริมนวัตกรรม และการรองรับโดยโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทสและอุตสาหกรรมสารสนเทศนั่นเอง


    เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านภาครัฐ (e-Government)

    เป้าหมาย

    - ระบบบริหาร (Back office) ประกอบด้วย งานสารบรรณ งานพัสดุ งานบุคลากร งานการเงินและบัญชี และงานงบประมาณ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจรภายใน ค.ศ. 2004

    - ระบบบริการ (Front office) ตามลักษณะงานของหน่วยต่างๆ ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ 70 % ภายในปี ค.ศ. 2005 และครบทุกขั้นตอนภายในปี ค.ศ. 2010

    เพื่อนำไปสู่การปฏิรูประบบราชการที่มีการบริหารจัดการในการปกครองที่ดี (Good Governance)


    5 ยุทธศาสตร์ ของ e-Government

    1. วางแผนงานและงบประมาณ
    - จัดทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัตการ
    - กำกับติดตามการดำเนินงาน
    - ประเมินผล
    - เพิ่มสัดส่วนงบประมาณด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

    2. จัดและปรับองค์กร
    - กำหนดภารกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐ
    - สร้างความชัดเจนบทบาทขององค์กรสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของภาครัฐ

    3. พัฒนาบุคลากรภาครัฐ
    - พัฒนาบุคลากรภาครัฐ 4 กลุ่ม ให้มีทักษะและความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
    - เพิ่มมาตรฐานคุณสมบัติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของข้าราชการ

    4. พัฒนาระบบบริหารภาครัฐ
    - จัดให้มีเครือข่ายข้อมูลภาครัฐ
    - จัดให้มีมาตรฐานกลางด้านซอฟต์แวร์ภาครัฐ
    - มอบหมายความรับผิดชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    5. พัฒนาการบริการของภาครัฐ
    - เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนอย่างสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และมีคุณภาพ


    เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านพาณิชย์ (e-Commerce)

    เป้าหมาย

    รัฐบาลประกาศนโยบายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติภายใน ค.ศ. 2001


    5 ยุทธศาสตร์การพัฒนา e-Commerce

    1. ประกาศให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นยุทธศาสตร์ทางการค้าแห่งชาติ (National Trade
    Strategy)
    - ผนวกนโยบายและมาตรการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
    - สั่งการให้ทุกกระทรวงร่วมกับภาคเอกชนจัดทำแผนแม่บทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รายสาขา

    2. สร้างกลไกความเชื่อมั่น (Trust & Confidence)
    - เร่งการผ่านกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 2 ฉบับในปี ค.ศ. 2001 และที่เหลือใน ค.ศ. 2002
    - ทบทวนระบบชำระเงินและการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์

    3. ส่งเสริมกิจกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลกระทบสูง
    - สนับสนุนให้เกิดโครงการ “สหกรณ์ e-Commerce” ในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
    - ส่งเสริมให้เกิด e-Tourism อย่างกว้างขวาง
    - ส่งเสริม e-Government เพื่อสร้างตลาดให้กับภาคเอกชนผ่าน e-Procurement

    4. คุ้มครองผู้บริโภค
    - ปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคให้คำนึงถึงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

    5. เสริมสร้าง Team Thailand เพื่อ position ประเทศไทยในกิจการ e-Commerce ในกลุ่ม ASEAN, APEC,WTO


    เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม (e-Industry)

    เป้าหมาย

    ส่งเสริมและพัฒนาการใช้และการผลิตเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคเอกชนภายใน ค.ศ. 2010 โดยมีขั้นตอนการดำเนินการเป็นระยะ


    5 ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านอุตสาหกรรม (e-Industry)

    1. สร้างตลาดกลางสินค้าอุตสาหกรรม (Thailand Exchange)
    - ศูนย์ธุรกรรมการซื้อขายของภาคอุตสาหกรรมรายสาขา (Supply Chain) โดยใช้สื่ออินเตอร์เน็ตในรูปแบบของ B2B Exchange

    2. สนับสนุนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Smart Factory)
    - ให้คำปรึกษาแก่อุตสาหกรรมและโรงงานที่ต้องการยกระดับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
    - กำหนดให้มีมาตรฐานโรงงาน Smart Factory

    3. จัดให้มีศูนย์ข้อมูลการตลาด (Market Intelligence)
    - ให้บริการข้อมูลอุปสงค์อุปทานสินค้าและบริการ การจับคู่ กฎระเบียบการนำเข้าส่งออก แนวโน้ม รวมทั้งการตลาดในต่างประเทศ

    4. ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย ทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ โทรคมนาคม สารสนเทศ และอิเล็กทรอนิกส์
    - เพื่อลดการนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และซอฟต์แวร์
    - เพื่อขยายกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อันจะเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศของไทย

    5. พัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมให้มีทักษะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ


    เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา (e-Education)

    เป้าหมาย

    นำระบบการศึกษาไทยเข้าสู่การศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์ในทศวรรษนี้


    5 ยุทธศาสตร์การพัฒนา e-Education

    1. ระดมทรัพยากรเพื่อสร้างสาระทางการศึกษา (National Program for Digital Content Development)
    - ปรับหลักสูตรการเรียนรู้ให้มี IT-Integrated Curriculum ในทุกวิชา
    - ระดมการสร้างเนื้อหา (Content) ทางวิชาการในสื่อคอมพิวเตอร์อย่างรีบด่วน
    - จัดให้มี National Achive for Digital Learning Content
    - ส่งเสริมวิธีการเรียนรู้แบบใหม่ๆ

    2. สร้างระบบพัฒนาครู (National Teachers’ Training Program) ใน 3 ระดับ
    - ผู้บริหารโรงเรียน กรม กระทรวง ให้มีวิสัยทัศน์เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
    - ครูทั่วไปให้มีทักษะพื้นฐานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ในการสอน
    - ครูคอมพิวเตอร์ให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถเป็นที่ปรึกษาในโรงเรียนได้

    3. สร้างเครือข่ายเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (National Education Network)
    - จัดระบบบริหารจัดการเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
    - ให้มีระบบพี่เลี้ยงและอาสาสมัคร

    4. ลงทุนอย่างเป็นขั้นตอนในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
    - ลดการนำเข้าคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์
    - ส่งเสริมการผลิต การประกอบภายในประเทศ ตลอดจนการใช้ระบบที่มีต้นทุนต่ำ เช่น Network Computer และสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย

    5. จัดให้มีหน่วยงานกลางเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (National Institute of Technology for Education
    - มีความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการบริหารงาน
    - มีบุคลากรมืออาชีพ


    เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านสังคม (e-Society)

    เป้าหมาย

    ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมดิจิทัลและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนในทศวรรษนี้


    5 ยุทธศาสตร์การพัฒนา e-Society

    1. ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ
    - ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 78 ว่าด้วยโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศที่ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน
    - จัดสรรคลื่นความถี่ให้กับภาคสังคม และภาคการศึกษา

    2. เร่งพัฒนาสารสนเทศและภูมิปัญญาไทยที่ประชาชนเข้าถึงได้
    - สนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐ สถาบันศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน พัฒนาเนื้อหา และความรู้
    - จัดให้มีการรวบรวมภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างเป็นระบบ

    3. พัฒนาบุคลากร ชุมชน และสังคมให้มีความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
    - จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลในทุกชุมชน

    4. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
    - สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และความสามารถของประชาชน ทั้งในภาคการศึกษาและภาคแรงงาน

    5. สร้างความตระหนักให้กับสาธารณะถึงโอกาสและการคุกคาม
    - ประชาสัมพันธ์ และสร้างความตื่นตัวให้สังคมในสาระที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
    - สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และชุมชนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

    2/28/08

    Blue Ocean Strategy คือ?

    แนวคิดของ Blue Ocean นั้นมาจากนักวิชาการสองคนชื่อ W. Chan Kim และ Renee Mauborgne ซึ่งทั้งคู่เป็นอาจารย์จาก INSEAD สถาบันทางด้านบริหารธุรกิจชื่อดังในฝรั่งเศส เช่นเดียวกับพัฒนาการของแนวคิดทางการจัดการอื่นๆ ที่โด่งดัง อาจารย์ทั้งสองท่านได้ร่วมกันเขียนบทความที่นำไปสู่เรื่องของ Blue Ocean นี้มาในวารสาร Harvard Business Review มาเป็นระยะๆ จนท้ายที่สุดเมื่อตอนต้นปีถึงออกหนังสือเรื่อง Blue Ocean Strategy นี้ขึ้นมา



    ท่านผู้อ่านอาจจะเริ่มสงสัยแล้วนะครับว่าเจ้า Blue Ocean Strategy คืออะไรกันแน่ ซึ่งก่อนที่จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับ Blue Ocean ก็ต้องพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับ Red Ocean กันก่อนครับ การแข่งขันทางธุรกิจที่เราพบเห็นอยู่ทั่วๆ ไปในปัจจุบันล้วนแล้วแต่ถูกจัดให้เป็น Red Ocean ทั้งสิ้นครับ เนื่องจากบริษัทในอุตสาหกรรมแต่ละรายก็จะมุ่งเน้นในการเอาชนะคู่แข่งอื่นๆ เพื่อที่จะแย่งชิงลูกค้ามาให้ได้มากที่สุด และทำให้ได้กำไรมากที่สุด และแนวทางที่สำคัญที่จะเอาชนะคู่แข่งให้ได้ก็คือ จะต้องดูว่าคู่แข่งของเราทำอะไรบ้าง สินค้าและบริการของคู่แข่งเป็นอย่างไร เมื่อคู่แข่งออกสินค้าหรือบริการอะไรใหม่ออกมา เราก็จะต้องทำตามและออกมาบ้างเพื่อไม่ให้น้อยหน้าคู่แข่ง และเมื่อวงจรนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมก็จะมีลักษณะที่เหมือนๆ กัน หาความแตกต่างได้ลำบาก และนำไปสู่การแข่งขันทางด้านราคาเป็นหลัก ซึ่งก็จะไม่ทำให้ใครได้ประโยชน์หรือเกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน คู่แข่งทุกเจ้าในอุตสหกรรมก็จะเกิดการบาดเจ็บเป็นแผล และเลือดไหลซิบๆ ซึ่งก็คือชื่อที่มาของ Red Ocean นั้นเองครับ


    ท่านผู้อ่านลองมองไปรอบๆ ตัวซิครับ แล้วจะพบว่าอุตสาหกรรมหรือธุรกิจส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะเข้าสู่ภาวะของ Red Ocean Strategy กันทั้งสิ้น โดยในระยะแรกความแตกต่างระหว่างสินค้าและบริการของผู้เล่นแต่ละรายยังพอ เห็นได้ชัดเจน แต่พอนานๆ เข้า ความแตกต่างระหว่างสินค้าและบริการของแต่ละรายก็จะเหมือนกันทุกๆ ที และสุดท้ายก็จะไปแข่งกันในเรื่องของราคาหรือการส่งเสริมการขายในรูปแบบต่างๆ ทีนี้เรามาดูเจ้า Blue Ocean กันบ้างครับ หลักการของ Blue Ocean นั้นจะไม่มุ่งเน้นที่จะตอบสนองต่ออุปสงค์ (Demand) ที่มีอยู่ แต่จะเน้นในการสร้างความต้องการหรืออุปสงค์ขึ้นมาใหม่ (Demand Creation) โดยไม่สนใจและให้ความสำคัญกับคู่แข่งเดิมๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรม เป็นการสร้างความต้อง ลูกค้า และอุตสาหกรรมใหม่ขึ้นมา ก่อให้เกิดประโยชน์หรือคุณค่าทั้งต่อตัวองค์กรเองและตัวลูกค้า โดยลูกค้าก็จะได้รับคุณค่าที่ก่อให้เกิดความแตกต่าง ในขณะที่องค์กรเองก็จะลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็น และนำไปสู่การเติบโตขององค์กร
    ถ้าท่านผู้อ่านยังนึกอุตสาหกรรมที่เกิดจาก Blue Ocean ไม่ออก ก็ลองย้อนกลับไปซักสามสิบปี แล้วดูซิครับว่าอุตสาหกรรมไหนบ้างที่ในปัจจุบันมี และสามสิบปีที่แล้วยังไม่มี ตัวอย่างง่ายๆ เช่นสถานีข่าวยี่สิบสี่ชั่วโมงอย่าง CNN ที่ในอดีตนั้นสถานีโทรทัศน์ก็จะมีรายการที่หลากหลาย แต่สิ่งที่ CNN ทำคือสร้างตลาดและอุตสาหกรรมใหม่ขึ้นมาที่นำเสนอข่าวยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน ลูกค้าของ CNN จะเป็นกลุ่มใหม่ที่ไม่ใช่ลูกค้าของสถานีโทรทัศน์เดิมๆ ที่มีอยู่ ลูกค้าของ CNN เองจะได้รับคุณค่า (Value) จาก CNN ในลักษณะที่ไม่ได้จากสถานีโทรทัศน์ช่องอื่น และขณะเดียวกัน CNN ก็ไม่จำเป็นต้องแบกต้นทุนที่สูงเกินเหตุเนื่องจากเป็นสถานีโทรทัศน์ที่มุ่ง เน้นแต่การนำเสนอข่าวเพียงอย่างเดียว อีกตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนคือสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airlines) ที่พวกเราคุ้นเคยกันดี ทีนี้ตอนที่สายการบินต้นทุนต่ำเกิดขึ้นมาใหม่ๆ (สายการบิน Southwest) เราจะเห็นว่าสายการบินต้นทุนต่ำไม่ได้มุ่งเน้นที่จะแข่งขันกับสายการบิน เจ้าเดิมๆ ที่มีอยู่แล้ว แต่พยายามมุ่งตอบสนองต่อผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์หรือรถไฟ


    จริงๆ แล้วประเด็นหลักๆ ของหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใหม่นัก มีหนังสือในลักษณะเดียวกันออกมาก่อนหน้านี้หลายเล่ม เพียงแต่ความแตกต่างหรือโดดเด่นของหนังสือเล่มนี้ก็คือ แทนที่จะพร่ำพรรณนาเพียงอย่างเดียว กลับนำเสนอเครื่องมือในการวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ที่องค์กรสามารถนำไป ปรับใช้เพื่อ ให้สร้าง Blue Ocean ออกมาได้


    ถ้าย้อนกลับไปดูว่าทำไมการแข่งขันในปัจจุบันถึงได้ออกมาเป็นทะเลแดง (Red Ocean Strategy) ก็คงต้องย้อนกลับมาดูแนวคิดในการบริหารกลยุทธ์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันดูนะ ครับ ท่านผู้อ่านที่ติดตามและศึกษาเรื่องของกลยุทธ์มาตลอดคงจะบอกได้เลยว่าแนว คิดในเรื่องของกลยุทธ์ที่เราใช้กันมากว่าสามสิบปีนั้น เป็นแนวคิดที่สุดท้ายแล้วจะนำไปสู่ Red Ocean หรือการแข่งขันที่เต็มไปด้วยเลือด ทั้งนี้เนื่องจากแนวคิดต่างๆ ทางด้านกลยุทธ์ล้วนแล้วแต่มีที่มาจากแนวคิดของทหาร เรายอมรับกันโดยทั่วไปว่าตำราทางด้านกลยุทธ์เล่มแรกของโลกคือตำราพิชัย สงครามของซุนวู นอกจากนั้นเราก็ยังใช้แนวคิดของยุทธศาสตร์ทางการทหารมาใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์เชิงรุก กลยุทธ์เชิงรับ กลยุทธ์แบบกองโจร เป็นต้น ซึ่งในทางทหารแล้วยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ กำหนดไปเพื่อโจมตีหรือป้องกันการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ดังนั้น เมื่อนำมาใช้ในทางธุรกิจแล้ว เราก็จะหนีไม่พ้นการหาทางเอาชนะคู่แข่ง


    นักวิชาการหลายๆ คนเมื่อพูดถึงกลยุทธ์ ก็จะพูดถึงวิธีการในการเอาชนะคู่แข่งขัน และก่อให้เกิดการได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่มีผู้ที่ได้เปรียบทางการแข่งขัน ก็ย่อมจะมีผู้ที่เสียเปรียบจากการแข่งขัน และโดยส่วนใหญ่ผู้ที่เสียเปรียบนั้นก็จะพยายามลอกเลียนแบบผู้นำในทุกๆ ย่างก้าว แต่พยายามที่จะทำด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า ซึ่งสุดท้ายย่อมนำไปสู่การแข่งขันในด้านราคา และ Red Ocean Strategy ในที่สุด


    หลักการของ Blue Ocean Strategy พยายามหักล้างแนวคิดทางด้านกลยุทธ์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยเสนอว่าแทนที่จะมุ่งลอกเลียนแบบและเอาชนะคู่แข่งขัน ถ้าองค์กรต้องการที่จะเติบโตจริงๆ จะต้องแสวงหาทะเลแห่งใหม่ แทนที่จะเป็นทะเลที่แดงด้วยเลือดแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเขาก็อุปมาเหมือนกับเป็น Blue Ocean Strategy โดยมีแนวทางในการวิเคราะห์อยู่สี่ข้อได้แก่

    1) การยกเลิก (Eliminated) ของบางอย่างที่เราเคยคิดว่าลูกค้าต้องการ แต่จริงๆ แล้วในปัจจุบันลูกค้าอาจจะไม่มีความต้องการเลยก็ได้
    2) การลด (Reduced) การนำเสนอคุณค่าบางอย่างให้ต่ำกว่าอุตสาหกรรม ซึ่งเราอาจจะเคยคิดว่าคุณค่านั้นๆ ลูกค้ามีความต้องการมาก แต่จริงๆ อาจจะไม่มากอย่างที่เราคิด
    3) การเพิ่ม (Raised) ปัจจัยบางอย่างให้สูงกว่าระดับอุตสาหกรรม และ
    4) การสร้าง (Created) คุณค่าบางประการที่ไม่เคยมีการนำเสนอในอุตสาหกรรมมาก่อน



    ตัวอย่างที่ใช้และเห็นภาพอย่างชัดเจนคือเครื่องสำอาง Body Shop ซึ่งในช่วงแรกๆ ที่ออกมาท่านผู้อ่านคงจำได้ถึงกระแสความตื่นตัวและตื่นเต้นไปกับแนวคิดของ Body Shop นะครับ รวมทั้งความสำเร็จของ Body Shop ทั้งนี้เนื่องจาก Body Shop ได้ใช้กลยุทธ์ Blue Ocean ในการขายเครื่องสำอางของตนเอง นั้นคือแทนที่จะมุ่งเน้นทำเหมือนคู่แข่งขันรายเดิมๆ ที่อยู่ในธุรกิจเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นการเน้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม หรือ การสร้างภาพลักษณ์ของเทคโนโลยีชั้นสูง หรือ การใช้ดาราหรือนางแบบชื่อดังมาโฆษณา หรือ การตั้งราคาที่สูง สิ่งที่ Body Shop นำเสนอคือคุณค่าที่แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นๆ ในตลาดเครื่องสำอาง นั้นคือไม่เน้นในเรื่องของบรรจุภัณฑ์และหีบห่อที่สวยงาม (ลดเนื่องจากคิดว่าไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้ามองหา) ไม่เน้นเป็นผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชั้นสูง ไม่เน้นภาพลักษณ์ที่หรูหรา แต่เน้นการใช้ส่วนผสมตามธรรมชาติ และการดำรงชีวิตแบบมีสุขภาพที่สมบูรณ์ (Healthy Living)


