~ just web development & e-commerce blog

2/29/08

นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจบนฐานความรู้

นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างเศรษฐกิจบนฐานความรู้และสังคมบนฐานความรู้ของประเทศไทยในช่วงเวลา 10 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2544-2553 ทั้งนี้เพื่อให้เศรษฐกิจมีความเข้มแข็งที่ยั่งยืน สามารถแข่งขันได้ในเวทีสากล ในขณะเดียวกันเพื่อให้ประชาชนในสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุด นโยบายดังกล่าวมีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ คือ

- ลงทนในการเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้เป็นพื้นฐานสำคัญ
- ส่งเสริมให้มีนวัตกรรม ในระบบเศรษฐกิจและสังคม
- ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและส่งเสริมอุตสาหกรรมสารสนเทศ


เป้าหมายของนโยบาย

1. ในอีก 10 ปีข้างหน้า คือในปี พ.ศ. 2553 ประเทศไทยจะมีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อนำสังคมไปสู่เศรษฐกิจบนฐานความรู้เพียงพอที่จะทำให้ประเทศไทยอยู่ในลำดับต้นๆ ของกลุ่มที่สองของประเทศที่มีสัมฤทธิผลทางเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศ นั่นคือกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำนั่นเอง

2. ในปี พ.ศ. 2544 ประเทศไทยมีแรงงานความรู้ประมาณร้อยละ 12 ของแรงงานทั้งหมด เป้าหมายของนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจบนฐานความรู้ในปี พ.ศ. 2553 คือจำนวนแรงงานความรู้ร้อยละ 30 ของแรงงานในประเทศทั้งหมด ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยของแรงงานความรู้ของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD) ในปี พ.ศ. 2544

3. เป้าหมายของนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจบนฐานความรู้ในปี พ.ศ. 2553 คือ สัดส่วนของอุตสาหกรรมบนฐานความรู้ร้อยละ 50 ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยของ OECD ในปีปัจจุบัน


จากนโยบายสู่ยุทธศาสตร์

จากวิสัยทัศน์ของการนำประเทศไทยไปสู่สังคมบนพื้นฐานของความรู้ที่มีทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางสังคม ทำให้หุ้นส่วนของการพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมีความชัดเจนในเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ในขณะที่กลยุทธ์การพัฒนานั้นสามารถแบ่งได้เป็น 5 องค์ประกอบใหญ่ (Flagships) ที่สามารถครอบคลุมกิจกรรมหลักในรายสาขา ดังนี้คือ

1. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านภาครัฐ (e-Government)
2. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านพาณิชย์ (e-Commerce)
3. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม (e-Industry)
4. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา (e-Education)
5. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านสังคม (e-Society)

ซึ่งมีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันและกันได้เป็นอย่างดี ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศในแง่มุมต่างๆ อาทิเช่น การลดความซ้ำซ้อนในการลงทุน การสร้างตลาดให้ภาคเอกชนไทย และการสร้างความเชื่อมโยงในภูมิปัญญาไทย เป็นต้น ทั้งนี้โดยมีฐานการพัฒนาที่สอดคล้องกับเสาหลักทั้งสามที่นำไปสู่เศรษฐกิจและสังคมบนฐานความรู้ คือการสร้างทรัพยากรมนุษย์ การส่งเสริมนวัตกรรม และการรองรับโดยโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทสและอุตสาหกรรมสารสนเทศนั่นเอง


เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านภาครัฐ (e-Government)

เป้าหมาย

- ระบบบริหาร (Back office) ประกอบด้วย งานสารบรรณ งานพัสดุ งานบุคลากร งานการเงินและบัญชี และงานงบประมาณ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจรภายใน ค.ศ. 2004

- ระบบบริการ (Front office) ตามลักษณะงานของหน่วยต่างๆ ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ 70 % ภายในปี ค.ศ. 2005 และครบทุกขั้นตอนภายในปี ค.ศ. 2010

เพื่อนำไปสู่การปฏิรูประบบราชการที่มีการบริหารจัดการในการปกครองที่ดี (Good Governance)


5 ยุทธศาสตร์ ของ e-Government

1. วางแผนงานและงบประมาณ
- จัดทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัตการ
- กำกับติดตามการดำเนินงาน
- ประเมินผล
- เพิ่มสัดส่วนงบประมาณด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

2. จัดและปรับองค์กร
- กำหนดภารกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐ
- สร้างความชัดเจนบทบาทขององค์กรสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของภาครัฐ

3. พัฒนาบุคลากรภาครัฐ
- พัฒนาบุคลากรภาครัฐ 4 กลุ่ม ให้มีทักษะและความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- เพิ่มมาตรฐานคุณสมบัติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของข้าราชการ

4. พัฒนาระบบบริหารภาครัฐ
- จัดให้มีเครือข่ายข้อมูลภาครัฐ
- จัดให้มีมาตรฐานกลางด้านซอฟต์แวร์ภาครัฐ
- มอบหมายความรับผิดชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

5. พัฒนาการบริการของภาครัฐ
- เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนอย่างสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และมีคุณภาพ


เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านพาณิชย์ (e-Commerce)

เป้าหมาย

รัฐบาลประกาศนโยบายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติภายใน ค.ศ. 2001