    ดังนั้นท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่า Body Shop ไม่ได้เน้นในการแข่งขันกับผู้ผลิตรายเดิมๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง แต่พยายามนำเสนอคุณค่าใหม่ๆ ให้ลูกค้า เป็นการสร้าง Blue Ocean ขึ้นมา แทนที่จะมุ่งเน้นแต่ Red Ocean แบบเดิมๆ อย่างไรก็ดีข้อคิดที่สำคัญประการหนึ่งก็คือเมื่อ Body Shop สร้าง Blue Ocean มาได้แล้ว ไม่ช้าไม่นาน ก็จะมีคู่แข่งที่อยากจะเข้ามาในทะเลสีฟ้านี้ด้วยเช่นกัน และเมื่อคู่แข่งเข้ามามากขึ้น และกลยุทธ์ที่ใช้ก็จะไม่หนีกัน ดังนั้นทะเลที่เคยเป็นสีฟ้าของ Body Shop ก็กลายเป็นสีแดงไป และส่งผลต่อการดำเนินงานของ Body Shop ที่ในระยะหลังไม่ประสบความสำเร็จเท่าในอดีต ทำให้พอจะเป็นข้อเตือนใจที่สำคัญได้เลยนะครับว่า ต่อให้เราสร้าง Blue Ocean ขึ้นมาได้ ไม่ช้าไม่นานคู่แข่งขันใหม่ๆ ก็อยากจะเข้ามา และถ้าไม่ระวังสุดท้ายก็จะเป็น Red Ocean เหมือนเดิม ดังนั้นถ้าต้องการประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง คงต้องคิดหาทางสร้าง Blue Ocean ขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ


    ทำอย่างไรถึงจะคิด Blue Ocean Strategy ออกมาได้? ซึ่งหนังสือ Blue Ocean นั้น เขาก็ให้แนวทางไว้หลายๆ ประการด้วยกันนะครับ โดยแนวทางเหล่านี้เขาเน้นว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องของการคิดใหม่ ทำใหม่ เพียงแต่เป็นการมองข้อมูลเดิมด้วยมุมมองหรือแง่มุมใหม่ๆ เราลองมาดูแนวทางที่เขาเสนอไว้นะครับ


    แนวทางแรกคือการให้คิดถึงอุตสาหกรรมทางเลือกอื่นๆ (Alternative Industries) ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากเวลาเราคิดและวิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์นั้น เรามักจะนึกถึงแต่อุตสาหกรรมทดแทน (Substitute Industry) แต่มักจะไม่ค่อยนึกถึงอุตสาหกรรมทางเลือกอื่นๆ ลองดูตัวอย่างดีกว่านะครับ สมมติว่าเรากำลังวิเคราะห์อุตสาหกรรมโรงภาพยนต์ ท่านผู้อ่านเวลานึกถึงอุตสาหกรรมทดแทนนั้น ก็มักจะนึกถึงร้านเช่าวีซีดี ร้านขายดีวีดี หรือผู้ให้บริการเคเบิ้ลทีวี โดยพวกที่เป็นอุตสาหกรรมทดแทนนั้นมักจะมีรูปแบบที่ต่างกัน แต่หน้าที่เหมือนกัน (Different Forms but serve the same functions) ท่านผู้อ่านลองนึกดูนะครับร้านเช่าวีซีดี กับโรงภาพยนต์นั้นมีรูปแบบที่ต่างกัน แต่หน้าที่หมือนกัน คือการสร้างความบันเทิงให้ผู้ชมด้วยภาพยนต์


    แต่นี้คือวิธีการคิดแบบเดิมๆ ครับ หลักการของ Blue Ocean นั้นเขาเสนอให้มองที่อุตสาหกรรมทางเลือก นั้นคือมีทั้งรูปแบบที่ต่างกัน หน้าที่ต่างกัน แต่เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์เหมือนกัน (Different forms, different functions, but same purpose) จากตัวอย่างเดิมคือโรงภาพยนต์นั้น ท่านผู้อ่านลองนึกดูนะครับว่ามีอุตสาหกรรมไหนบ้างไหมที่เป็นอุตสาหกรรมทด แทน? ถ้าจะบอกว่าอุตสาหกรรมร้านอาหาร ท่านผู้อ่านจะคิดอย่างไรบ้างครับ? ท่านผู้อ่านลองนึกดูนะครับ ว่าสมมติท่านไปเดินเล่นที่ห้างและไม่มีอะไรจะทำ ท่านก็คิดไปคิดมาแล้วก็พบว่ามีทางเลือกอยู่สองทาง ทางเลือกแรกคือไปนั่งดูหนังซักสองชั่วโมง หรือ ไปนั่งกินอาหารฟังเพลง? จะเห็นได้ว่า ทั้งร้านอาหารและโรงภาพยนต์นั้น ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้ แต่สังเกตดูดีๆ จะพบว่าเวลาเราจะเลือกฆ่าเวลานั้น เรามักจะคิดอยู่ในใจโดยเราไม่รู้ตัวว่าจะไปดูหนังดีหรือไปนั่งกินข้าวฟัง เพลงดี?


    ทีนี้เมื่อเราหาอุตสาหกรรมทดแทนได้แล้ว ท่านผู้อ่านก็ลองคิดต่อนะครับว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคเลือกระหว่างการไปดูหนังหรือการไปนั่งกินข้าวฟังเพลง? ตรงนี้แหละครับที่จะเป็นแนวทางที่สำคัญที่จะนำไปสู่ Blue Ocean Strategy ถ้าผมเป็นเจ้าของโรงภาพยนต์ และพบว่าสาเหตุที่คนเลือกที่ไปนั่งกินข้าวฟังเพลงมากกว่าการเข้าไปดูหนัง นั้น เนื่องจากนั่งกินข้าวฟังเพลงนั้นจะค่อนข้างผ่อนคลาย สบายๆ มากกว่า แต่การดูหนังนั้นต้องนั่งอยู่กับที่ตลอดสองชั่วโมง แถมบางครั้งยังค่อนข้างเกร็งจากบทหนัง และจะพูดคุยกับผู้อื่นก็ไม่ได้ ดังนั้นหลายๆ คนเลยเลือกที่จะไปผ่อนคลายดูการนั่งกินข้าวฟังเพลงมากกว่า ทีนี้พอเราทราบข้อมูลเหล่านี้แล้ว (สมมติว่าข้อมูลข้างต้นเป็นจริงนะครับ) ถ้าเราเป็นเจ้าของโรงภาพยนต์แล้ว จะนำไปมาปรับปรุงโรงภาพยนต์ผมอย่างไรได้บ้างไหม? ผมอาจจะปรับบรรยากาศของโรงหนังที่ผมดูแล ให้มีบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้น ไม่ต้องนั่งอยู่กับที่นั่งแคบๆ ตลอดสองชั่วโมง สามารถเดินไปเดินมา หรือเปลี่ยนอริยบท รวมทั้งสามารถพูดคุยกับคนข้างๆ ได้ตลอดเวลา ซึ่งถ้าผมทำตามแนวทางดังกล่าวได้ ผมอาจจะสามารถดึงลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่ไม่ชอบเข้าโรงหนัง ให้กลับมาเข้าโรงหนังอีกครั้งก็ได้นะครับ


    ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงแค่ตัวอย่างเดียวของวิธีการคิดตามแนวทางของ Blue Ocean Strategy นะครับ นั้นคือเริ่มต้นจากถามตัวเองก่อนว่าอุตสาหกรรมทางเลือก (Alternative Industry) ของอุตสาหกรรมที่ท่านอยู่คืออะไร? และอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าเลือกระหว่างอุตสาหกรรมของท่านและ อุตสาหกรรมทางเลือก
    เหล่านั้น? สุดท้าย จากข้อมูลที่ท่านได้รับ ท่านจะเลือกเพิ่มหรือลดปัจจัยใดบ้างไหม เพื่อดึงลูกค้าที่ไปแสวงหาอุตสาหกรรมทางเลือกให้กลับมาหาท่าน?

    ถ้าชอบ Blue Ocean Strategy และต้องการศึกษาให้เข้าใจมากขึ้น แนะนำให้ลองสั่งซื้อหนังสืออ่านดูครับ



    Blue Ocean Strategy Summary
    View SlideShare presentation or Upload your own. (tags: blue ocean)

    2/25/08

    กูเกิลรับกำลังศึกษา ควรตั้ง-ไม่ตั้งออฟฟิศในไทย Google Office in Thailand?

    หัวหน้าทีมขายกูเกิลระบุ ประเทศไทยมีโอกาสเติบโตด้านโฆษณาออนไลน์เป็นอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้เหนือสิงคโปร์ ยอมรับว่าขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาว่าต้องแยกตั้งออฟฟิศในไทยจากเดิม ที่รวมอยู่ศูนย์อยู่ที่สิงคโปร์หรือไม่ แม้จะเชื่อว่าการไม่มีสำนักงานในท้องถิ่นไม่ส่งผลใดๆต่อการทำตลาดโฆษณา ออนไลน์ในประเทศนั้นๆ มั่นใจตลาดโฆษณาออนไลน์ของไทยจะเติบโตในอัตรามากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ต่อปี


    ลอรี โซเบล หัวหน้าทีมขายภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของกูเกิล ให้สัมภาษณ์เรื่องการตั้งสาขากูเกิลในประเทศไทย ระหว่างการเยือนเมืองไทยเพื่อประชุมร่วมกับพันธมิตรกูเกิลในการผลักดันให้ ธุรกิจระบบโฆษณากูเกิลประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นในตลาดสยามเมืองยิ้ม


    "ขณะ นี้เรื่องการทำตลาดในไทยทั้งหมดยังอยู่ที่สิงคโปร์ มีทีมงานที่สิงคโปร์ที่ดูแลตลาดไทยโดยเฉพาะ ยังต้องศึกษาอีกมากว่าต้องตั้งสำนักงานในเมืองไทยหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา กูเกิลประสบความสำเร็จแม้ไม่มีสาขาท้องถิ่น แต่ใช้การดึงคนในประเทศนั้นๆมาเป็นตัวแทนเพื่อสร้างบริการให้โดนใจตลาด"


    ลอรีให้ข้อมูลว่า สัดส่วนการสืบค้นข้อมูลของกูเกิลในตลาดไทยคือ 95 เปอร์เซ็นต์ รวมอีก 4 เปอร์เซ็นต์ของสนุก ซึ่งเป็นพันธมิตรกับกูเกิล รวมแล้ว 99 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นตลาดที่การโฆษณาออนไลน์มีโอกาสเติบโตสูงที่สุดในเอเชียแปซิฟิก และการประชุมซึ่งกูเกิลจัดขึ้นในประเทศไทยวันที่ 26 กพ. เป็นการพูดคุยกับพันธมิตร และนักการตลาดในประเทศไทย ฝ่ายขาย รวมถึงกลุ่มตัวแทนเอเจนซี่ทั้งหลาย เพื่อให้ข้อมูลความรู้ เกี่ยวกับรูปแบบการโฆษณาออนไลน์ของกูเกิล


    "เราจะให้ความรู้ก่อนโดยเฉพาะเรื่องแนวโน้มระบบโฆษณาออนไลน์ จากนั้นจึงแนะนำแพลตฟอร์มรูปแบบการโฆษณาที่เหมาะสม ขณะนี้หลายพันบริษัทของไทยใช้ระบบโฆษณาออนไลน์ AdWords ของกูเกิล โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจท่องเที่ยว เหตุผลที่จะพูดคุยพรุ่งนี้คือการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ เราต้องการพูดคุยกับนักการตลาดไทยให้เห็นว่า ระบบการโฆษณาออนไลน์คือระบบที่โปร่งใสที่สุด"


    ลอรีมอง ว่าการให้ความรู้แก่นักการตลาดชาวไทยจะเป็นยาวิเศษที่ช่วยให้ตลาดโฆษณา ออนไลน์ของกูเกิลในประเทศไทยเติบโต โดยงบการโฆษณาในประเทศไทยคือ 8 หมื่นล้านบาท สัดส่วนการโฆษณาออนไลน์อยู่ที่ราว 800 ล้านบาทหรือ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น


    "ตัวเลขนี้อาจจะดูน้อย เชื่อว่าระยะนี้คือระยะเริ่มเปลี่ยนแปลงจาก 1 เป็น 2 และ 3 เปอร์เซ็นต์ในอนาคต นักการตลาดเริ่มรับรู้ข้อดีของการตลาดออนไลน์ สถิติตลาดออนไลน์ในสหรัฐขณะนี้คือ 6-10 เปอร์เซ็นต์ ของไทยเชื่อว่าจะเป็น 8-10 เปอร์เซ็นต์ในอนาคต บนอัตราการเติบโตมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเทียบกับอัตราการเติบโตในตลาดโลก 25 เปอร์เซ็นต์"


    ลอรียกตัวอย่างหนึ่งในแพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ซึ่งกูเกิลจะแนะนำแก่ ผู้ร่วมประชุมชาวไทย นั่นคือ "Gadget Ads" การลงโฆษณาด้วยเว็บไซต์ขนาดจิ๋ว เว็บไซต์ย่อส่วนของผู้ลงโฆษณาจะปรากฎเหมือนกับภาพโฆษณาบนเว็บไซต์ของผู้ทำ เว็บที่เข้าร่วมโปรแกรม AdSense โฆษณาเหล่านี้สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ น่าสนใจดึงดูดผู้ใช้ ถือเป็นการเสนอทางเลือกใหม่ให้ตรงความต้องการของตลาดมากขึ้น


    นอกจากการขาดความรู้ กูเกิลมองว่าอีกหนึ่งอุปสรรค์ที่ทำให้ตลาดโฆษณาออนไลน์ของไทยไม่เติบโต คือการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่กระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ โครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงยังไม่ทั่วถึง


    สำหรับ ความเห็นกรณีไมโครซอฟท์ต้องการควบรวมยาฮู ลอรีระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะให้ความเห็นว่า กูเกิลจะมีโอกาสเสียเปรียบในตลาดโฆษณาออนไลน์ไทยหรือไม่ เช่นเดียวกับกรณีโครงการนำร่องเก็บข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาลผู้ป่วย ก็ยังเร็วเกินไปที่จะให้ความเห็นว่า โครงการนี้จะมีส่วนผลักดันภาพรวมธุรกิจโฆษณาออนไลน์ของกูเกิลในตลาดโลกหรือ ไม่อย่างไร


    "กูเกิลให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาข้อมูลผู้บริโภคเสมอ ไม่เอาไปใช้ประโยชน์ เราไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้ แต่เรื่องแพลตฟอร์ม Android ในโทรศัพท์มือถือเชื่อว่าจะทำให้ตลาดโฆษณาออนไลน์ไทยเติบโตแน่นอน ขณะนี้เราเป็นพันธมิตรกับเอไอเอสอยู่"



    ข่าวจาก : http://www.thaisarn.com/th/news_reader.php?newsid=234004



    Update ล่าสุด Google ได้ตั้งสำนักงานที่ไทยแล้ว ตั้งอยู่ที่


    Google Thailand
    Level 29 The Offices at Centralworld
    999/9 Rama Rd
    Pathumwan
    Bangkok 10330
    Thailand

    2/24/08

    HOW TO: Install Nero 7 on Vista

    nero_writing_thumb.png

    The inbuilt burner software in Vista is somewhat lacking and with Nero maker Ahead uninterested in releasing a Vista-capable installer until after the new operating system goes gold, you're fairly limited in terms of what you can burn with.


    If you try to install the latest official version of Nero (7.5.1.1), it breaks. Ignoring the presence of DirectX 10, the installer wants to install DirectX 9.0c and it crashes when attempting to update the registry.


    This is all regardless of whether it's run in compatibility mode or given a giant spoon of honey to lick. Nero just won't budge.


    Well, it is possible to get it running, but it's highly unofficial.


    One who goes by the name of 'hp38guser' has been releasing hacked-down versions of Nero for some time. The project is called Nero Lite and we have discovered that it just so happens to install and run on Vista without a hitch.


    The project is growing in popularity and its purpose is to remove the superfluity that Nero is packaged with; such as a video editor and network media streamer.


    It's essentially been reduced down to the core reason one installs Nero -- to burn optical media. See here for a list of what has been taken out or replaced. You can even create an unattended installation thanks to the use of the free Inno Setup installer.


    With this installer, under Vista, the registry error is gone. DirectX 9.0c also no longer wants to assassinate its younger sibling.


    It does seem somewhat dodgy, seeing as it isn't an internal job, but this is much the same as how the popular Quicktime Alternative works; it's simply a chopped-up original that many people prefer.


    Nonetheless, it certainly wouldn't be difficult to include malicious software. With over 17,000 downloads on Softpedia, however, it has retained its "100% Clean" status, so you can be reasonably assured that this is trustworthy. Or not -- that's up to you.


    Basically, install this at your own risk, you know, just in case I wasn't clear.


    With that in mind, you need only download the latest Nero Lite installer and run through the install. We tried version 7.5.1.1 on a fresh slate of Vista 5728. It resulted in a flawless install.


    nero7_vista_install1.jpg

    It does require a valid serial number to be functional, so if you're looking to run trial-ware, you're out of luck.

    nero7_vista_install2.jpg

    nero7_vista_install_finish.jpg

    We found there is one thing you must do after the install is complete. To use the Nero applications, you must ensure they run in administrative mode, otherwise you'll just get a nasty error.

    nero7_vista_properties.jpg

    nero7_vista_properties_admin.png

    If you're running Vista and need Nero, it seems this is the only workable path to take for now. If an outsider can do this for Nero, the mind boggles as to why Ahead, who wasn't available for comment, can't manage to get it working.


    เพียงแค่นี้ก็ใช้ Nero 7 บน Windows Vista ได้แล้ว


    Source : http://apcmag.com/4021/how_to_install_nero_7_on_vista

    2/23/08

    ลดต้นขา ให้ได้ผลดี

    ปัญหาไขมันส่วนเกิน ที่แสนหนักอกหนักใจของสาวๆ ก็คือ การลดต้นขา  ต้นขาเป็นส่วนที่ลดยากเสียเหลือเกิน ลองสังเกตสาวๆ บางคนที่ผ่านกรรมวิธีไดเอ็ตโดยการอดอาหารดูสิ พวกหล่อนจะลดจนเอวบางร่างน้อย แต่ เอ๊ะ ดูช่วงล่างจากต้นขาลงไปยังหลงเหลือความเป็น ขาใหญ่ให้เห็นอยู่ดี เพราะยังขาดการบริหารให้กระชับ การออกกำลัง และบริหารร่างกายเพื่อกระชับสัดส่วน ต้องทำให้ถูกวิธีนะคะมิฉะนั้น ผลที่ออกมา อาจจะไม่เป็น อย่างที่คุณตั้งใจนักแทนที่ขาจะเรียวงามกลับกลายเป็นกล้ามขานักกีฬาโอลิมปิคก็ได้


    วิธีกระชับขาให้เรียวงาม ซึ่งมีหลายวิธีให้คุณเลือกใช้

    วิธีออกกำลังกาย ที่ดีที่สุดคือ การว่ายน้ำ และในการว่ายน้ำนั้น คุณก็สามารถบริหารขาในน้ำไปด้วย คือ

    • ขณะที่คุณอยู่ในสระน้ำ ให้ใช้แขนทั้ง 2 ข้างจับขอบสระ คว่ำหน้า ยืดขาให้ลอยตัว เหยียด ให้ตรงพร้อมกับตีขา ทำไปเรื่อยจนรู้สึกเหนื่อย ให้หยุดสักครู่ แล้วทำต่อ ประมาณ 10-15 ครั้ง
    • ยืนในน้ำ หันข้างให้ขอบสระ ใช้มือหนึ่งจับขอบสระ อีกข้างหนึ่งท้าวสะเอว เหยียดขาตรง เหวี่ยงขาข้างเดียวกับมือที่ท้าวสะเอว ไปข้างหน้า แล้วเหวี่ยงกลับไปข้างหลัง ทำ 20 ครั้ง แล้วเปลี่ยนมาทำอีกข้างหนึ่งอีก 20 ครั้ง ทำแบบนี้ซ้ำประมาณ 10-15 ครั้ง


    วิธีบริหารขาก่อนเข้านอน ทำง่ายๆ คือ หากางเกงสำหรับกระชับสัดส่วนมาใส่ก่อนนอนสัก 2 ชั่วโมง คุณสมบัติของ กางเกงนี้คือ จะอบร่างกายจนเกิดเหงื่อ และระหว่างนี้คุณก็บริหารขาไปด้วย จะได้ผลเร็วขึ้น ลองทำตามขั้นตอนนี้

    • นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
    • ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
    • ยังตกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
    • ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง
    • เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง ทำได้ทุกวันจะดีมาก

    วิธีเผาผลาญไขมันส่วนเกินขณะนอนหลับ คือ การทำให้ร่างกายเกิดเหงื่อในขณะที่กำลังนอนหลับอยู่ วิธีง่ายๆ ได้แก่ การใส่กางเกงกระชับสัดส่วนขณะนอนด้วยและจะให้ได้ผลเร็ว คือคุณต้องไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ เรียกว่า "นอนทนร้อนเพื่อความสวย" ไงคะแต่ต้องขอเตือนว่า วิธีนี้เหมาะกับสาวที่มีความพยายามสูงและอดทนได้เท่านั้นแต่ไม่แนะนำให้ทำเพราะเวลานอนนั้น ร่างกาย ควรได้พักผ่อนให้สบายที่สุด ถ้านอนร้อนๆ อาจทำให้นอนไม่หลับ หรือหลับไม่เต็มตื่นเช้าวันต่อไปของคุณก็จะไม่สดใสเท่าที่ควร

    2/15/08

    How to remove meta tag "generator" in Joomla?

    Joomla produces some meta tags by default. One of them is "generator" tag. You can see the code by opening Page Source in your Browser. This is the line we want to get rid of:

    generator


    Removing the code

    We will remove this code by commenting out a line in file called frontend.php. It`s located in includes folder. If you have a local Joomla installation just edit the file, if your files are online, use FTP Client to download and then upload the file.

    All you have to do is open file frontend.php and find the line called

    $mainframe->addMetaTag( 'Generator', $_VERSION->PRODUCT . " - " . $_VERSION->COPYRIGHT);

    when you locate, it put // before this line.

    Save the file, and refresh your site. The line should now be gone.

    จะส่งออกด้วยเทอม FOB หรือ CIF

    ช่วง นี้มีข่าวว่าทางราชการที่เกี่ยวกับการส่งออกจะพยายามให้การส่งออกสินค้าของ ไทยที่เคยส่งออกในเทอม FOB หันมาส่งออกในเทอม CIF ให้มากขึ้น โดยให้เหตุผลว่าผลประโยชน์ เช่น ค่าระวางเรือ เบี้ยประกันภัย จะตกอยู่ในประเทศไทย


    คำว่า FOB และ CIF เป็นถ้อยคำเฉพาะทางการค้า เป็นส่วนหนึ่งของ INCOTERMS ที่สภาหอการค้านานาชาติ (International Chamber of Commerce : ICC) ซึ่งหอการค้าหรือสภาหอการค้าของประเทศต่างๆ เกือบทั่วโลก รวมทั้งไทยเป็นสมาชิกได้จัดทำขึ้น เพื่อกำหนดความหมายของคำเฉพาะทางการค้าขึ้นไว้ในสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ เพื่อให้เป็นที่เข้าใจกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ในเรื่องหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ซื้อผู้ขายและความเสี่ยงภัยในสินค้า โดยไม่ต้องพรรณนาให้ยืดยาวในสัญญาซื้อขายว่าผู้ซื้อต้องมีหน้าที่อย่างนั้น ผู้ขายต้องมีหน้าที่อย่างนี้ รวมทั้งเรื่องการรับมอบสินค้าว่ารับมอบไปเมื่อใด INCOTERMS ไม่ใช่กฎหมายและไม่ใช่ความตกลงระหว่างประเทศ แต่เป็นคำเฉพาะทางการค้าที่เป็นที่ยอมรับกันกว้างขวางทั่วโลกมีผลผูกพันคู่ สัญญาโดยปริยาย ถึงแม้จะไม่มีข้อความระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ซื้อขายก็ตาม


    INCOTERMS ฉบับแรกจัดทำและพิมพ์ขึ้นในปี ค.ศ.1936 มีการปรับปรุงแก้ไขในปี ค.ศ.1980 สำหรับฉบับล่าสุดปัจจุบันคือฉบับปี ค.ศ.2000 ก่อนฉบับล่าสุดคือฉบับปี ค.ศ.1990 กำหนดคำเฉพาะทางการค้าไว้ 13 คำ จากเดิมที่กำหนดไว้ 14 คำ โดยยกเลิก 2 คำ คำแรกคือ FOR/FOT (Free on Rail, Free on Truck) และคำที่สองที่ยกเลิกคือ FOB Airport มาใช้คำ FCA (Free Carrier) แทน


    INCOTERMS ฉบับปัจจุบัน ค.ศ.2000 แบ่งเป็นกลุ่ม คือ กลุ่ม E กลุ่ม F กลุ่ม C และกลุ่ม D เรียงตามลำดับความรับผิดชอบของผู้ขาย และผู้ซื้อ ในการจัดส่งสินค้าจากต้นทางไปปลายทาง จากผู้ขายมีหน้าที่น้อยที่สุดและผู้ซื้อมีหน้าที่มากที่สุดไปตามลำดับ จนกระทั่งผู้ขายมีหน้าที่มากที่สุด และผู้ซื้อมีหน้าที่น้อยที่สุด ดังนี้


    E EXW Ex Works

    F FCA Free Carrier

    FAS Free Alongside Ship

    FOB Free On Board

    C CFR Cost and Freight

    CIF Cost, Insurance and Freight

    CPT Carriage Paid To

    CIP Carriage and Insurance Paid To

    D DAF Delivered At Frontier

    DES Delivered Ex Ship

    DEQ Delivered Duty Unpaid

    DDU Delivered Duty Unpaid

    DDP Delivered Duty Paid

    เนื่อง จากการส่งออกของไทยมีประเด็นว่าจะส่งออกด้วยเทอม FOB หรือ CIF ดี จึงขอนำรายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ซื้อผู้ขายความเสี่ยงภัยใน สินค้าระหว่างเทอม FOB และ CIF เฉพาะประเด็นที่สำคัญมาสรุปให้ทราบ ดังนี้


    1.การส่งออกในเทอม FOB

    การส่งออกเทอม FOB จะตามด้วยชื่อเมืองท่าที่ส่งออก เช่น FOB กรุงเทพฯ


    1.1 หน้าที่ของผู้ซื้อ เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อต้องจัดหาเรือมารับสินค้าที่ท่ากรุงเทพฯ จะเช่าเหมาทั้งลำ หรือจองระวางเรือ เท่าที่จำเป็นต้องบรรทุกสินค้า ก็แล้วแต่ปริมาณสินค้ามากน้อยเพียงใด โดยผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบค่าเช่าเรือหรือค่าระวางเรือ ผู้ซื้อที่ชาตินิยมก็จะเช่าเรือ หรือจองระวางเรือที่ผู้ประกอบกิจการ ในประเทศของผู้ซื้อเป็นเจ้าของ เพื่อให้ผลประโยชน์ในเรื่องค่าเช่าเรือ ค่าระวางเรือ ตกอยู่ในประเทศของผู้ซื้อ หรือถ้ามีกิจการเดินเรือของตนเองหรือในเครือ ก็จะใช้เรือของกิจการในเครือ

    การ ลำเลียงสินค้าขึ้นเรือใหญ่ เมื่อสินค้าพ้นกราบเรือก็ถือว่าผู้ซื้อได้รับมอบสินค้านั้นแล้ว การจ่ายค่าสินค้า มีผลเมื่อมีการรับมอบสินค้า เมื่อรับมอบสินค้าแล้วความเสี่ยงภัย และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ตกเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงภัยขณะขนส่งสินค้าไปยังเมืองปลายทาง ผู้ซื้อจะเป็นผู้ทำประกันภัย หากเป็นผู้ซื้อที่ชาตินิยมก็จะทำประกันภัยกับกิจการประกันภัยในประเทศของตน


    1.2 หน้าที่ของผู้ขาย

    ใน เทอม FOB ผู้ขายมีหน้าที่ลำเลียงสินค้าไปส่งขึ้นบรรทุกเรือใหญ่ ณ ท่าเรือที่กำหนดในกรณีนี้เป็น FOB กรุงเทพฯ ก็ส่งมอบที่ท่ากรุงเทพฯ โดยผู้ขายมีหน้าที่รับผิดชอบเฉพาะค่าลำเลียงสินค้าบรรทุกขึ้นเรือใหญ่เมื่อ พ้นกราบเรือ ไม่ต้องรับผิดชอบจัดหาเรือใหญ่ ไม่ต้องรับผิดชอบความเสี่ยงภัยของสินค้าขณะขนส่งจากท่ากรุงเทพฯถึงเมืองท่า ปลายทาง


    2. การส่งออกในเทอม CIF

    การซื้อขายในเทอม CIF จะระบุเมืองท่าปลายทาง เช่น CIF รอดเตอร์ดัม เป็นสัญญาซื้อขายที่กำหนดราคาขาย โดยรวมค่าระวางเรือค่าขนส่งสินค้าและค่าเบี้ยประกันภัยจนถึงเมืองปลายทาง กล่าวคือ ผู้ขายมีหน้าที่ต้องจัดหาเรือ หรือจองระวางเรือเพื่อขนส่งสินค้าไปยังเมืองปลายทาง ต้องรับผิดชอบค่าเช่าเรือและค่าระวางเรือดังกล่าว และต้องรับผิดชอบต่อความเสี่ยงภัยของสินค้า จนกว่าสินค้านั้นจะขนลงพ้นจากกราบเรือใหญ่ ณ เมืองท่าปลายทางคือรอดเตอร์ดัม เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงภัยผู้ขายถึงต้องจัดทำประกันภัยระหว่างการขนส่ง สินค้า จนถึงเมืองท่ารอดเตอร์ดัม ในกรณีเช่นนี้ ผู้ขายจะเป็นผู้จัดหาเรือ เช่าระวางเรือ และจัดทำสัญญาประกันภัย ซึ่งหากเช่าเรือหรือจองระวางเรือไทย ทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัยที่ประกอบกิจการในประเทศไทย ผลประโยชน์จากค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยก็จะตกอยู่กับบริษัทในประเทศไทย


    ถ้า เป็นไปตามทฤษฎีแล้ว การส่งออกในเทอม CIF จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยแน่นอน แต่ในความเป็นจริงแล้วการส่งออกขึ้นอยู่กับการเจรจาและอำนาจการต่อรอง ตลอดจนความพร้อมของผู้ส่งออกไทย รวมทั้งความพร้อมของเรือไทยว่ามีความพร้อมหรือไม่ด้วย มองอีกแง่มุมหนึ่งการส่งออกในเทอม FOB ก็เป็นความสะดวกสบายของผู้ส่งออกในอีกแบบหนึ่ง ไม่ต้องออกแรงจัดหาเรือ จัดทำประกันภัย เมื่อส่งสินค้าพ้นกราบเรือใหญ่เรียบร้อยแล้วก็หมดหน้าที่ แต่ถ้าพิจารณาจากผลประโยชน์โดยรวมการส่งออกในเทอม CIF ผลประโยชน์จะตกเป็นของประเทศที่ส่งออกมากขึ้น


    อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ช่วงนี้จะส่งออกไปเทอมไหนก็ได้ไม่ว่ากัน ขอให้ผลักดันให้ออกให้มากๆ ให้ได้ตามเป้า หรือเกินเป้าก็ยิ่งดี โดยไม่ต้องเกี่ยงว่าเป็น FOB หรือ CIF เพื่อช่วยให้กระทรวงเศรษฐการ หรือกระทรวงพาณิชย์ ที่ทำหน้าที่มาอย่างดีเป็นเวลากว่า 85 ปี และอุตส่าห์ย้ายพระรูปปั้นของเสนาบดีพระองค์แรกของกระทรวงพาณิชย์ จากปากคลองตลาดมาประดิษฐานที่ทำการแห่งใหม่ที่สนามบินน้ำ เพื่อดูแลเป็นกำลังใจในการมาปฏิบัติงานของเหล่าข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ไม่ถูกยุบรวมหรือถูกยุบเลย

    คอลัมน์ คลื่นความคิด สกล หาญสุทธิวารินทร์ มติชนรายวัน วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9958 [http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2005q2/article2005june15p4.htm]

    2/14/08

    ซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต เก็บภาษีอย่างไร : Internet TAX

    ภาษีเป็นของคู่กับการค้า ไม่เว้นแม้แต่การค้าทางอินเทอร์เน็ต ในฉบับนี้เราจะมาคุยกันว่ารัฐบาลไทย มีกฎ กติกา มรรยาท ว่าด้วยการเก็บภาษีอย่างไร ทั้งด้านการขาย และการซื้อสินค้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต


    หัวใจสำคัญในการพิจารณาเรื่องภาษ ีคือการดูว่าสินค้าที่เกี่ยวข้องนั้น เป็นสินค้า หรือ บริการ เพราะสรรพากรไทย มีระบบจัดเก็บภาษีแตกต่างกัน ตามคุณลักษณะนี้ สินค้าที่จัดว่าเป็นสินค้านั้น ก็ได้แก่สิ่งของที่จับต้องได้ตามปกติ ซึ่งคนไทยเรา คุ้นเคยอยู่แล้ว การค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ของสินค้าประเภทนี้ จัดเป็นพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทางอ้อม กล่าวคือ แม้การซื้อขาย จะกระทำผ่านอินเทอร์เน็ต แต่การจัดส่งสินค้า ก็ยังคงผ่านช่องทางปกติ เช่นใช้บริการไปรษณีย์ หรือ บริษัทขนส่งเอกชน ในการจัดส่งสินค้า ส่วนสินค้าประเภทใหม่ ที่เราอาจเรียกว่าเป็นสินค้าที่จับต้องไม่ได้นั้น จัดเป็นพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทางตรง การซื้อขาย และจัดส่งสินค้า ล้วนกระทำผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งหมด สินค้าในลักษณะนี้ได้แก่ ไฟล์ข้อมูลต่างๆ เช่น เพลงในรูปแบบ MP3 ซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ หรือเอกสารข้อมูล ที่เก็บในรูปอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเหล่านี้ กรมสรรพากรตีความว่าเป็นบริการ


    ในการขายสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตนั้น หากเป็นการขาย ให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่ในประเทศผู้ขาย ที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ตามปกติ แต่หากเป็นการส่งออก กรมสรรพากร ท่านสนับสนุนพ่อค้าไทย โดยให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราศูนย์ เพื่อให้สินค้าไทย สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ แต่ทั้งนี้เฉพาะสินค้า ที่จับต้องได้เท่านั้น ส่วนสินค้าที่จับต้องไม่ได้นั้น ถือเป็นบริการ แม้จะเป็นการส่งออก ก็ยังต้องเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% อยู่ ยกเว้นแต่ว่า ผู้ซื้อมีจดหมายยืนยันมาว่า ซื้อบริการ (สินค้าที่จับต้องไม่ได้) นั้นไปใช้ในต่างประเทศจริง ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ ในการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต ที่ผู้ซื้อจะยอมวุ่นวายส่งเอกสารมาให้เรา ดังนั้นประเด็นนี้ทางสรรพากรไทย คงต้องมีการพิจารณาทบทวน ให้ทันกับกระแสพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่การค้ามีแนวโน้มจะเป็น สินค้าที่จับต้องไม่ได้มากขึ้น สำหรับภาษีศุลกากรขาออกนั้น ไม่มีการเรียกเก็บ ยกเว้น หนังดิบ แต่ภาษีศุลกากรขาเข้า ก็เป็นเรื่องราวของแต่ละประเทศ ที่ลูกค้าต้องรับผิดชอบชำระกันเอง ดังนั้นหากเราเปิดร้านขายของ โดยมีลูกค้าอยู่ต่างประเทศ จะต้องระบ ุความรับผิดชอบด้านภาษีนำเข้าว่า เป็นภาระของลูกค้าเองด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันวันหลัง

    ส่วนการสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต จากต่างประเทศนั้น ตามกฎหมายแล้ว มีภาษีที่เกี่ยวข้อง 3 ชนิด คือภาษีศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เช่นคนไทยส่วนใหญ่ ที่ขณะนี้นิยมสั่งหนังสือผ่าน amazon.com ซึ่งเป็นร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ ในสหรัฐอเมริกา ในกรณีนี้ เป็นการสั่งหนังสือตำราจากต่างประเทศ ทางกรมศุลกากร ให้การยกเว้นไม่เสียภาษีนำเข้า ส่วนสินค้าอย่างอื่น เช่นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ก็โดนภาษีศุลกากรกันไปตามปกติ แม้ว่าผู้ซื้อหนังสือจาก amazon.com จะไม่เสียภาษีศุลกากรก็ตาม โดยหลักการแล้ว ผู้ซื้อสินค้า ยังมีภาระต้องรับผิดชอบภาษีมูลค่าเพิ่มอยู ่เช่นเดียวกับการซื้อสินค้าภายในประเทศ ซึ่งปกติแล้ว ร้านค้ามีหน้าที่ต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากผู้ซื้อ แต่เมื่อเราสั่งของ ทางอินเทอร์เน็ตจากผู้ขายต่างประเทศ เขาไม่สนกฎระเบียบของเราอยู่แล้ว และไม่ถือเป็นหน้าที่ที่จะไปเรียกเก็บ VAT จากลูกค้ามาให้รัฐบาลไทยด้วย ดังนั้นจึงกลายเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อเอง ที่ต้องไปแจ้งกับสำนักงานสรรพากรใกล้บ้าน โดยนำหลักฐานการสั่งซื้อสินค้า หรือใบนำส่งไปให้เจ้าหน้าที่เขาแปลงเป็นเงินบาท แล้วเขาจะคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากยอดนั้นเพื่อเก็บจากเรา เมื่อจ่ายเงินให้เขาไปแล้ว ก็จะได้รับเอกสาร ภพ.36 เพื่อยืนยันการชำระเงิน และสามารถใช้ ภพ.36 นี้แทนใบกำกับภาษีซื้อได้


    ในฐานะคนทั่วไป คงไม่มีใครหาเรื่องยุ่งยาก ให้กับชีวิตโดยไปเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้รัฐบาลไทยแน่ แต่ถ้าเราเป็นบริษัทห้างร้าน ที่ต้องการใบรับรองค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อไปคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว ก็มีแรงจูงใจที่จะไปแจ้งกรมสรรพากรเพื่อออก ภพ.36 ให้ เพราะภาษีซื้อนี้ ก็สามารถนำไปหักจากภาษีขายได้ตามปกติ และเราก็มีหลักฐานแสดงการจ่ายเงินซื้อสินค้านั้นด้วย


    มีเรื่องน่าคิดต่อไปอีกว่า ถ้าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งได้แก่ ข้อมูล โปรแกรม หรือ เพลง ที่เก็บอยู่ในรูปไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อผู้ซื้อชำระเงินโดยบัตรเครดิตแล้ว จะได้รับสินค้าเหล่านี้ โดยส่งมาทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเลย สินค้าประเภทนี้ สหรัฐอเมริกาชี้นำในเวที WTO ที่เจนีวา ใน พศ. 2541 ให้ประเทศสมาชิกยอมรับ ให้เป็นสินค้าปลอดภาษีศุลกากร โดยใช้คำว่า No New Tax นั่นตีความได้ว่าห้ามประเทศต่างๆ ไปคิดวิธีการเก็บภาษีใหม่ๆ มาจัดการกับสินค้าพวกนี้ ซึ่งทำให้ ความพยายามของกลุ่มยุโรป ที่จะเสนอวิธีการจัดเก็บภาษีประเภท Bit Tax (เป็นภาษีที่ คิดตามจำนวนข้อมูลที่ส่ง โดยไม่ได้คำนึงถึงมูลค่าของข้อมูลนั้น) ต่อสินค้าเหล่านี้ต้องตกไป สินค้าที่จับต้องไม่ได้นี้ ในหลายประเทศ (รวมทั้งกรมสรรพากรไทย) ตีความว่าเป็นบริการ ดังนั้นจึงไม่ได้มีการระบุพิกัดภาษีศุลกากร ตามระบบฮาร์โมไนซ์ไว้ก่อน ทำให้กรมศุลกากร ไม่สามารถจัดเก็บภาษีศุลกากรได้ และไม่สามารถไปคิดวิธีใหม่มาเก็บได้ด้วย เพราะอเมริกาได้ตีกันไว้แล้ว หรืออยากจะเก็บจริงๆ ก็ไม่รู้จะเก็บอย่างไรเหมือนกัน เพราะสินค้าเหล่านี้ไม่ได้ผ่านกระบวนการขนส่งตามปกติ แต่วิ่งผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ซื้อเลย


    ในกรณีนี้มีข้อควรพิจารณา ดังนี้

    1. ธุรกรรมลักษณะนี้ ผู้ซื้อมักจะไม่ได้รับเอกสาร ที่เป็นกระดาษจากผู้ขายเลย การติดต่อจะกระทำผ่าน ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่สามารถพิมพ์ขึ้นมา และพิสูจน์ได้ว่านี่เป็นเอกสารของจริงจากผู้ขาย ดังนั้นแม้ผู้ประกอบการไทย ที่สุจริตจะพิมพ์ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ไปแจ้งกรมสรรพากรเพื่อขอ ภพ.36 กรมสรรพากร จะทราบว่าเป็นของจริงได้อย่างไร เพราะถ้าไม่มีวิธีตรวจสอบได้ อาจมีผู้ประกอบการไทย ที่ไม่สุจริตทำเอกสารปลอมขึ้นมา โดยยอมจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (ซึ่งในที่สุดก็ได้คืน ผ่านการหักจากภาษีขาย) เพื่อทำค่าใช้จ่ายปลอม ในการส่งบัญชีภาษีเงินได้นิติบุคคล
    2. เนื่องจากกรมสรรพากรไทย ตีความให้สินค้าที่จับต้องไม่ได้เป็นบริการ ผู้ซื้อจึงมีหน้าที่ในการหักภาษี ณ ที่จ่าย จากการซื้อสินค้าเหล่านี้ ด้วยตามมาตรา 70 ทวิ ซึ่งนี่เป็น Old Tax ของเราอยู่แล้ว จึงไม่ขัดกับข้อตกลงที่เจนีวา ในกรณี ผู้ขายซอฟท์แวร์ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับไทยนั้น ให้เราหัก 5% จากผู้ขายเพื่อส่งให้รัฐบาลไทย โดยผู้ซื้อออกใบหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้ขาย เพื่อนำไปเครดิตภาษีจากรัฐบาลของเขาได้ เช่น หากเราสั่งซื้อโปรแกรม โดยดาวน์โลดไฟล์ทางอินเทอร์เน็ต และผู้ขายคิดราคาสินค้า 100 เหรียญ มาตรา 70 ทวิ บอกว่าให้เราจ่ายเขา 95 เหรียญพอ และหัก 5 เหรียญมาส่งให้กรมสรรพากร
    ในทางปฏิบัติแล้ว ยังไม่เคยพบเวบไซท์ไหน ที่ยอมให้เราไปหักเงินเขาได้ ดังนั้นหากผู้ประกอบการไทย ต้องการจ่ายภาษีให้ครบถ้วน เพื่อออก ภพ.36 ก็ต้องจำใจควักกระเป๋าอีก 5% เพื่อส่งให้สรรพากร โดยทำทีเสมือนว่าได้หักจากผู้ขายมาแล้ว


    การซื้อขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต ยังคงเป็นเรื่องใหม่ ทั้งกับพ่อค้าและรัฐบาล จึงควรที่รัฐบาลจะใช้วิธีการรอมชอม และร่วมศึกษาแก้ไขกฎระเบียบร่วมกันกับพ่อค้า เพื่อปรับรูปแบบ ให้เหมาะสมกับวิถีการค้าแนวใหม่ ทั้งนี้ เพื่อผลประโยชน์ของชาติในระยะยาวนั่นเอง

    Source : http://businessthaiclub.com/forum/viewthread.php?forum_id=16&thread_id=67

    10 เหตุผลของการนำธุรกิจมาเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต : 10 Reasons

    500 ? 1,000 Web Site ของบริษัทต่อวัน 2 - 10 % ของการใช้อินเทอร์เน็ตต่อสัปดาห์ คือ สถิติการเพิ่มขึ้นของเว็บไซต์ธุรกิจ และปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตของโลก (จากนิตยสาร Mediaweek ประเทศสหรัฐอเมริกา) นับเป็นข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเติบโตของอินเทอร์เน็ต และน่าศึกษาถึงเหตุผลที่อินเทอร์เน็ตได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้ ประกอบธุรกิจ จนนำธุรกิจของตนเองมาไว้บนอินเทอร์เน็ต มีเว็บไซต์เป็นของตนเอง

    จากประสบการณ์ของผมที่ได้จัดอบรมและสัมมนามา รวมทั้งได้มีโอกาสให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักธุรกิจหลายท่าน ประกอบกับได้ศึกษากรณีศึกษาของบริษัทที่นำอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้ สามารถประมวลเหตุผลต่างๆ ได้ 10 เหตุผลที่จูงใจผู้ประกอบธุรกิจให้สนใจอินเทอร์เน็ต และนำธุรกิจของตนเองมาไว้บนอินเทอร์เน็ต ด้วยการจัดทำเว็บไซท์ เพื่อประโยชน์ทางตรงและทางอ้อมต่อธุรกิจตนเอง


    10 เหตุผลของการนำธุรกิจมาเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต


    1. เพื่อให้ธุรกิจของตนเองพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทางอินเทอร์เน็ต

    เนื่องจากอินเทอร์เน็ตมีผู้ใช้จำนวนเป็นร้อยล้านคนจากทั่วโลก และมีอัตราการเพิ่มขึ้นแบบเท่าตัวทุกปี ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจแล้ว ทุกคนไม่ควรมองข้ามตลาดและช่องทางการตลาดขนาดใหญ่เช่นนี้ที่สามารถเข้าถึง ผู้บริโภคได้โดยตรง โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานประกอบการ เวลาทำการของธุรกิจ ด้วยต้นทุนที่ประหยัด ดังนั้นบริษัทต่างๆ ที่รู้จักคุณประโยชน์ข้อนี้ จึงอดใจไม่ได้ที่จะต้องพัฒนาธุรกิจของตนเอง โดยอาศัยคุณสมบัติของอินเทอร์เน็ตในการเตรียมความพร้อม ให้บริการทางอินเทอร์เน็ตแก่ลูกค้าที่เป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตก่อนที่คู่ แข่งของตนเองจะจับจองผูกใจลูกค้าไว้หมดแล้ว


    2. เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างเครือข่ายของธุรกิจ

    ในการดำเนินธุรกิจการค้า การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ขายวัตถุดิบ หรือผู้ให้บริการด้านต่างๆ แก่บริษัท เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก วิธีการสำคัญวิธีหนึ่งที่นักธุรกิจใช้ในการสร้างความสัมพันธ์และเครือข่าย ทางธุรกิจของตนเองเมื่อได้มีโอกาสพบผู้ที่เกี่ยวข้องคือ การให้นามบัตร (Business Card) ซึ่งนามบัตรแบบทั่วไปจะให้ข้อมูลว่าตนเองเป็นใคร อยู่ที่ไหน ขายสินค้า/ให้บริการอะไร แต่ในนามบัตรของนักธุรกิจที่มี Web Site ของตนเองนั้นจะบอกที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตของบริษัท คือ www.company-name.com ทำให้ผู้ที่มีความสนใจในบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าในต่างประเทศ สามารถดูข้อมูลของบริษัท สินค้า หรือบริการได้อย่างสะดวก และสามารถติดต่อสื่อสารกับบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน และประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้บริษัทมีโอกาสขยายเครือข่ายของธุรกิจได้มากขึ้นอีกด้วย


    3. เพื่อให้ข้อมูลของบริษัทพร้อมให้ลูกค้าเข้ามาค้นหาได้

    การเผยแพร่ข้อมูลธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาบริษัทได้และทำธุรกิจกับตนเอง ทั่วไปๆ มักจะลงโฆษณาในสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองหรือ Directory ต่างๆ ซึ่งให้ข้อมูลของบริษัท อาทิ ซื่อ ที่อยู่ เวลาดำเนินการ สินค้า หรือบริการ ในพื้นที่โฆษณาที่จำกัด และข้อมูลอาจไม่ทันสมัยตามสถานการณ์ของบริษัท แต่ในระบบอินเทอร์เน็ต ธุรกิจสามารถให้ลูกค้าเข้ามาค้นหาข้อมูลของบริษัทได้อย่างง่ายดาย และสามารถลงโฆษณาอะไรก็ได้มากเท่าที่ต้องการ นอกจากนี้ยังสามารถปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดเวลา อาทิ การเสนอส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าวันนี้ หรือสัปดาห์นี้ การจัดรายการพิเศษเพื่อส่งเสริมการขาย เช่น การตอบปัญหา หรือการร่วมเล่นเกมต่างๆ ที่จูงใจลูกค้า ซึ่งหากบริษัทมีโอกาสให้ข้อมูลเหล่านี้แก่ลูกค้า จะมีส่วนช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของบริษัทได้มากขึ้นอีก ด้วย


    4. เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า

    ด้วยคุณสมบัติของระบบคอมพิวเตอร์ (Hardware & Software) และคุณสมบัติของเครือข่ายใยแมงมุม (www) ธุรกิจสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบที่ให้ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าและข้อมูลของสินค้าที่ต้องการจากฐาน ข้อมูลสินค้าของธุรกิจ รวมทั้งวิธีการสั่งซื้อสินค้าและเงื่อนไขต่างๆ ด้วยตนเองตลอดเวลา ทำให้ลูกค้ามีข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้าธุรกิจนั้นๆ มีสินค้าหรือบริการที่ตรงตามความต้องการหรือไม่ ราคาเท่าไร มีจำนวนเท่าไร จะจัดส่งให้โดยวิธีอะไร มีค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเท่าไร จะได้รับสินค้าเมื่อไร จะชำระเงินโดยวิธีใด จะให้จัดส่งสินค้าไปที่ไหน สินค้ามีคุณสมบัติอย่างไร วิธีการใช้สินค้า ข้อควรระวังเกี่ยวกับสินค้า เงื่อนไขและส่วนลดพิเศษ ฯลฯ นอกจากนั้นแล้ว ลูกค้ายังสามารถตรวจสอบได้อีกว่าสินค้าที่ได้สั่งซื้อไว้แล้วได้รับการจัด ส่งเมื่อไหร่


    5. ขยายผลและขอบเขตการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น

    เนื่องจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่ทำให้โลกของการติดต่อสื่อ สารข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างไร้พรมแดน ทำให้ข้อมูลการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ของบริษัทสามารถกระจายไปยังใครก็ตาม (anybody) อยู่เมืองใด ประเทศใดก็ตาม (anywhere) ที่สามารถเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ทันสมัยของบริษัทดังกล่าวได้ ในขณะที่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อๆ อาทิ นิตยสาร วิทยุ โทรทัศน์ จะจำกัดอยู่ในวงของผู้ที่เป็นสมาชิก หรือเครือข่ายการรับส่งของวิทยุ (จังหวัด) หรือโทรทัศน์(ประเทศ) และยังถูกจำกัดด้วยขนาดของคอลัมน์ เวลาออกอากาศ (30 วินาที หรือ 1 นาที) ที่มีค่าใช้จ่ายสูง อย่างไรก็ตาม การใช้สื่อต่างๆ ควบคู่กับการใช้อินเทอร์เน็ตจะทำให้ธุรกิจสามารถเข้าสู่ตลาดและเจาะตลาดได้ อย่างรวดเร็วขึ้น เพราะลูกค้าสามารถอาจได้ยินเรื่องราวจากสื่อต่างๆ และสามารถดูข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้าในต่างประเทศที่เห็นข้อความโฆษณาในนิตยสาร สามารถเข้ามาค้นหาข้อมูลอย่างละเอียดจากเว็บไซต์บริษัท


    6. ขจัดปัญหาด้านเวลาดำเนินการของธุรกิจ

    เนื่องจากเวลาดำเนินการของสำนักงานของบริษัททั่วไป คือ 8.00 - 17.00 น. แต่ในความเป็นจริงยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าที่บางครั้งต้องการ ติดต่อและขอบริการจากบริษัทนอกเวลาเปิดทำการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทที่ทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่มีปัญหาเรื่องของเวลาทำงานที่แตก ต่างกัน ซึ่งระบบอินเทอร์เน็ตสามารถขจัดปัญหาดังกล่าวได้ โดยสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต อาทิ การตอบปัญหาเกี่ยวกับการใช้สินค้า การรับเรื่องร้องเรียนของลูกค้า (Electronic Mail) การส่งเอกสารการซื้อ-ขายสินค้าฯลฯ นอกจากนี้ หากเชื่อมต่อระบบ E-mail กับระบบสื่อสารภายในประเทศ (Pager หรือ โทรศัพท์เคลื่อนที่) ที่ให้บริการในปัจจุบัน ให้ส่งผ่านข้อมูลจากระบบ E-mail มายัง Pager หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่แล้ว จะทำให้ธุรกิจไม่พลาดการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าหรือผู้ร่วมธุรกิจเลย โดยมี Web Site ของบริษัทเป็นศูนย์กลางในการติดต่อสื่อสารทั้งภายในและภายนอกบริษัท


    7. การขายสินค้าหรือบริการ

    อินเทอร์เน็ต นอกจากจะเป็นสื่อในการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทกับลูกค้าแล้ว ยังเป็นช่องทางการตลาดและเป็นวิธีการในการขายสินค้าแก่ลูกค้าที่ครบทุกขั้น ตอน ตั้งแต่การให้คำแนะนำและข้อมูลสินค้าแก่ลูกค้า การตกลงเงื่อนไขทางการค้า การต่อรองราคาสินค้า การเลือกวิธีการขนส่ง จนกระทั่งการชำระเงินค่าสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตด้วยบัตรเครคิต หรือระบบ Telebanking ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ถึงแม้ว่าการขายสินค้าสามารถจะกระทำได้โดยวิธีอื่นๆ อาทิ การขายหน้าร้าน การขายผ่านไปรษณีย์ การขายทางโทรศัพท์ การขายแบบ Direct Sales ก็ตาม วิธีการขายผ่านทาง Internet เป็นวิธีการขายที่มีค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่น้อยที่สุด และมีโอกาสในการขยายตลาดได้มากที่สุดทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ในการสื่อสารข้อมูลการค้าซึ่งกันและกัน


    8. การนำเสนอข้อมูลของธุรกิจแบบ Multi-media

    เนื่องจากบนอินเทอร์เน็ตนั้น บริษัทที่มีเว็บไซต์ของตนเองสามารถที่จะนำตัวหนังสือ ภาพนิ่ง เสียง และภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียง มานำเสนอเรื่องราวของบริษัท สินค้า หรือบริการของบริษัท มาเตรียมพร้อมไว้ให้ลูกค้าที่เข้ามาในเว็บไซต์ของบริษัทได้ ด้วยคุณสมบัติข้อนี้เอง ทำให้บริษัทมากมายสามารถนำข้อมูลที่ถูกจัดเก็บในรูปแบบต่างๆ มานำเสนอแก่ลูกค้า เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกสินค้าหรือใช้บริการได้อย่างมี ประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการ อาทิ VDO แนะนำคุณสมบัติของสินค้า ข้อมูล Multi-media แบบ Interactive ที่ช่วยลูกค้าเลือกซื้อสินค้าอย่างเสื้อผ้า เพลง หนังสือ ของประดับตกแต่งบ้าน เป็นต้น นอกจากนี้ จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับลูกค้าในต่างประเทศที่ได้มีโอกาสรับรู้และเข้าใจใน ตัวสินค้าหรือบริการของบริษัท


    9. การเข้าสู่ตลาดที่ลูกค้ามีความต้องการบริโภคสินค้าสูง (Highly Desirable Demographic Market)

    เนื่องจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่เป็นผู้มีการศึกษาสูง หรืออยู่ในช่วงกำลังศึกษา หรืออยู่ในวัยเพิ่งสำเร็จการศึกษาและกำลังเริ่มต้นทำงานสร้างตนเอง ซึ่งจะเป็นกลุ่มคนที่มีเงินเดือน/รายได้อยู่ในเกณฑ์ระดับสูงของสังคม และมีอำนาจในการซื้อ/บริโภคสินค้าสูง และในอนาคตเพียงไม่กี่ปีนี้ กลุ่มคนดังกล่าวจะเป็นผู้บริโภคที่มีความสำคัญมากบนอินเทอร์เน็ต และมีพฤติกรรมการบริโภคที่จะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือ หรือช่องทางอย่างหนึ่งในการบริโภคสินค้า ตั้งแต่การค้นหาข้อมูลของสินค้า/บริการ การเปรียบเทียบคุณสมบัติและราคาสินค้า/บริการของแต่ละบริษัท การซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต และต้องการบริการหลังการขายทางอินเทอร์เน็ต ดังนั้น ธุรกิจต่างๆ ไม่ควรมองข้ามผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าว หากแต่ควรเตรียมความพร้อมของธุรกิจให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ บริโภคกลุ่มนี้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพื่อรักษาสมรรถภาพในการแข่งขันของธุรกิจในอนาคตต่อไป


    10. การตอบคำถามของลูกค้าที่เกิดขึ้นบ่อยๆ (Frequently Asked Questions)

    ลูกค้าหรือผู้ทำธุรกิจร่วมกันของบริษัทต่างๆ มักจะมีคำถามเกี่ยวกับบริษัทหรือสินค้า ที่เหมือนๆ กัน อาทิ บริษัทก่อตั้งเมื่อไร ใครเป็นผู้บริหาร/เจ้าของ มีวัตถุประสงค์ของบริษัทอย่างไร สินค้ามีคุณสมบัติอย่างไร มีวิธีใช้สินค้าอย่างไร เมื่อสินค้าเสียหายจะติดต่อใคร จะซ่อมแซมสินค้าได้ที่ไหน สินค้ามีอายุการใช้งานนานเท่าไร จะซื้อสินค้าได้ที่ไหนบ้าง ฯลฯ ซึ่งพนักงานที่มีหน้าที่ตอบคำถามเหล่านี้จะต้องใช้เวลามากกับการตอบคำถาม ประเภทเดียวกัน และบางครั้งทำให้ไม่สามารถทำงานอื่นที่ได้รับมอบหมายให้ลุล่วงไปได้ ดังนั้น บนอินเทอร์เน็ตบริษัทสามารถสร้างระบบสำหรับการตอบคำถามที่เกิดขึ้นบ่อย คอยให้บริการลูกค้าและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดเวลาในการตอบคำถามดังกล่าวของพนักงาน และประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานมาตอบคำถามด้วย นอกจากนี้ ระบบตอบคำถามบนอินเทอร์เน็ตยังสามารถให้บริการได้ตลอดเวลาอีกด้วย และไม่มีการเบื่อหน่ายในการตอบคำถามดังกล่าวเลย หากแต่จะช่วยรวมรวมคำถามดังกล่าว หรือคำถามใหม่เพื่อนำมาปรับปรุงการให้บริการของบริษัท

    แหล่งที่มา: นิตยสารโลกการค้า

    9 วิธีนำธุรกิจขึ้นเน็ต : 9 Ways to E-Business

    "วิธี การที่จะนำธุรกิจขึ้นอินเทอร์เน็ต หรือจะเรียกอีกอย่างว่าการแปลงร่างเป็นธุรกิจดอทคอมให้ได้เรื่อง ได้ราวนั้น จึงต้องรู้จักผสมผสานเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตให้เข้ากันกับกระบวนการทาง ธุรกิจได้อย่างลงตัว" เขาพูดตามสคริปต์นี้เป็นร้อยเป็นพันครั้งได้แล้ว นับตั้งแต่ที่ถูกยกให้เป็นผู้เชี่ยวชาญธุรกิจดอทคอมตัวเขื่องในวงการ "การบูรณาการแก่นธุรกิจและวัฒนธรรมขององค์กรถือเป็นตัวแปรหลักสำคัญในสมการ ธุรกิจอินเทอร์เน็ต ท่านที่คิดจะนำธุรกิจที่มีอยู่ของท่านขึ้นไปโลดแล่น บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และไม่หกล้มหกคะเมนอย่างราย อื่นๆ จะต้องอาศัยวิถีทาง 9 ประการ


    รู้เรา คำถามประเภทว่า"ท่านอยู่ในธุรกิจอะไร" แก่นของธุรกิจอยู่ตรงไหน หรือ "ท่านมีจุดอ่อนจุดแข็งอะไรบ้างเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในวงการ" คงไม่ใช่แบบฝึกหัดที่จะมานั่งคิดกันในตอนที่ท่านจะนำธุรกิจขึ้น อินเทอร์เน็ตแน่ๆ แต่มันควรจะทำมาตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจของท่านตั้งแต่ในวันแรกแล้ว การบ้านที่ต้องทำในวันนี้คือ หยิบแบบฝึกหัดนี้ขึ้นมาตรวจสอบว่า ถ้าธุรกิจเดิมของท่านต้องกลายเป็นธุรกิจที่มีดอทคอมพ่วงท้ายแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่า "ท่านอยู่ในธุรกิจอะไร" "แก่นของธุรกิจ อยู่ตรงไหน" หรือ "ท่านมีจุดอ่อนจุดแข็งอะไรบ้างเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในวงการ" จะเปลี่ยนไปหรือไม่ต่างหาก ผู้ที่จะคิดทำธุรกิจอินเทอร์เน็ต จะต้องไม่มองอินเทอร์เน็ตด้วยสายตาของนักเทคนิคในลักษณะที่ว่าอินเทอร์เน็ต นั้น เป็นเรื่องของการติดต่อสื่อสารทั้งข้อมูล ภาพ เสียง เป็นการติดต่อแบบสองทาง อะไรเทือกนั้น แต่ต้องมองในลักษณะที่ว่า อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งการติดต่อสื่อสาร ระหว่างบุคคล ระหว่างธุรกิจ และระหว่างธุรกิจต่อผู้บริโภค และเราจะใช้ประโยชน์จากรูปแบบของพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้ได้อย่างไรต่างหาก

    แบบฝึกหัดในขณะนี้ คือต้องประเมินให้ได้ว่าวัตกรรมในการติดต่อสื่อสารของอินเทอร์เน็ตที่ว่านี้ มีผลกระทบอย่างไรต่อธุรกิจของเรา ธุรกิจที่เราอยู่หลังจากแปลงเป็นธุรกิจดอทคอมแล้วเปลี่ยนไปหรือไม่ แก่นธุรกิจยังคงเดิมอยู่หรือไม่ จุดแข็งหรือความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจแตกต่างไปจากเดิมหรือไม่ ถ้าหากคำตอบที่ได้เปลี่ยนไป ผู้บริหารจะต้องปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างทันท่วงที และจะต้องสื่อสารให้กับพนักงานในองค์กรอย่างทั่วถึงกันโดยตลอด ผลพวงจากการรู้ตัวเองในข้อนี้จะทำให้ผู้บริหารสามารถพัฒนากลยุทธ์ให้สอด คล้องกับธุรกิจหลังการเปลี่ยนแปลง จะทำให้สามารถพัฒนาทรัพยากรภายในองค์กรให้สอดรับกับกลยุทธ์ใหม่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และที่สำคัญจะทำให้ผู้บริหารสามารถกำหนดทิศทางที่จะเดินไปข้างหน้าได้อย่าง ชัดเจน "แล้วเป็นไปได้หรือไม่ว่า ในวันนี้เรายังไม่ต้องคิดจะทบทวนแบบฝึกหัดนี้ได้หรือไม่" ผู้บริหารรายหนึ่งถามจอห์น "เพียงเมื่อท่านหยุดก้าว ท่านก็เริ่มถอยหลังแล้ว" จอห์นนี่ วอล์คเกอร์ เอ๊ย จอห์นตอบอย่างห้วนๆ แต่โดน


    รู้เขาเช่นเดียวกันกับการ "รู้เรา" คำถามประเภทว่า "ลูกค้าของท่านคือใคร" "ความต้องการของลูกค้าคืออะไร" หรือ "พฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของท่านเป็นอย่างไร" คงไม่ใช่แบบฝึกหัดที่จะมานั่งคิดกันในตอนที่ท่านจะนำธุรกิจขึ้น อินเทอร์เน็ตแน่ๆ แต่ต้องหยิบแบบฝึกหัดนี้ขึ้นมาตรวจสอบว่า ถ้าธุรกิจเดิมของท่านต้องกลายเป็นธุรกิจที่มีดอทคอมพ่วงท้ายแล้ว "ลูกค้าของท่านยังใช่กลุ่มเดิมอยู่หรือไม่" "ความต้องการใหม่ของลูกค้ากลุ่มนี้คืออะไร" หรือ "พฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของท่านเปลี่ยนไปอย่างไร" การนำเอาอินเทอร์เน็ตมาเป็นกุญแจดอกสำคัญของธุรกิจ คือการมองให้ออกอย่างทะลุปรุโปร่งว่าการสื่อสารระหว่างธุรกิจกับทั้งลูกค้า พนักงานในองค์กร คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ต้องเป็นรูปแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ก่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน (Collaboration) การปฏิสัมพันธ์ (Interaction) และธุรกรรม (Transaction) ในแบบที่แตกต่างออกไปได้อย่างไร ผนวกเข้าในกระบวนการธุรกิจเดิมได้อย่างไร และสามารถสร้างคุณค่าของกิจ การให้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างไร "การรู้เขาเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเรา จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการ รู้เราเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเรา"จอห์นรวบประเด็น


    สร้างวัฒนเน็ตธรรมข้อจำกัดเดิมในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตลาดการขนส่งสินค้า ระยะทาง ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคสำหรับธุรกิจที่นำเอาอินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ขององค์กร ผู้บริหารต้องทำแบบฝึกหัดที่ว่า การทลายข้อจำกัดเดิมของธุรกิจดังกล่าวให้หมดไป โดยใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นรวมถึงการเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กร กระบวนการทางธุรกิจ และวัฒนธรรมขององค์กรอย่างไร ความสำเร็จของการสร้างวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับธุรกิจแบบอินเทอร์เน็ต หรือ "วัฒนเน็ตธรรม" จะต้องอาศัยคำมั่นหมาย (Commitment) การให้ความสำคัญ (Priority) และแรงขับเคลื่อน (Impetus) จากผู้บริหารระดับสูง สุดขององค์กร และเริ่มต้นจากหน่วยธุรกิจที่มีแนวโน้มในการตอบรับการเปลี่ยนแปลงจากสูงสุด ไล่เรื่อยไปจนครบในทุกหน่วยธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมเป็นงานหินในทุกๆ องค์กรอยู่โดยปกติวิสัย เนื่องจากพนักงานกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะมีผลต่อตำแหน่งงานที่ทำอยู่ ในเชิงลบ ผู้บริหารจำเป็นต้องสร้างตัวอย่างความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้ เห็นอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การยกย่องชมเชย การให้รางวัล การยกระดับหน่วยงานที่ทำสำเร็จ เป็นต้น "ผลพวงของการได้มาซึ่ง "วัฒนเน็ตธรรม" จะทำให้ลูกค้าของธุรกิจได้รับ ซึ่งบริการในทุกระดับประทับใจ" จอห์นสรุป


    ใช้โครงสร้างธุรกิจแบบยืดหยุ่นองค์ประกอบที่มากับอินเทอร์เน็ตคือ "เทคโนโลยี" ผลพวงที่เกิดจากอินเทอร์เน็ตคือ "การเปลี่ยนแปลง" สองสิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจจำต้องปรับโครงสร้างของธุรกิจให้มีความ ยืดหยุ่นมากกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว โครงสร้างธุรกิจแบบยืดหยุ่นจะสามารถรับเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ ระบบงานใหม่ๆ และวิธีการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เข้ามาใช้ในกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างสะดวก การวางโครงสร้างพื้นฐาน หรือสถาปัตยกรรมธุรกิจแบบเปิดที่สอดคล้องกับมาตรฐานของตลาด (Standards-based Architecture) ประการแรกจะช่วยเพิ่มศักยภาพของธุรกิจในการปรับตัวให้รับกับแนวโน้มของตลาด ได้อย่างทันท่วงที ประการที่สองจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงทุนในระบบงานหรือส่วนงานแบบปิด (Proprietary-based Architecture) ที่ไม่จำเป็นออกไป และประการที่สาม จะช่วยผนวกระบบระหว่างลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นธุรกิจที่มีประสบการณ์ในการจัดส่งสินค้าหรือมีช่องทางในการ จำหน่ายสินค้าในลักษณะที่เป็นจำนวนคราวละมากๆ (Mass) จะต้องเรียนรู้ในการบริหารช่องทางในแบบเฉพาะราย (Individual) "เทคโนโลยีก่อให้เกิดโครงสร้างธุรกิจแบบยืดหยุ่นที่สามารถให้บริการลูกค้า ได้ในระดับหนึ่งต่อหนึ่งโดยแท้" จอห์นจับประเด็น


    สร้างมาตรวัดผลหน่วยเน็ตการประเมินว่าธุรกิจหลังจากนำขึ้นสู่อินเทอร์เน็ต จะประสบผลตามเป้าหมายหรือไม่นั้น จำเป็นต้องมีมาตรวัดผลความก้าวหน้าระหว่างสิ่งที่คาดหวังกับสิ่งที่เกิด ขึ้นจริง โครงงานที่นำไปสู่การสร้างธุรกิจอินเทอร์เน็ตจะต้องให้หน่วยวัดในเชิงรูป ธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการคาดการณ์ผลลัพธ์ที่ต้องการได้ล่วงหน้า ตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงงานในลักษณะ "ถ้าได้ตามนี้ เราถึงทำ" ไม่ใช่การดำเนินโครงงานด้วยทัศนคติที่ว่า "ถ้าเราทำ ก็คงได้ตามนั้น" มาตรวัดจะต้องถูกสร้างขึ้นเป็นอันดับแรกหลังจากการตรวจสอบกระบวนการทาง ธุรกิจเดิมเสร็จสิ้นก่อนที่การเลือกทรัพยากรหรือเครื่องไม้ เครื่องมือที่จะใช้ในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจให้เป็นดอทคอม และก่อนที่การเปลี่ยนแปลงจะเริ่มต้นขึ้น มาตรวัดจะถูกใช้ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องทุกระยะ แม้แต่การตรวจสอบตัวมาตรวัดเองว่ามีความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในขณะนั้นๆ ดีอยู่หรือไม่ เพราะปัจจัยตัวแปรต่างๆ ในธุรกิจอาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างรวดเร็วเช่นกัน ตัวอย่างคร่าวๆ ของมาตรวัดธุรกิจที่อาจมีความแตกต่างกัน ได้แก่ การที่องค์กรหนึ่งอาจตั้งมาตรวัดในเชิงของการสร้างขนาดผลกำไรของกิจการ (Profit Model) องค์กรอีกแห่งหนึ่งอาจสร้างมาตรที่เป็นการวัดอัตราผลตอบแทนการลงทุน (Return-on-Investment Model) หรืออีกองค์กรหนึ่งอาจต้องการมาตรวัดในเชิงของความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก (Customer Satisfaction Base Model) ในขณะที่อีกองค์กรหนึ่งต้องการสร้างฐานลูกค้าให้เป็นสินทรัพย์ของธุรกิจ (Asset Customer Base Model) เป็นต้น "การเลือกใช้กลยุทธ์และเทคโนโลยีในธุรกิจอินเทอร์เน็ตให้ดีที่สุด จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีมาตรวัดผลหน่วยเน็ตแล้วเท่านั้น" จอห์นย้ำถึงลำดับของกระบวนการ


    ขยับอย่างคล่องแคล่ว "พร้อม เล็ง ยิง" ยังใช้ได้ในกระบวนการสร้างธุรกิจอินเทอร์เน็ต แต่ระยะเวลาของอาการ "พร้อม" และ "เล็ง" นั้นจะต้องเร็ว และคล่องตัว ธุรกิจไม่สามารถใช้เวลาเตรียมความพร้อมโดยใช้หน่วยปี ธุรกิจไม่สามารถใช้เวลาเล็งเป้าเป็นโดยใช้หน่วยเดือน อาการ "พร้อมเสมอ พร้อมทุกเมื่อ" หรืออาการ "เล็งผิด เล็งใหม่" จึงเกิดขึ้นอยู่เสมอและเป็นเรื่องปกติสำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตจะดูแปลกก็ เฉพาะแต่ผู้เล่นที่ยังไม่คุ้นเคยเท่านั้น จุดแวะตรวจสอบสมรรถนะสำหรับพาหนะดอทคอมนั้นจะอยู่ที่ทุกๆ 90 วัน เป็นอย่างช้า ในขณะที่บางองค์กรใช้เวลาที่ทุก 30 วันด้วยซ้ำไป เทคนิคในการขยับตัวอย่างคล่องแคล่วและได้เรื่องได้ราวนั้น คือการเลือกเริ่มต้นกับไอเดียใหญ่แต่ขนาดโครงการมีขนาดเล็กและมีอัตราการ เติบโตสูง หรือเรียกแบบภาษาชาวบ้านว่า "คิดแบบใหญ่ยักษ์ แต่ทำแบบเล็กพริกขี้หนู" วิธีนี้จะทำให้ธุรกิจเริ่มต้นหรือเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัว อีกทั้งมีความเสี่ยงต่ำ สิ่งนี้มักจะไม่เกิดขึ้นในองค์กรที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งจะเต็มไปด้วยความเชื่องช้าและยืดยาด และเป็นปัจจัยที่ไม่เอื้อต่อการนำธุรกิจขึ้นสู่อินเทอร์เน็ต เราจึงมักได้เห็นการสร้างธุรกิจอินเทอร์เน็ตขององค์กรใหญ่ๆ ด้วยการแยกหน่วยธุรกิจเน็ตออกมาต่างหากจากบริษัทแม่ เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ประกอบของความรวดเร็วและความคล่องตัวด้วยประการฉะนี้ "คิดใหญ่ ทำเล็ก เพื่อพี่น้องดอทคอมทุกคน" จอห์นชูสองนิ้ว พร้อมแหงนดูฟ้า


    ผสานหน่วยธุรกิจและเทคโนโลยี "บริษัท.คอม คือ ธุรกิจ + เทคโนโลยี" การสร้างสัมพันธภาพระหว่างธุรกิจ และเทคโนโลยีให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างกลมกลืน คือปัจจัยหลักของความสำเร็จในธุรกิจอินเทอร์เน็ต ผู้บริหารจะต้องสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างนัก เทคโนโลยีและนักการตลาด นักกฎหมาย นักการเงินอย่างมีประสิทธิผล โดยปกตินักเทคโนโลยีจะรับหน้าที่พัฒนาบริหารโครงสร้างและระบบงานที่อยู่ใน กระบวนการทางธุรกิจในฐานะผู้สนับสนุนข้อต่อทางธุรกิจ ในขณะที่ผู้บริหารธุรกิจจะให้ความสำคัญ และจัดสรรงบประมาณในส่วนเทคโนโลยีให้อย่างเหมาะสมและสอดคล้อง ในทางปฏิบัติแต่ละโครงการควรจะต้องสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จและเห็นผล ได้ภายใน 3-6 เดือน โดยมีการให้ผลตอบแทนที่มากกว่าต้นทุนของโครงการภายในระยะ เวลาไม่เกิน 1 ปี "ทำเทคโนโลยีให้เป็นธุรกิจ ฤาจะดีกว่าทำธุรกิจให้เป็นเทคโนโลยี" จอห์น ทิ้งคำถามให้ขบ


    สร้างพันธมิตรธุรกิจอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดเครือข่ายสื่อสาร ธุรกิจอินเทอร์เน็ตก็ต้องอยู่โดยอาศัยเครือข่ายธุรกิจเช่นเดียวกัน ทัศนคติในเรื่องของการสร้างอาณาจักรธุรกิจที่ตัวเองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้ เดียวไม่สามารถใช้บนอินเทอร์เน็ตได้ แม้แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ในปัจจุบันหลายรายยังต้องเป็นพันธมิตรกับบริษัท ดอทคอมเกิดใหม่เช่นกัน ธุรกิจจึงต้องแยกแยะให้ออกว่าอะไรที่ควรทำภายในองค์กร อะไรที่ควรใช้เครือข่ายพันธมิตรสิ่งนี้ถือเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งสามารถกำหนดบทบาทและทิศทางของธุรกิจอินเทอร์เน็ตที่จะดำเนินไปอย่างมี นัยสำคัญ หากธุรกิจมัวแต่ลงทุนและกระทำทุกอย่างเองภายในองค์กร ก็อาจจะไม่สามารถทันต่อการแข่งขันหรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป แต่หากธุรกิจไม่ฉลาดพอที่จะคงไว้ซึ่งจุดแข็งหรือแก่นทางธุรกิจของตนเองไว้ ภายในองค์กรแต่ใช้เครือข่ายภายนอก ธุรกิจก็อาจต้องประสบกับความล้มเหลวได้ในพริบตา เนื่องจากขาดภูมิคุ้มกันหรือเกราะกำบังทางธุรกิจจากคู่แข่งขันรายอื่นหรือ แม้แต่จากพันธมิตรทางธุรกิจด้วยกันเอง ประโยชน์ที่ได้จากการอยู่ในเครือข่ายพันธมิตรอีกประการหนึ่ง คือการค้นพบทางโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ในเครือข่ายหรือการที่พันธมิตรเป็นผู้จุดประกายให้ เพราะความที่เครือข่ายพันธมิตริได้จำกัดโดยภูมิประเทศ ความหลากหลายของวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่จะสร้างให้เกิดรูปแบบใหม่ๆ ทางธุรกิจรวมถึงตลาดใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึง "คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย คนดอทคอมต้องอยู่แบบเครือข่าย " จอห์นสรุปประเด็นในเรื่องพันธมิตรธุรกิจ


    ยอมรับความผิดพลาด สาเหตุสำคัญประการหนึ่งสำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตที่ไม่ประสบความสำเร็จคือ ผู้บริหารไม่ได้ตระหนักว่ากระบวนการทางธุรกิจของตนเองนั้นใช้การไม่ได้ และไม่เข้าใจในผลลัพธ์จากการใช้กลยุทธ์ที่ผิดพลาด และแม้ว่าในบางกรณีผู้บริหารจะตระหนักถึงข้อบกพร่องดังกล่าว แต่ก็ดันทุรังที่จะดำเนินการต่อเพียงเพราะความเชื่ออย่างมุ่งมั่นว่าวิธี คิดในกระบวนการทางธุรกิจแบบเดิมนั้นถูกต้อง ธุรกิจอินเทอร์เน็ตจะต้องสร้างวัฒนธรรมในการยอมรับความผิดพลาดว่าเป็นส่วน หนึ่งของการเติบโตในธุรกิจ และต้องพร้อมใจที่จะเปลี่ยนแปลงโดยทันที เมื่อรู้ว่าโมเดลธุรกิจนั้นใช้การไม่ได้อีกต่อไป บทเรียนทางธุรกิจที่พบอยู่สม่ำเสมอคือ เจ้าของธุรกิจมักจะปักใจเต็มร้อยว่าไอเดียธุรกิจอินเทอร์เน็ตของตนเองนั้น ทำเงินได้แน่ๆ ในขณะที่ลูกค้าทางธุรกิจหรือตลาดกลุ่มเป้าหมายกลับไม่ตอบสนองต่อไอเดีย ธุรกิจนั้นแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา: bangkokbiznews

    กระแส"ดอตคอม"กลับมาเฟื่องอีกครั้ง โมโนฯเปิด2เว็บไซต์ใหม่ปั้นอีคอมเมิร์ซ : Mono

    กระแส"ดอตคอม"กลับมาเฟื่องอีกครั้ง โมโนฯเปิด2เว็บไซต์ใหม่ปั้นอีคอมเมิร์ซ
    ธุรกิจดอตคอมไม่สิ้นมนต์ขลัง เผยการขยายตัวของบรอดแบนด์ช่วยเพิ่มจำนวนคนเล่นอินเทอร์เน็ต "โมโน เทคโนโลยี" เตรียมเปิด 2 เว็บไซต์ใหม่หวังโกยรายได้ค่าโฆษณา และแจ้งเกิดธุรกิจอีคอมเมิร์ซ พร้อมทั้งตั้ง "รีเทลช็อป" เป็นจุดกระจายสินค้า


    นายฤทธิชัย พิทักษ์ราชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดเว็บไซต์เพิ่มอีก 2 เว็บได้แก่ "เย็นตาโฟดอทคอม" และ "นัดกันดอทคอม" จากเดิมที่เปิดอยู่แล้ว 3 เว็บไซต์คือ www.monozone.com เป็นเว็บชุมนุมเกมออนไลน์ www.duzija.com เว็บไซต์บันเทิงและแกลเลอรี่รูปภาพ และ www.108score.com เว็บข่าวฟุตบอลต่างประเทศ โดย "เย็นตาโฟดอทคอม" จะเป็นเว็บวาไรตี้ สไตล์เดียวกับสนุกดอทคอมของค่าย "เอ็มเว็บ" มีฟรีเมล์ เกม บริการฟังดนตรี โฟโต้แกลเลอรี่ และการขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต (อีคอมเมิร์ซ) จะเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม


    ส่วนเว็บไซต์ "นัดกันดอทคอม" มีลักษณะเป็นเว็บคอมมูนิตี้ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถแชต (chat) กันได้หลายรูปแบบ เช่นคุยกันในกลุ่ม กับคนทั้งเว็บไซต์ หรือคุยกับเพื่อนสนิทสองต่อสอง เป็นต้น เป็นการนำจุดเด่นของเกมออนไลน์และไอซีคิวเข้ามาผสมกัน จะเปิดตัวเดือนกรกฎาคมนี้


    ทั้งนี้ บริษัทคาดว่ารายได้ของทั้งสองเว็บไซต์บริษัทคาดหวังว่าจะมาจากการขาย พื้นที่โฆษณาทางอินเทอร์เน็ตและการทำอีคอมเมิร์ซ โดยนายฤทธิชัยให้เหตุผลว่านโยบายการผลักดันอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) จะช่วยให้การใช้งานอีคอมเมิร์ซเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับค่าเชื่อมต่อโครงข่ายไปต่างประเทศมีต้นทุนสูงมาก ทำให้เกิดความต้องการคอนเทนต์ในประเทศ ซึ่งโมโนเทคโนโลยีเห็นโอกาสในจุดนี้จึงเปิดให้บริการ อีคอมเมิร์ซขึ้น


    "แนวโน้มธุรกิจอินเทอร์เน็ตกำลังดีขึ้น ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา มีโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต และบริษัทเอเยนซี่โฆษณาทางอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้น เนื่องจากคนอายุต่ำกว่า 25 ปีมีการใช้อินเทอร์เน็ตมากทำให้บริษัทต่างๆ ต้องเข้ามาสร้างแบรนด์ อะแวร์เนส ผ่านมือถือและอินเทอร์เน็ตมาก ส่งผลมาถึงเม็ดเงินโฆษณาทางอินเทอร์เน็ตโดยตรง"


    สำหรับรายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตในปีที่ผ่านมารวมประมาณ 4 ล้านบาท สำหรับปีนี้คาดว่ารายได้จากส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 50 ล้านบาท


    นอกจากนี้บริษัทได้ขยายธุรกิจใหม่ คือ บริการสื่อสารบันเทิง 1900-108-xxx ภายใต้ชื่อ "เอ็นจอย 108" ให้บริการคอนเทนต์เกี่ยวกับข้อความ รูปภาพ และริงโทน ซึ่งตั้งเป้ารายได้ประมาณ 30 ล้านบาทอีกธุรกิจ คือ การเปิดร้านสะดวกซื้อในสไตล์เซเว่นอีเลฟเว่น เพื่อขายสินค้าที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต โดยจะขายผ่านหน้าร้าน และเป็นจุดกระจายสินค้าที่สั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต รวมทั้งเป็นจุดดาวน์โหลด โลโก้ริงโทนของเว็บไซต์ และบริการออดิโอเท็กซ์ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้อีก 2 เดือนข้างหน้า

    แหล่งที่มา:
    ประชาชาติธุรกิจ

    เซ็ทเทรดเปิดเซ็ทสมาร์ท!!! ข้อมูลออนไลน์สำหรับนักลงทุนรายย่อย : SETTRADE

    เซ็ทเทรด เปิดบริการข้อมูลสำหรับนักเล่นหุ้นรายย่อย ผ่านทางเว็บไซต์ www.setsmart.com เน้นข้อมูลวิเคราะห์ความเสี่ยงเท่าเทียมกับนักลงทุนมืออาชีพ โดยไม่ต้องซื้อระบบข้อมูลขนาดใหญ่ แต่ทำราคาแพ็กเกจราคาถูกขายปลีกผ่านช่องทางร้านหนังสือ


    ชนิสา ชุติภัทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเซ็ทเทรด ดอทคอม จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวบริการข้อมูล สำหรับนักลงทุนรายย่อยภายใต้ชื่อบริการ SETSMART (SET Market Analysis and Reporting Tool) เพื่อให้นักลงทุนกลุ่มนี้มีแหล่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ภายใต้แนวคิด"SETSMART for Smart Investors" ว่าอยู่ในรูปแบบที่ใช้งานสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใด ๆ โดยสามารถใช้ชื่อล็อกอิน และพาสเวิร์ดจากบัตร SETSMART เพื่อเข้าดูข้อมูลหุ้นในเว็บไซต์ www.setsmart.com ได้เท่าเทียมกับ ผู้ลงทุนมืออาชีพ โดยไม่ต้องซื้อระบบข้อมูลขนาดใหญ่


    โปรแกรม SETSMART เวอร์ชั่นใหม่นี้ ผู้ลงทุน เพียงเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และใช้ชื่อล็อกอิน และพาสเวิร์ดจากบัตร SETSMART ก็สามารถเข้าดูข้อมูลหุ้นในเว็บไซต์ www.setsmart.com ได้เทียบเท่าผู้ลงทุนมืออาชีพ โดยการพัฒนาโปรแกรมดังกล่าว เป็นเครื่องมือให้ผู้ลงทุนรายบุคคล วิเคราะห์การลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น


    ซึ่งข้อมูลที่ผู้ใช้สามารถที่จะสืบค้นได้จะมีลักษณะของข้อมูลที่ไม่ เรียลไทม์ หรือไม่ใช่ข้อมูลที่มีการอัพเดท แบบวันต่อวัน แต่จะเป็นข้อมูลที่มีการเก็บไว้อย่างน้อย 1 วัน ภายหลังจากการส่งข้อมูลจากตลาดหุ้น นั่นคือ โปรแกรมดังกล่าวเน้นในส่วนของการเก็บข้อมูลย้อนหลัง, ข้อมูลพื้นฐาน ซึ่งเหมาะสมกับนักลงทุน ที่ต้องการข้อมูลในด้านต่างๆ เพิ่มเติมของหุ้นแต่ละตัว เพื่อประกอบการตัดสินใจ


    ในส่วนของการพัฒนาให้ขึ้นมาอยู่บนโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อย่างเช่น PDA คาดว่าคงต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพัก เพื่อที่จะรอให้การพัฒนาของระบบและตัวเครื่องลูกข่ายมีการพัฒนา ที่จะสามารถรองรับข้อมูล และมีความง่าย ในการใช้งานสำหรับข้อมูลจำนวนมากเสียก่อน และประมาณไตรมาสที่สาม จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งาน ให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานมากขึ้น โดยระยะนี้จะอยู่ในระยะที่รอการตอบสนองจากผู้ใช้งานเสียก่อน


    สำหรับแพ็กเกจ ราคา 590 บาท นอกจากจะมี ข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี แล้ว ยังมีข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมที่แพ็กเกจ ราคา 390 บาทไม่มีด้วย เช่น ข้อมูลเปรียบเทียบ รายหลักทรัพย์ ซึ่งจะมีข้อมูลสรุปข้อสนเทศของบริษัทจดทะเบียน ได้แก่ ข้อมูลเบื้องต้น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 5 อันดับแรก ผู้บริหาร ประวัติการขึ้นเครื่องหมายของราคาหุ้น เป็นต้น


    โดยจำหน่ายเป็นแพ็กเกจราคา 390 บาท สำหรับข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี เหมาะสำหรับนักลงทุน หรือคนที่ต้องการ ข่าวสารเพิ่มเติมในบางส่วน ส่วน ราคา 590 บาท สำหรับข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี เหมาะสำหรับการนำข้อมูลในแง่ต่างๆ ไปทำการวิเคราะห์ จะมีรูปแบบของการใช้งานแบบสรุปและใช้งานได้มากกว่า


    โดยบัตรทั้ง 2 แบบมีอายุการใช้งานของบัตร 3 เดือน หลังจากการล็อกอินเข้าใช้งานครั้งแรก ในเว็บไซต์ ผ่านทางร้านหนังสือของตลาดหลักทรัพย์ ร้านหนังสือดอกหญ้า และศูนย์หนังสือจุฬา หรือสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต

    แหล่งที่มา: เทเลคอม เจอร์นัล

    ทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่อย่างไร : e-Commerce VAT?

    การ ซื้อขายสินค้าและบริการภายในประเทศผ่านอินเตอร์เน็ต ผู้ขายสินค้าและผู้ให้บริการจะต้องเสียภาษีเงิน ได้และภาษีมูลค่าเพิ่มตามปกติ กล่าวคือ ผู้ซื้อมีภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และผู้ขายมีหน้าที่นำส่งภาษีขาย ในขณะเดียวกันที่สามารถขอคืนภาษีซื้อ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด การนำเข้า ส่งออกสินค้าและบริการผ่านการขายทางอินเตอร์เน็ต ถือว่าอินเตอร์เน็ตเป็นเพียงสื่อในการ โฆษณาและติดต่อที่ทำให้การซื้อขายสะดวกขึ้นเท่านั้น การนำเข้า ส่งออกต้องผ่านพิธีการศุลกากร และเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ในกรณีการนำเข้าสำหรับกรณีการส่งออกก็จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0%


    จุดความรับผิดชอบในการเสียภาษี

    การขาย เกิดความรับผิดในภาระภาษีเพื่อ ส่งมอบสินค้า โอนกรรมสิทธิ์สินค้า ได้รับชำระราคาสินค้า
    - ได้ออกใบกำกับภาษี แล้วแต่อย่างใดจะเกิดก่อน

    การขายสินค้า โดยการส่งออก ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก, วางหลักประกันขาออกหรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก


    บริการ


    รับชำระค่าบริการ ได้ออกใบกำกับภาษี ได้ใช้บริการ โดยความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้นๆ


    ใบกำกับภาษี


    ผู้ประกอบการสามารถออกใบกำกับภาษีทางอินเตอร์เน็ตได้เฉพาะใบกำกับภาษีอย่าง ย่อเท่านั้น หาก ผู้ซื้อร้องขอใบกำกับภาษีเต็มรูปผู้ขายจะต้องส่งให้ถึงมือลูกค้า โดยใบกำกับภาษีเต็มรูปจะต้องมีข้อความดังต่อ ไปนี้

    คำว่าใบกำกับภาษี
    ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียน

    ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีและหมายเลขลำดับของเล่ม

    ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าและบริการ

    จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณ จากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการโดยแยกออกจากมูลค่าของ สินค้าและหรือของบริการให้ชัดแจ้ง

    วัน เดือน ปีที่ออกใบกำกับภาษี

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมสรรพากร โทรศัพท์ 6173639, 6173636


    แหล่งที่มา:
    กรมสรรพากร

    โครงการอบรมออนไลน์เพื่อรับประกาศนียบัตร : Free Online Course

    โครงการมหาวิทยาลัย ไซเบอร์ไทยเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนทางไกลผ่านระบบเครือข่าย อิเล็คทรอนิกส์ (TCU-LMS) ตั้งแต่บัดนี้จนถึงเดือนกันยายน 2551 ฟรีทุกหลักสูตร


    โครงการอบรมออนไลน์เพื่อรับประกาศนียบัตร » เปิดลงทะเบียนแล้ว : เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

    1. หลักสูตร ”การสร้างเว็บเทคโนโลยีโดยใช้โปรแกรม Word”

    สอนการสร้างเว็บเพจพื้นฐาน โดยผู้เรียนนำความรู้การใช้งาน Word เบื้องต้น มาทำการสร้างเว็บโดยไม่ต้องเขียน code ใดๆ

    2. หลักสูตร "การผลิตหนังสืออิเล็คทรอนิคสจากเว็บ" New

    เหมาะ สำหรับ ผู้ที่สร้างเว็บพื้นฐานเป็นแล้ว มาศึกษาเพิ่มเติมเพื่อผลิตงานหนังสืออิเล็คทรอนิคส์ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นไฟล์นามสกุล .exe ซึ่งสามารถนำเสนอชิ้นงานได้บน Windows Platform ทั้งหมด

    3. หลักสูตร "รอบรู้ เท่าทัน เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และ อินเทอร์เน็ต"

    ศึกษา และ เรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปสนับสนุนการทำงาน การเรียน ฯลฯ

    4. หลักสูตร "การสร้างสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์"

    ศึกษาวิธีการสร้างบทเรียนในรูปแบบเว็บได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับครู นักการศึกษา นักวิชาการ เพื่อช่วยในการพัฒนาบทเรียน


    ข้อมูลเพิ่มเติม
    - ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.thaicyberu.go.th
    - แผนที่การเดินทาง

    นับถอยหลังรอบัณฑิตจบใหม่ คุณสมบัติอย่างไรที่บริษัทไอทีต้องการ : IT Graduates

    เหลือ เวลาเพียงไม่กี่เดือน ความคึกคักของตลาดแรงงานก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีบัณฑิตใหม่ไฟแรงก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยมาเคาะประตูองค์กรที่พวก เขาใฝ่ฝันจะร่วมงาน หากคงไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าเป้าหมายของเขาคือบริษัทใหญ่ชั้นนำ อันเป็นที่รู้กันว่าโดยมากแล้วบริษัทเหล่านี้ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจไอทีมักจะรับบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและมี ประสบการณ์อย่างน้อยๆ 2-3 ปี

    ความเชื่อดังกล่าวอาจทำให้หลายคนมองว่าทางเดินของบัณฑิตใหม่ค่อน ข้างจะตีบตันและไร้ทางเลือก แต่นั่นก็เป็นเพียงความเชื่อที่มีส่วนผสมของความจริงและการคาดเดาคละกันไป ซึ่งไม่มีใครจะให้คำตอบได้ดีไปกว่าผู้บริหารในแวดวงไอทีที่เป็นผู้มองหา บุคลากรมาเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ


    นายสุพจน์ ศรีนุตพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายการศึกษา บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทซอฟต์แวร์ข้ามชาติรายใหญ่ องค์กรในฝันของเหล่านิสิตนักศึกษาอันดับต้นๆ ตามการสำรวจของนิตยสาร e-commerce บอกว่า แม้ว่าโดยปกติแล้วมักจะรับแต่ผู้มีประสบการณ์เข้ามาร่วมงาน แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดโครงการ Executive trainees ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาจบใหม่ได้ทดลองทำงานกับไมโครซอฟท์เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจะรับสมัครในช่วง ปลาย พ.ย. ถึงต้น ธ.ค. ตามงานจ๊อบแฟร์ของมหาวิทยาลัย เมื่อปีที่ผ่านมาได้ไปออกบูธที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีนักศึกษาทั้งจากจุฬาฯ เกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ รวมถึงคนที่สมัครผ่านไปรษณีย์ก็เป็นจำนวนนับร้อย แต่ไมโครซอฟท์รับได้เพียงปีละประมาณ 10 กว่าคนเท่านั้น


    “การรับสมัครจะรับทุกสายงานที่มี และน้องๆ จะได้ทำงานจริง มีการอบรมให้ความรู้เบื้องต้นก่อน และจะมีพี่เลี้ยงคอยดูแลเมื่อแยกแผนก ในการทำงานก็ไม่ใช่แค่ซีร็อกซ์หรือซื้อกาแฟแต่จะมีการทำชิ้นงาน ได้ตัดสินใจด้วยตัวเองจริงๆ เมื่อครบ 1 ปี ทุกคนก็จะมีประสบการณ์ในการทำงานมากพอ และก้าวสู่ตลาดแรงงานที่แท้จริง ส่วนใครที่หน่วยก้านดี และไมโครซอฟท์มีตำแหน่งงานว่างก็อาจได้ร่วมงานเลย เพราะปกติแล้วไมโครซอฟท์มักจะรับแต่ผู้มีประสบการณ์ 3-5 ปีขึ้นไปทั้งนั้น จึงถือเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับเด็กจบใหม่” ผู้จัดการฝ่ายการศึกษา บริษัท ไมโครซอฟท์ เล่าถึงสิ่งที่บัณฑิตจบใหม่จะได้รับจากไมโครซอฟท์ในระยะเวลา 1 ปี


    ผู้บริหารของไมโครซอฟท์ บอกด้วยว่า การคัดสรรคนเข้าร่วมงาน ของไมโครซอฟท์นั้นไม่ได้พิจารณาจากเกรด และไม่ได้จำกัดสาขาวิชา แต่จะเน้นไปที่เรื่องของภาษาอังกฤษในระดับที่สื่อสารได้ และมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน มีความคล่องแคล่ว เรียนรู้ได้เร็ว และปรับตัวได้ดี เพราะการทำงานในองค์กรขนาดใหญ่และเป็นระดับสากล สภาพแวดล้อมค่อนข้างจะกดดันพอสมควร ส่วนจุดอ่อนของนักศึกษาจบใหม่ส่วนใหญ่ที่พบก็คือเขาจะยังไม่ค่อยเข้าใจ สังคมการทำงานมากนัก ยังมีความสนุกแบบเด็กมหาวิทยาลัยอยู่ ในขณะที่ชีวิตการทำงานต้องเป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่จากการที่รับน้องๆ มาร่วมงานตามโครงการเมื่อปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้พบว่าหลายคนมีความสามารถและจัดว่ามีหน่วยก้านดีถึงครึ่งต่อ ครึ่งทีเดียว


    อีกหนึ่งองค์กรไอทีที่ติด 1 ใน 5 บริษัทในฝันของนิสิตนักศึกษาจากการสำรวจของนิตยาสาร e-commerce อย่าง ทรู ยักษ์ใหญ่วงการสื่อสาร นายไพบูลย์ ต.ศิริวานิช ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป ด้านกลุ่มลูกค้าบุคคล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น แลกเปลี่ยนมุมมองให้ฟังว่า สาเหตุที่ทำให้ทรูเป็นหนึ่งในบริษัทไอทีที่บัณฑิตจบใหม่ใฝ่ฝันจะเข้ามาร่วม งานด้วยนั้น คิดว่าน่าจะเป็นผลมาจาก 2 ปัจจัย คือ เรื่องของแบรนด์ที่เปลี่ยนจาก บริษัท เทเลคอมเอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มาเป็นทรู ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นไลฟ์สไตล์ ความสดใสได้อย่างชัดเจน ตรงกับกลุ่มของนักศึกษา และส่วนที่สองคือในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นโฮมโซลูชั่น มิวสิค ทรูไลฟ์ ฯลฯ


    สำหรับเส้นทางของบัณฑิตจบใหม่ที่จะก้าวมาทำงานกับทรูนั้น ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป ด้านกลุ่มลูกค้าบุคคล บมจ.ทรู เปิดเผยว่า ทรูเปิด โอกาสให้เด็กรุ่นใหม่อยู่เสมอ และเปิดรับทุกสถาบัน ไม่จำเป็นต้องจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเท่านั้น แต่ขอให้มีความกระตือรือร้น มุ่งมั่น ซื่อสัตย์ มีความจริงใจ เชื่อมั่นว่าตนมีความสามารถที่จะทำได้ ให้เกียรติคนอื่น แคร์คนอื่น รวมถึงมีความคิดใหม่ๆ เหล่านี้เป็นคุณสมบัติของบุคลากรที่ทรูต้องการให้มาร่วมงาน แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เมื่อเข้ามาทำงานวัฒนธรรมของทรูก็จะค่อยๆ หล่อหลอมอยู่แล้ว ที่สำคัญ ขณะนี้ทรูยังมีโครงการที่จะขยายงานในอีกหลายส่วน ทั้งด้านอินเทอร์เน็ตและโมบายล์ รวมถึงเทคโนโลยี VoIP วิทยุโทรทัศน์ ดังนั้น จึงยังต้องการบุคลากรอีกมากในทุกสายงาน


    อุตสาหกรรมพัฒนาเกม เป็นอีกหนึ่งสาขาของธุรกิจไอทีที่อยู่ในความสนใจของนิสิตนักศึกษาจำนวนไม่น้อย นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไซเบอร์แพลนเน็ต อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด บริษัท ผู้พัฒนาเกมของไทย มองตลาดแรงงานในส่วนนี้สำหรับบัณฑิตจบใหม่ว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมเกมในอนาคตยังมีที่ว่างอยู่มากสำหรับนักพัฒนาเกม ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเมอร์หรือเกมดีไซเนอร์ แม้ว่า ณ ปัจจุบันยังมีบริษัทที่รองรับแรงงานในด้านนี้ไม่มากเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่เพิ่งเริ่มต้น อย่างไรก็ตามตลาดยังขาด แรงงานด้านนี้อยู่มาก และยังต้องการโปรแกรมเมอร์ที่มีใจรักการเล่นเกม มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะ C++ รวมถึงเกมดีไซเนอร์ที่มีจินตนการ ชอบคิดชอบฝัน มีไอเดียใหม่ๆ เพราะต่อไปในส่วนของแอนนิเมชั่น 2D และ 3D จะมีการเติบโตอีกมาก


    ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ไซเบอร์แพลนเน็ต กล่าวถึงในส่วนของการเปิดรับบัณฑิตใหม่เข้าร่วม
    งานกับบริษัทว่า ไซเบอร์แพลนเน็ต ไม่ได้ปิดกั้นว่าจะต้องรับเฉพาะผู้มีประสบการณ์หรือไม่อย่างไร แต่ขึ้นอยู่กับความสนใจและความมุ่งมั่นของผู้ที่จะเข้ามาร่วมงาน โดยขณะนี้เปิดรับทั้งในส่วนของฟรีแลนซ์และงานประจำ แต่จะมุ่งเน้นไปที่งานฟรีแลนซ์มากกว่า ซึ่งถ้าใครมีผลงานก็อาจทดลองส่งมาให้พิจารณาได้


    ใน มุมของธุรกิจไอทีที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคโดยเฉพาะอย่าง เอ็นฟอร์ซ บริษัทซิเคียวริตี้ของคนไทย ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามทั้งในไทยและเวียดนาม นายนักรบ เนียมธรรม ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียวริตี้ ซิสเต็มส์ เอพี จำกัด บอก ว่า การเข้ามาร่วมงานกับเอ็นฟอร์ซไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มากมาย เพราะบริษัทมีนโยบายให้โอกาสกับเด็กอยู่แล้ว พร้อมกันนี้ได้มีโครงการ join nForce ที่เดินสายไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อพบปะพูดคุยกับนิสิตนักศึกษาถึงอนาคตการทำงาน และการร่วมงานกับเอ็นฟอร์ซ หากใครต้องการร่วมงานและมั่นใจว่าตนเก่งจริงก็สามารถเดินเข้ามาคุยกันได้เลย โดยคุณสมบัติหลักๆ ที่จะพิจารณาก็คือ ความสามารถในสายงานที่นักศึกษาอยากจะเป็น เช่นถ้าต้องการทำงานด้านซิเคียวริตี้ก็ต้องมีความรู้พื้นฐานในด้านนี้บ้าง ไม่จำเป็นต้องได้เกียรตินิยมขอเพียงให้เก่งในสายที่จะก้าวไปก็พอ ทั้งนี้ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเก่งมากมายอะไร เพราะเอ็นฟอร์ซรู้ดีว่าเด็กจบใหม่ควรมีพื้นฐานในระดับใด และจากปีที่ผ่านได้รับบัณฑิตใหม่เข้าร่วมงาน 2 คน ก็พบว่าทั้งคู่เป็นบุคลากรที่มีความสามารถในระดับที่น่าภูมิใจเลยทีเดียว


    ผู้บริหารเอ็นฟอร์ซ กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากความสามารถก็คือเรื่องของทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่เปลี่ยนแปลงกันได้ยาก รวมไปถึงเรื่องของวุฒิภาวะทางอารมณ์และการควบคุมอารมณ์ ตลอดจนการสื่อสารกับผู้อื่น คือต้องสนทนาและอธิบายสิ่งต่างๆ ให้คนอื่นเข้าใจได้ เนื่องจากลักษณะงานของเอ็นฟอร์ซคือการพบปะผู้คน ต้องทำงานกับคนจำนวนมาก ทั้งนี้ยอมรับว่าในปัจจุบันเด็กสมัยใหม่มีความสามารถมาก บางคนจบใสก็สามารถใช้งานได้เลย แต่สิ่งที่ต้องเสริมก็คือเรื่องของการทำงานเป็นทีมซึ่งต้องอาศัยเวลาพอสมควร

    “ในช่วง 4-5 เดือนนับจากนี้ นิสิตนักศึกษาจะต้องรู้แล้วว่าเมื่อจบไปคุณจะทำอะไร ถ้าจะเรียนต่อก็ควรอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบ แต่ถ้าจะทำงานก็ต้องค้นหาตัวเองแล้วว่าคุณอยากทำงานด้านไหนแล้วมุ่งมั่นไป ให้ตรงสายงานนั้น เพราะงานในด้านเอ็นจิเนียร์เป็นงานที่สั่งสมประสบการณ์เฉพาะทาง ไม่สามารถเปลี่ยนงานไปมาได้ง่ายเหมือนสายงานอื่น” ผู้บริหารบริษัทไอทีด้านซิเคียวริตี้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วฝากทิ้งท้ายถึง ว่าที่บัณฑิต


    คำตอบของผู้บริหารบริษัทไอทีชั้นนำคงจะชี้ให้เห็นแล้วว่าเส้นทาง การทำงานบนธุรกิจไอทีสำหรับบัณฑิตจบใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม อีกต่อไป ไม่ต้องพ่วงเกียตินิยม ไม่ต้องพกประสบการณ์มามากมาย ขอเพียงแต่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และพร้อมที่จะพัฒนาตนเองในสายงานที่ต้องการจะเติบโต เท่านี้ก็ดูจะเพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่สดใสนอกรั้ว มหาวิทยาลัย…



    Source : http://www.thairath.com/news.php?section=technology03a&content=24825

    Top SEM and SEO Education at the University Level

    Vertical Measures founders have been involved in technical training and education for the past 15 years. So we set out to find the top college level curriculum for both search engine marketing (SEM) and search engine optimization (SEO). Unfortunately, it wasn’t as easy as we had hoped.

    How We Developed This List
    First, we conducted searches on both Google and Yahoo! to find all options available using .edu links and search terms. After all, we assumed a good course on the subject should be found via the search engines, which is probably how students interested in the subject would try to find it too. We scoured the web with various search terms such as:
    "search engine marketing" course site:.edu
    "search engine marketing" curriculum site:.edu
    "search engine marketing" syllabus site:.edu
    "search engine optimization" course site:.edu
    "search engine optimization" curriculum site:.edu
    "search engine optimization" syllabus site:.edu
    We checked the first 100 search results for every phrase looking for colleges and universities offering something substantial and current on SEO or SEM.
    We then went through each result, over 1000 in all, to develop a list of colleges and universities that offered significant SEO or SEM educational material. We further narrowed down the results until we came up with the top schools that offered a solid, contemporary curriculum covering SEM and SEO. Even though we found dozens of colleges, universities and other organizations offering SEO and SEM information, very few made our list by providing a quality SEO or SEM curriculum.
    We have gathered the information, but it is up to you to determine which program fits your needs. Both accredited and non-accredited schools are available. Some offer online training, while others will offer local courses.
    We are certain there are many more offerings that would qualify to be listed here. If you know of or offer curriculum that should be on this list, please use the Contact Us form to tell us about it.

    The Top Curriculum

    Below is an alphabetical list of the top 17 19 schools and their SEM and SEO offerings. Click on the links to visit the educational facility's website.


    *California State University - Long Beach

    Internet marketing is offered as a part of CSU's Marketing Curriculumn in the College of Business Administration. The course includes analysis of consumer behavior (domestic and international) on the Internet; business models; advertising and promotions; website design; SEO, pricing; and marketing research using the Internet. Frequent guest speakers.


    DePaul University of Continuing and Professional Education
    This six-week course is a Practical Internet Marketing Certificate Program and is designed to provide individuals with necessary tools for the online marketing world. It has two focuses: what the best practices in internet marketing are, and how to use internet tools that are low cost and easy to execute. The course offers a hands on experience with the latest information in the curriculum. This DePaul University course is one that works best for those with a working knowledge of the search industry.
    In addition, DePaul University offers a second program, called its Paid Search Marketing Certificate Program. This allows entrepreneurs and marketing professionals the necessary tools to work in the paid search field. This is a six-week course that will teach best practices that the top companies are using. You will learn how to advance your skills in the tactics, strategies and best practices of leading companies, how to get good search engine ranking and how to take advantage of targeted customers.

    The European Graduate School
    To gain the necessary skills you need, consider the European Graduate School. Courses such as Online Marketing, Search Engine Optimization and Information Architecture teach skills in marketing and advertising online, improving search engine rankings and maximizing website traffic. This includes crawling, indexing and searching and how these effect your website.

    George Mason University
    Attending George Mason University allows you access to some of the best educational opportunities out there. Their Search Engine Marketing program provides a high level of coverage including in depth courses in Search Engine Optimization, Pay Per Click Marketing and Web Site Copywriting. The program offers step-by-step, hands on training.

    Harvard Extension
    The Harvard Extension School offers Information Systems Management, which provides students with a full course of study and the ability to earn degree and certificate programs in information technology and management. Classes include Information Systems Management, Interactive Online Marketing and Desktop Applications for Managers.


    *Indiana University (SLIS)
    Indiana University has one of the top 10 SLIS departments in the nation. We are happy to see they have an introductory SEM course as a part of their curriculumn. They cover SEO, PPC, social media, and analytics, among other topics. You can get a good feel for the course by looking at the syllabus.

    James Madison University, College Of Business
    The James Madison University College of Business offers an Online Marketing Practices, which teaches specific tools in regards to building traffic to your website, attracting visitors and using necessary technologies and practices. The goal is to teach students digital marketing from a beginning level to an advanced one.

    New York University, School of Continuing And Professional Studies
    The school offers a number of beginning, intermediate and advanced applications in digital media marketing. This includes advanced search engine marketing strategies, multi-channel marketing and internet copyrighting. A full program is offered to the student here. It includes marketing, advertising, public relations and sales topics. Visit NYU to learn more.

    Rasmussen College
    Rasmussen College is offering an Internet Marketing course with a Bachelor of Science in Business Management. The course teaches the latest in e-strategies and web based skills including internet consumer behavior, wed media marketing, advanced accounting principles and development, plus much more.

    Rice University, Glasscock School of Continuing Studies
    The Glasscock School of Continuing Studies provides a non-credit, continuing education course in search engine optimization. Topics that are included in the course include link building strategies, indexing, search engine placement, and optimizing web pages, just to start. The latest strategies and resources are presented in the class.

    Rutgers University
    Rutgers offers a Search Engine Marketing course that should be considered as one of the best. This nationally recognized SEM online based course will teach search engine optimization, pay per click marketing, and website copywriting. Learn at all skill levels.

    University of Alabama in Huntsville (UAH)
    The Search Engine Optimization course offered by UAH is one that helps teach SEO. Students learn to set up and maintain search engine optimization campaigns, search engine compatibility, and how to start your own SEM or SEO based business. Students have six months to complete this hands-on course.
    A second course, Search Engine Marketing, is also offered by UAH and should be considered. This course offers education in both SEO and in pay per click campaigns, making websites compatible to search engines, how to start your own SEO business, or to become a PPC marketer and much more.


    University of Georgia
    Earn a Master of Internet Technology through the University of Georgia. Here, there are 32 hours of coursework required over a five-semester timeframe. You will learn, database management, internet programming, electronic commerce and website design and usability as well as much more.

    University of Nevada at Las Vegas (UNLV)
    UNLV offers a Search Engine Optimization and Online Marketing course which equates to 18 credit hours worth of study in online marketing, website development that is search engine appealing, Pay Per Click campaigns, and creating a successful ecommerce website.

    University of Texas at Austin, School of Information
    The School of Information at the University of Texas at Austin has put together a course on Web Information Retrieval, Evaluation and Design. It encompasses a full learning set for the web marketer including advanced studies such as developing search sidebar utilities for web browsers, working with web spiders, and various web technologies. A more technical approach to learning web design and SEO/SEM is offered.

    University of Utah
    The Search Engine Optimization course offered by the University of Utah offers a variety of strategies and techniques to be successful online including basics for the novice and advanced topics for the professional. This includes accessibility, "black hat" optimization, search friendly website design and much more.

    University of Virginia, Darden School of Business
    The Darden School of Business out of the University of Virginia offers an Online Marketing Update course at their facility. This is one of the best programs available for those that need to build business models and strategies for their online marketplace. You will learn search engine marketing, email marketing, leading and cutting edge concepts as well as Web 2.0. The course provides team exercises, in depth, live case studies and a variety of guest speakers.

    University of Wisconsin-Milwaukee, School of Continuing Education
    UWM's Information Technology program in Search Engine Optimization is an ideal choice for many. It provides basic as well as advanced techniques in one course including developing content and maximizing search engine results. You will learn how search engines work, how to submit to search engines, how to measure results and techniques and methodologies that work in the online marketing world.

    Valdosta State University
    As an online course, Valdosta State University offers a range of topics that can be taken by students interested in internet marketing. This includes a course on achieving top search engine positions, designing effective websites and a variety of web applications that you will need to learn to be successful.
    =======================
    * = added after the initial study.

    Source : http://www.verticalmeasures.com/education.html
    Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...
    There was an error in this gadget

    Followers

    Follow by Email

    Tags

    Tips (218) News (216) Knowledges (150) Google (149) Web Development (46) Funny (44) Internet (39) eBay (34) SEO (28) Sweden (26) Free (23) Mobile Phones (23) Apple (22) Thailand Post (22) E-Commerce (21) Google AdSense (21) IT (21) Software (21) iPhone (21) ไปรษณีย์ไทย (21) Facebook (20) Jobs (20) Opensource (20) Android (19) Forward Mail (19) Google AdWords (19) ไปรษณีย์ (19) Microsoft Windows (18) IKEA (17) Microsoft Office (17) DTAC (16) Google Analytics (16) Google Apps (16) Ubuntu (16) Firefox (14) Microsoft (14) Phishing (14) Bangkok (13) Kasikorn Bank (13) Security (13) บทความดีๆ (13) Google Chrome (12) WordPress (12) Bank (11) Domain Name (11) Seminar (11) Gmail (10) Google Maps (10) Joomla (10) Scripts (10) Ads (9) Bangkok Bank (9) Coupon (9) Paypal (9) Twitter (9) Business (8) Doogle (8) Download (8) IKEA Bangkok (8) IKEA Thailand (8) Javascript (8) Linux (8) Thailand (8) Toyota (8) Web 2.0 (8) Website (8) World Cup 2010 (8) Yahoo (8) ASEAN (7) BTS (7) Books (7) CSS (7) E-Banking (7) Email (7) GoDaddy (7) Internet Banking (7) Olympic 2008 (7) Swedish (7) Youtube (7) ภาพลวงตา (7) 3G (6) AEC (6) AIS (6) Amazon (6) Google Logo (6) Google Translate (6) IKEA Bangna (6) Jaturamitr (6) Sigve Brekke (6) Technology (6) Telenor (6) bcc (6) ซิกเว่ เบรกเก้ (6) ซิคเว่ เบรคเก้ (6) Browsers (5) Doodle (5) Education (5) Hotmail (5) Joke (5) Kbank (5) Norway (5) Office (5) Social Media (5) Steve Jobs (5) Thai King (5) True Move (5) Web Standard (5) iPad (5) iPod (5) ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (5) รถไฟฟ้าBTS (5) ABAC (4) Affiliates (4) Apps (4) DBD (4) EMS (4) English (4) Google Docs (4) Google Thailand (4) Happy New Year (4) Hi5 (4) Hybrid (4) IE (4) Information (4) Make Money (4) PHP (4) Panda (4) Payment (4) Photoshop (4) SMS (4) Skype (4) Social Network (4) TPS (4) jQuery (4) รถจดประกอบ (4) ลดน้ำหนัก (4) Ajax (3) Bicycle (3) Bike (3) Birthday (3) Blogger (3) Brands (3) Bualuang iBanking (3) Central (3) Certificate (3) China (3) Credit card (3) Design (3) Flood (3) Google Office (3) Groupon (3) HTML (3) Happy Birthday (3) Icon (3) Lazada (3) Leadership (3) Manufacturing Production System (3) Marketing (3) Mobile Banking (3) Monorail (3) Movie (3) Notebook (3) Online Payment (3) Prototype js (3) Search Engine (3) Slide (3) Sports (3) Toyota Production System (3) Training (3) Wifi (3) iPad2 (3) iPhone 5 (3) ค่าจอดรถ (3) น้ำท่วม (3) บัตรประชาชน (3) พม่า (3) ภาษี (3) รถคันแรก (3) ลดความอ้วน (3) ลดต้นขา (3) สวีเดน (3) หุ้น (3) เพื่อน (3) 1-2-CALL (2) 2012 (2) ATM (2) AdSense for domains (2) Airport (2) Amadeus (2) Angry Birds (2) April Fools (2) Bing (2) Black Friday (2) Blackberry (2) Blog (2) CEO (2) CMS (2) Canon (2) Christmas (2) Co-Creation (2) Coke (2) Condo (2) Cool (2) DOS (2) Dhamma (2) E-Business (2) Ebates (2) Evernote (2) Fashion (2) Fellowship (2) Flash (2) Freelance (2) Games (2) Go Online (2) Google Bar (2) Google Buzz (2) Google Chrome Thailand (2) Google Search (2) Google Wave (2) Google Zeitgeist (2) Google+ (2) Hack (2) Hostgator (2) IE6 (2) Instant WordPress (2) Jailbreak (2) K-Merchant on mobile (2) K-Payment Gateway (2) Kaizen (2) Khao Yai (2) King (2) King of Thailand (2) Krungsri (2) LINE (2) Language (2) Logispost (2) Logo (2) MBA (2) MRT (2) MSN (2) Mesothelioma (2) Microsoft Word (2) New Year (2) Outlook (2) PSD (2) Paul Octopus (2) PocketPC (2) Putty (2) QR Code (2) Rabbit Card (2) Ranking (2) Resume (2) SMEs (2) Sense-making (2) Settrade (2) Song (2) Spotify (2) Starbucks (2) Sticker (2) Suvarnabhumi (2) Templates (2) Thaksin (2) The Asbestos Test (2) The Golden Jubilee (2) Time (2) Top 10 (2) Toyota Prius (2) Usability (2) VISA (2) Video (2) Virus (2) VoIP (2) Volvo (2) Wallpaper (2) Web Hosting (2) Webinar (2) Wedding (2) WhatsApp (2) Windows 8 (2) WordPress Multisite (2) Zeitgeist (2) instagram (2) ขายบ้าน (2) ข้าวโอ๊ต (2) ความรัก (2) ตับอักเสบ (2) นาธาน (2) บัตรประชาชนหมดอายุ (2) บุตรบุญธรรม (2) รถไฟฟ้าบีทีเอส (2) วันหยุด (2) สาธุ (2) อันดับ (2) อาหารและเครื่องดื่ม (2) เขาใหญ่ (2) โฆษณา (2) โลจิสโพสต์ (2) ใบขับขี่ (2) "The world map of social networks" (1) #WeLoveKing (1) #jj_forum (1) +1 (1) 10100 (1) 11/11 (1) 18 มงกุฎ (1) 2bbit (1) 4G (1) 4shared (1) 8.9 Quake (1) 80s (1) ABTC (1) API (1) ASUS (1) AVOS (1) AWeber (1) AYF (1) Abbreviations (1) Abhisit (1) Adobe (1) Adobe CS3 Web Design - Workflow (1) Adsl (1) Agoda (1) Air Asia (1) Airport Link (1) Almería (1) Amazeballs (1) Amazing Thailand (1) Amit Singhal (1) AmitSinghal (1) Android 3.0 (1) AnyID (1) Appointment slots (1) Asbestos (1) Asia (1) Asian (1) Asian Martial Arts (1) Atari (1) Auctiva (1) Australia (1) Autopatcher (1) Ayutthaya (1) BIS (1) Bangchak Green Station (1) Bangkok Eye (1) Bangna (1) Bank Note (1) Bank of Thailand (1) Beer (1) Benchmarking (1) Bhuddism (1) Big Mac (1) Bloomberg (1) Blue Ocean (1) Bosch (1) Bridge (1) Brushes (1) Bryant Park (1) Bug (1) Bungkan (1) Burma (1) Business Intelligence (1) Button (1) CC (1) CC Salon (1) CDN (1) CERN (1) CN22 (1) Calendar (1) Call Center (1) Canon MP258 (1) Carl-Gustav Alexander Tartagni (1) Carlaches (1) Cars (1) Categorizing (1) Central Festival Eastville (1) Central World (1) Chat (1) Chillaxing (1) Chinese New Year (1) Chocolates (1) Christian (1) Chromebook (1) City Mart Supermarkets (1) Clock (1) CloudFlare (1) Coca-Cola (1) Coins (1) Commencement Address (1) Company (1) Company Slogans (1) Competition (1) Condom (1) Condom Holder (1) Connecting rod (1) Corporate Culture (1) Craigslist.org (1) Creative Commons (1) Cultural Intelligence (1) Cultural Research (1) Cultural differences (1) Cultural shock (1) Culture (1) Curfew (1) Cylinder block (1) Cylinder head (1) Cylinder liner (1) DBD Academy (1) DFP (1) Danone Activia Women Lead (1) Database (1) Daylight Saving Time (1) Delicious (1) Dell (1) Dell Vostro 5470 (1) Denmark (1) Desert flower (1) Diamond (1) Digital Camera (1) Digital Signage (1) Dinner (1) Dinosaur leg (1) Direct Deposit (1) Dog Lovers (1) Door mat (1) Doteasy (1) Download Statusbar (1) Dream (1) Dreamhost (1) Drive in Australia on Thai licence (1) Driver (1) Drivers (1) Driving Permit (1) DropBox. Box.net (1) Dubai (1) Dynabook (1) E-mail Marketing (1) E16 (1) E4 (1) EU (1) East vs West (1) Easter (1) Eating (1) Egg (1) Enom (1) Entrepreneur (1) Entrepreneurs (1) Error Code (1) Euro 2012 (1) Events (1) Evernote Food (1) Expensive Car Gallery (1) Export (1) Expressway (1) Ext JS (1) Eyelashes (1) FaceLook (1) Facebook Email (1) Facebook Keyboard Shortcuts (1) Facebook Video Calling (1) Fast Browser Search (1) Favicon (1) Female Entrepreneurs (1) Filename List (1) Filmjölk (1) Finnish (1) FireScope (1) Firebug (1) Flappy Bird (1) Flash Drive (1) Flash mob (1) Flintstones (1) Flixya (1) Flu (1) Followers (1) Font (1) Food (1) Foods (1) Football (1) Forex (1) Foursquare (1) Framework (1) Frenemy (1) Fried Ice-cream Recipe (1) Fuel Economy Label (1) Funny 3G Commercial (1) Futsal (1) GPS (1) Gasket (1) Geek (1) Gen Y (1) George C. Marshall (1) Gift (1) Gigtide (1) Goals (1) Gold (1) Google Caffeine (1) Google Calendar (1) Google Campus Ambassador (1) Google Chart (1) Google Cloud Connect (1) Google Data Center (1) Google Drive (1) Google Flights (1) Google Goggles (1) Google Instant (1) Google Latitude (1) Google Map Maker (1) Google Mobile (1) Google Offers (1) Google Project Glass (1) Google Search-based Keyword (1) Google Sites (1) Google Spreadsheets (1) Google Street View (1) Google Sync (1) Google Trader (1) Google Translator Toolkit (1) Google Trends (1) Google Voice (1) Google Wallet (1) Google Website Optimiser (1) Google's Easter Egg (1) Google's Zurich office (1) Google+ invite (1) Google-certified ad networks (1) Googley (1) Goonline.in.th (1) Graduate Programs (1) Great Places (1) Green (1) HDTV (1) HTML5 (1) Handwrite (1) Happy (1) Harddisk (1) Health (1) Hello (1) Helpdesk (1) Herika Fernanda (1) Hi-speed Train (1) Hide My WP (1) High and low context cultures/ communication (1) High and low context cultures/communication (1) High- and low-context cultures/communication (1) Home (1) Homeplus (1) Hostel (1) How to Sleep FREE in Bangkok (1) How will you be maintaining yourself financially while you are in Australia? (1) Hurricane Katrina (1) Hysteria (1) IA (1) ICT (1) IKEA Jobs (1) IMEI (1) Ice Skater (1) In-App Payments (1) India (1) Instant Pages (1) Interbrand (1) International Alphabet (1) Invest (1) Investment (1) Invoice (1) Isetan (1) Jack Welch (1) Japanese (1) Jawbone (1) Jike (1) Jonas Seidler (1) Jordgubbar (1) Junk mail (1) KTB (1) Kanelbullar (1) Kitty (1) Kiwi (1) Kleenex (1) Kopimism (1) Korea (1) Krating Poonpol (1) L'Arc~en~Ciel (1) LHC (1) LMFAO (1) LOVE AT FIRST FLIGHT (1) Languages (1) Laos (1) Laptop (1) Larry Page (1) Laws (1) Layout (1) Learning by doing (1) Legsie (1) Let It Snow (1) Life (1) Lifestyle (1) Lingon (1) LinkedIn (1) Links (1) Lively (1) LivingSocial (1) Local business center (1) London 2012 (1) Love Mosaic (1) Love instagram (1) Loy Krathong (1) Lub D (1) LubD (1) MP145 (1) MP258 (1) MV (1) Mac (1) Maestro Card (1) Managing Diversity in International Context (1) Managing across cultures (1) Manchester United's Thailand Message (1) Map Your Valentine (1) Marcom Trainee (1) Mark Zuckerberg (1) Martin Luther King Jr. (1) McDonald's (1) McDonalds (1) Media Temple (1) Mega Project (1) Mega Upload (1) Merry Christmas (1) Michael Jackson (1) Microsoft Download Manager (1) Middle age (1) Money (1) Moneybookers (1) Most Expensive Car in the World (1) Motorola (1) Multi Monitors (1) Multi-communicative (1) Multi-touch (1) Multitask Mode (1) Music Beta (1) MySQL (1) Myaing Hay Wun (1) Myanmar (1) NECTEC (1) Name Card (1) Nano break (1) Nawamin City Avenue (1) Nawamin Festival Walk (1) Nero (1) Nestle Joya Ice cream (1) Netscape (1) New Media (1) New Orleans (1) Newsweek (1) Nexus (1) Nielsen (1) Nike Plus (1) Nike+ (1) Ninja (1) North Korea leader (1) Nose Gel Dispenser (1) Nyponsoppa (1) OK (1) Oficio (1) Okay (1) Oktoberfest (1) One Day One Price (1) One-2-Call (1) Online Ads (1) Online Business (1) Orkut (1) PC (1) PCWorld (1) PMP (1) Page peel script (1) PageRank (1) Passport (1) Pasta (1) Path (1) Pattaya (1) PayPal Mobile (1) PaySbuy (1) Payment Gatewayม Verified by Visa (1) Pee mak dance (1) Philippines (1) Phone Remote Control (1) Photobomb (1) Piston (1) Piston Displacement (1) Place (1) Playa Case (1) Poem (1) Police (1) PopupPress (1) PopupPress - Popups with Slider & Lightbox for WP (1) Portable Wordpress (1) Present (1) Prinsesstårta (1) Printer (1) PromptPay (1) Prototype (1) QZone (1) Qingming (1) Queen (1) RE-CU (1) Rare Earth (1) Recall (1) Red Bull (1) Reindeer Rudolph the Red Nose (1) Review (1) Rich (1) Riddle (1) Roaming (1) RockMelt (1) Rooftop Bars (1) Router Default Password List (1) Royal Crown (1) Russia (1) Räkor (1) SCB (1) SCB Virtual Credit Card (1) SEX (1) SPS (1) SPSS (1) SQL (1) SQL Dump File Splitter (1) SQLDumpSplitter (1) SSD Host (1) SSD โฮส (1) SSH Command (1) SWIFT (1) Sabertooth filet (1) Salary (1) Samsung Galaxy Tab (1) Santika Pub (1) Scalado (1) Schengen (1) Screenshot (1) Selfie (1) Semlor (1) Sergey Brin (1) Server (1) Shaolin (1) Shopping Online (1) SiPH (1) Siam Paragon (1) Signature (1) Silence of Love (1) Simsimi (1) Singhal (1) Skrill (1) Slogans (1) Smartphone Ergonomics (1) Smoking Kid (1) Snow (1) Solar city (1) Sopa (1) Space (1) Sparkling Mineral Water (1) Spettekaka (1) Spinning (1) Spotify's competitor (1) Stanford (1) Statistics (1) Staycation (1) Stephenson (1) Stereotypes (1) Still Mineral Water (1) Stock (1) Strategy (1) Study (1) Subway (1) Sudoku (1) SugarSync (1) Supply Chain (1) Symbian (1) Symbols (1) Synaptics (1) TH Sarabun PSK (1) THITEE (1) TMB Bank (1) Tablet (1) Taiwan (1) Tarad (1) Taxi (1) Teach Parents Tech (1) TechHive (1) Tesco (1) Tesco Homeplus (1) Thai Airways (1) Thai Stars (1) Thai police (1) Thailand Eco Car First Car Show 2012 (1) Thaitrade (1) The ASEAN Way (1) The Best Spinner (1) The Best Spinner API (1) The Church of Kopimism (1) The Evolution of Search (1) The Kite Runner (1) The Mall (1) The Monkey Banana and Water Spray Experiment (1) The Social Network (1) Themes (1) Timeline (1) Tip (1) Top Ten Most Expensive Cars (1) TouchPad (1) Trailer (1) Trashion (1) Travel (1) Trojan (1) Tsunami (1) Twiends (1) Ultrabooks (1) Unblock Blocked Number (1) Under30CEOs (1) Unlock Code (1) VMware (1) Valentine (1) Valentine's Day (1) Valve (1) Valve cover (1) Varmrökt lax (1) Virtual Store (1) Virtual drive (1) VitaFresh (1) Vk (1) Vodafone (1) Vuvuzela (1) Waris Dirie (1) Waze (1) Web Analytics (1) Web Application (1) WebOn (1) Western Union (1) WhatsApp for iPad (1) WhatsPad (1) WiMP (1) Widget (1) Wikipedia (1) Windows Mobile (1) Wine Bridge Plus (1) Wonder Wheel (1) Woraphan (1) World Happiness Report (1) Worship Day (1) Wushu (1) XHTML (1) XML (1) Xbox (1) Yahoo Pipes (1) Yahoo mail (1) Yandex (1) Yangon (1) YouTube Instant (1) Young Entrepreneurs (1) Young Female Entrepreneurs (1) Za Cosmetic (1) Zebra Crossing (1) bitthailand (1) cheat (1) cheating (1) e-waste (1) earthquake (1) fastest car in the world (1) file (1) findpeopleonplus.com (1) goo.gl (1) hiybbprqag (1) iOS 5 (1) iTunes (1) iframe (1) indoswiftjobinproduction (1) japan (1) march 11 (1) mbrzxpgjys (1) most expensive car (1) most expensive car in the world 2011 (1) multitouch (1) okidoki (1) rename (1) search (1) siwapp (1) smtp (1) tabienrod (1) tokyo (1) windows (1) กทม. (1) กรมธนารักษ์ (1) กรมศุลกากร (1) กรมส่งเสริมการส่งออก (1) กระดาษทิชชู่ Kleenex (1) กระทรวง ICT (1) กระสอบทราย (1) กลิ่นปาก (1) กล้องวงจรปิด (1) การดื่มน้ำ (1) การทักทาย (1) การนอน (1) การสร้างแบรนด์ (1) การอ่าน (1) การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร (1) ก่อการร้าย (1) ก้านสูบ (1) ขงจื้อ (1) ขงเบ้ง (1) ขนตาปลอม (1) ขยะ (1) ขยะมีพิษ (1) ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (1) ของขวัญ (1) ขับรถช่องขวา (1) ขายของ Online (1) ขายยาออนไลน์ (1) ขายส่ง (1) ขาเรียวสวย (1) ขาใหญ่ (1) ขี้ (1) ข้อคิดนักบริหาร (1) ข้าว (1) ครีมเทียม (1) ความจริงวันนี้ (1) ความหมายของการให้ของขวัญ (1) คางสองชั้น (1) คำพังเพย (1) คำพูด (1) คืนภาษี (1) คู่มือรับสถานการณ์น้ำท่วม (1) ค่าครองชีพ (1) ค่าไฟ (1) คําคม (1) จ.บึงกาฬ (1) จดทะเบียนบริษัท (1) จักรยาน (1) จั่นเจา (1) จีน (1) ชาญคอนเดค (1) ชานมไข่มุก (1) ชุดหมีกันน้ำ (1) ซิลิโคน (1) ซู ชิ หมิง (1) ซ่อมนาฬิกาโบราณ (1) ดราม่า (1) ดอทอะไร (1) ดารา (1) ดูแลรถ (1) ตกเครื่องจนตกหลุมรัก (1) ตัน ภาสกรนที (1) ตัวอย่างหนังสือรับรองการทำงานภาษาอังกฤษ (1) ตั้งค่า APN (1) ตั้งชื่อบริษัท (1) ตามรอยพระราชา (1) ต้อหิน (1) ถนน (1) ถมทะเล (1) ถ่าน (1) ทอง (1) ทองเค (1) ทะเบียนบ้านหาย (1) ทะเบียนรถ (1) ทางจักรยาน (1) ทางด่วน (1) ทางม้าลาย (1) ทำงานน้อย (1) ทำตาสองชั้น (1) ทำนายดวง (1) ทำบุญวันเกิด (1) ทีทำงาน (1) ที่ดิน (1) ท่องเที่ยว (1) ท่านผู้นำเกาหลีเหนือ (1) ธนบัตรใหม่ (1) ธนาคารกรุงเทพ (1) ธีรศิลป์ แดงดา (1) ธุรกิจ (1) นนทบุรี (1) นวัตกรรม (1) นังเมียโง่ (1) นามบัตร (1) นาฬิกา Royal Crown (1) นิทรรศการ (1) นิวออร์ลีนส์ (1) น้ำอัดลม (1) น้ำแร่ที่มีฟอง (1) น้ำแร่ไม่มีฟอง (1) บทขออโหสิกรรม (1) บทขออโหสิกรรมเเละอฐิษฐานจิต (1) บทอฐิษฐานจิต (1) บราใต้ผิว (1) บัตร APEC (1) บัตรประชาชนหาย (1) บางบัวทอง (1) บีทีเอส (1) บึงกาฬ (1) บ้านน้ำไม่ท่วม (1) บ้านร้อน (1) ประกันสังคม (1) ประหยัดน้ำมัน (1) ปริมาตรกระบอกสูบ (1) ปลอกสูบ (1) ปลาดอลลี (1) ปลูกคิ้วถาวร (1) ปะเก็น (1) ปัญหาเชาว์ (1) ปิยมหาราชการุณย์ (1) ปูอัด (1) ผลรวมดี (1) ผลไม้ (1) ผังเมือง (1) ผู้ชายเที่ยวกลางคื (1) ผู้นำ (1) ผู้ว่า กทม. (1) ผู้ว่ากทม. (1) ผ้าป่า (1) ฝรั่งเศส (1) ฝาครอบวาล์ว (1) ฝาสูบ (1) พ.ร.บ.จราจร (1) พระสังฆราช (1) พระเจ้าทันใจ (1) พันธมิตร (1) พาสปอร์ตรถยนต์ (1) พิธีการศุลกากรไปรษณีย์ (1) ภาษีพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (1) มอมเหล้า (1) มะเร็ง (1) มีคุณภาพการศึกษา (1) มือของแม่ (1) มุ้ย (1) ยายกินลำไยน้ำลายยายไหลย้อย (1) ยุโรป (1) รถหาย (1) รถไฟฟ้าBTSเสีย (1) รถไฟฟ้าบีทีเอสเสีย (1) รถไฟฟ้าสายสีเขียว (1) รวมคำถวายกฐิน (1) ระบบสัญญาณกันขโมย (1) ระหว่างประเทศ (1) รัฐบาลสวีเดน (1) รูดอล์ฟ (1) ฤกษ์แต่งงาน (1) ลดต้นแขน (1) ลดพุง (1) ลดไขมัน (1) ลองใจ สามี (1) ลัดดาแลนด์ (1) ลาซาด้า (1) ลานเบียร์ (1) ลิขิตฟ้าชะตาดิน (1) ลุยน้ำท่วม (1) ลูกสูบ (1) วงล้อมหัศจรรย์ (1) วัดบวรนิเวศวิหาร (1) วันช้างไทย (1) วาล์ว (1) วิดพื้น (1) วิถีตัน (1) วิธีลดความอ้วน (1) วิธีลดต้นขา (1) วิธีลดต้นขาใหญ่ (1) วิธีลดหน้าท้อง (1) วิธีเช็คเบอร์ตัวเอง (1) วีซ่า (1) วีซ่าออสเตรเลีย (1) ศัลยกรรม (1) ศัลยกรรมที่เกาหลี (1) ศัลยกรรมน่องแบบเกาหลี (1) ศาลาเวลา (1) ศิริราช (1) ศิริราชใหม่ (1) ศูนย์ปฏิบัติธรรมวชิรญาณ 200 ปี (1) สถาบันผลิตนักธุรกิจอสังหาฯ (1) สบู่เห็ดยามาบูชิทาเกะ (1) สวดมนต์ข้ามปี (1) สวมแหวน (1) สวมแหวนเสริมดวง (1) สสว. (1) สัมภาษณ์งาน (1) สัมมนา (1) สามัคคี (1) สาวหล่อ (1) สำนวนไทย (1) สุขภาพ (1) สุภาษิต (1) สุริยุปราคา (1) สูตรสำเร็จในชีวิต (1) หญิงหล่อ (1) หนีตามกาลิเลโอ (1) หมู่บ้านมิตรประชาเพลส (1) หยุดราชการ (1) หลินปิง (1) หิมะ (1) ห้องทำงาน (1) อกสวย (1) อกหัก (1) อนุโมทนา (1) อริยะ (1) อริยะ พนมยงค์ (1) ออสเตรเลีย (1) อันดับโรงเรียน (1) อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ (1) อายัดบัตร (1) ฮวงจุ้ย (1) ฮวงจุ้ยห้องน้ำ (1) ฮิสทีเรีย (1) เกมนกบินลอดท่อ (1) เกษตร-บางใหญ่ (1) เขื่อนคลองท่าด่าน (1) เคน ภูภูมิ (1) เครื่องซักผ้า (1) เงินบำนาญชราภาพ (1) เงินเดือน (1) เงินได้พึงประเมิน (1) เชงเม้ง (1) เชื้อรา (1) เช็งเม้ง (1) เซาะกราว (1) เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสวิลล์ (1) เติมวัน (1) เตียงนอน (1) เตือนภัย (1) เทพกรีก (1) เนียน (1) เบอร์มงคล (1) เพชร (1) เพลง (1) เพลาข้อเหวี่ยงม Crank shaft (1) เพิ่มวัน (1) เมนูอาหารคุมน้ำหนัก (1) เมืองใหม่ (1) เรนเดียร์ (1) เรื่องย่อ (1) เรื่องเหลือเชื่อ (1) เว็บบิส (1) เศรษฐกิจ (1) เศรษฐกิจถดถอย (1) เสื้อสูบ (1) เสื้อเชิ้ต (1) เสื้อแดง (1) เหล็กดัด (1) เอี๊ยมกันน้ำ (1) เฮอริเคน แคทรีนา (1) แก้ว พงษ์ประยูร (1) แก้สระลอย (1) แขนใหญ่ (1) แบตเตอรี่ (1) แบรนด์ (1) แยกขยะ (1) โครงการบ้านหนังสืออัจฉริยะ (1) โฆษณากูเกิลโครม ประเทศไทย (1) โฆษณาไทยประกันชีวิต (1) โต๊ะทำงาน (1) โต๊ะเก็บเงิน (1) โฝวกวงซัน (1) โฟร์แชร์ (1) โรคขาดผู้ชายไม่ได้ (1) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ (1) โรงเรียน (1) โรงเรียนดีมีคุณภาพ (1) โรงเรียนที่ค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย (1) ในหลวง (1) ใบ CN22 (1) ใบขับขี่หมดอายุ (1) ไขมันใต้คาง (1) ไข่ (1) ไข่เจียว (1) ไข่ไก่ (1) ไข้หวัดหมู (1) ไทย (1) ไปษณีย์ไทย (1) ไม่ได้ใส่ถุง (1) ไอศกรีมทอด (1)