5 ยุทธศาสตร์การพัฒนา e-Commerce

1. ประกาศให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นยุทธศาสตร์ทางการค้าแห่งชาติ (National Trade
Strategy)
- ผนวกนโยบายและมาตรการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- สั่งการให้ทุกกระทรวงร่วมกับภาคเอกชนจัดทำแผนแม่บทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รายสาขา

2. สร้างกลไกความเชื่อมั่น (Trust & Confidence)
- เร่งการผ่านกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 2 ฉบับในปี ค.ศ. 2001 และที่เหลือใน ค.ศ. 2002
- ทบทวนระบบชำระเงินและการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์

3. ส่งเสริมกิจกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลกระทบสูง
- สนับสนุนให้เกิดโครงการ “สหกรณ์ e-Commerce” ในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
- ส่งเสริมให้เกิด e-Tourism อย่างกว้างขวาง
- ส่งเสริม e-Government เพื่อสร้างตลาดให้กับภาคเอกชนผ่าน e-Procurement

4. คุ้มครองผู้บริโภค
- ปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคให้คำนึงถึงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

5. เสริมสร้าง Team Thailand เพื่อ position ประเทศไทยในกิจการ e-Commerce ในกลุ่ม ASEAN, APEC,WTO


เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม (e-Industry)

เป้าหมาย

ส่งเสริมและพัฒนาการใช้และการผลิตเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคเอกชนภายใน ค.ศ. 2010 โดยมีขั้นตอนการดำเนินการเป็นระยะ


5 ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านอุตสาหกรรม (e-Industry)

1. สร้างตลาดกลางสินค้าอุตสาหกรรม (Thailand Exchange)
- ศูนย์ธุรกรรมการซื้อขายของภาคอุตสาหกรรมรายสาขา (Supply Chain) โดยใช้สื่ออินเตอร์เน็ตในรูปแบบของ B2B Exchange

2. สนับสนุนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Smart Factory)
- ให้คำปรึกษาแก่อุตสาหกรรมและโรงงานที่ต้องการยกระดับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
- กำหนดให้มีมาตรฐานโรงงาน Smart Factory

3. จัดให้มีศูนย์ข้อมูลการตลาด (Market Intelligence)
- ให้บริการข้อมูลอุปสงค์อุปทานสินค้าและบริการ การจับคู่ กฎระเบียบการนำเข้าส่งออก แนวโน้ม รวมทั้งการตลาดในต่างประเทศ

4. ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย ทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ โทรคมนาคม สารสนเทศ และอิเล็กทรอนิกส์
- เพื่อลดการนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และซอฟต์แวร์
- เพื่อขยายกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อันจะเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศของไทย

5. พัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมให้มีทักษะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ


เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา (e-Education)

เป้าหมาย

นำระบบการศึกษาไทยเข้าสู่การศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์ในทศวรรษนี้


5 ยุทธศาสตร์การพัฒนา e-Education

1. ระดมทรัพยากรเพื่อสร้างสาระทางการศึกษา (National Program for Digital Content Development)
- ปรับหลักสูตรการเรียนรู้ให้มี IT-Integrated Curriculum ในทุกวิชา
- ระดมการสร้างเนื้อหา (Content) ทางวิชาการในสื่อคอมพิวเตอร์อย่างรีบด่วน
- จัดให้มี National Achive for Digital Learning Content
- ส่งเสริมวิธีการเรียนรู้แบบใหม่ๆ

2. สร้างระบบพัฒนาครู (National Teachers’ Training Program) ใน 3 ระดับ
- ผู้บริหารโรงเรียน กรม กระทรวง ให้มีวิสัยทัศน์เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
- ครูทั่วไปให้มีทักษะพื้นฐานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ในการสอน
- ครูคอมพิวเตอร์ให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถเป็นที่ปรึกษาในโรงเรียนได้

3. สร้างเครือข่ายเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (National Education Network)
- จัดระบบบริหารจัดการเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
- ให้มีระบบพี่เลี้ยงและอาสาสมัคร

4. ลงทุนอย่างเป็นขั้นตอนในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
- ลดการนำเข้าคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์
- ส่งเสริมการผลิต การประกอบภายในประเทศ ตลอดจนการใช้ระบบที่มีต้นทุนต่ำ เช่น Network Computer และสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย

5. จัดให้มีหน่วยงานกลางเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (National Institute of Technology for Education
- มีความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการบริหารงาน
- มีบุคลากรมืออาชีพ


เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านสังคม (e-Society)

เป้าหมาย

ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมดิจิทัลและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนในทศวรรษนี้


5 ยุทธศาสตร์การพัฒนา e-Society

1. ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ
- ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 78 ว่าด้วยโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศที่ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน
- จัดสรรคลื่นความถี่ให้กับภาคสังคม และภาคการศึกษา

2. เร่งพัฒนาสารสนเทศและภูมิปัญญาไทยที่ประชาชนเข้าถึงได้
- สนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐ สถาบันศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน พัฒนาเนื้อหา และความรู้
- จัดให้มีการรวบรวมภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างเป็นระบบ

3. พัฒนาบุคลากร ชุมชน และสังคมให้มีความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลในทุกชุมชน

4. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
- สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และความสามารถของประชาชน ทั้งในภาคการศึกษาและภาคแรงงาน

5. สร้างความตระหนักให้กับสาธารณะถึงโอกาสและการคุกคาม
- ประชาสัมพันธ์ และสร้างความตื่นตัวให้สังคมในสาระที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
- สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และชุมชนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

0 comments: