นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างเศรษฐกิจบนฐานความรู้และสังคมบนฐานความรู้ของประเทศไทยในช่วงเวลา 10 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2544-2553 ทั้งนี้เพื่อให้เศรษฐกิจมีความเข้มแข็งที่ยั่งยืน สามารถแข่งขันได้ในเวทีสากล ในขณะเดียวกันเพื่อให้ประชาชนในสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุด นโยบายดังกล่าวมีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ คือ
- ลงทนในการเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้เป็นพื้นฐานสำคัญ
- ส่งเสริมให้มีนวัตกรรม ในระบบเศรษฐกิจและสังคม
- ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและส่งเสริมอุตสาหกรรมสารสนเทศ
เป้าหมายของนโยบาย
1. ในอีก 10 ปีข้างหน้า คือในปี พ.ศ. 2553 ประเทศไทยจะมีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อนำสังคมไปสู่เศรษฐกิจบนฐานความรู้เพียงพอที่จะทำให้ประเทศไทยอยู่ในลำดับต้นๆ ของกลุ่มที่สองของประเทศที่มีสัมฤทธิผลทางเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศ นั่นคือกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำนั่นเอง
2. ในปี พ.ศ. 2544 ประเทศไทยมีแรงงานความรู้ประมาณร้อยละ 12 ของแรงงานทั้งหมด เป้าหมายของนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจบนฐานความรู้ในปี พ.ศ. 2553 คือจำนวนแรงงานความรู้ร้อยละ 30 ของแรงงานในประเทศทั้งหมด ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยของแรงงานความรู้ของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD) ในปี พ.ศ. 2544
3. เป้าหมายของนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจบนฐานความรู้ในปี พ.ศ. 2553 คือ สัดส่วนของอุตสาหกรรมบนฐานความรู้ร้อยละ 50 ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยของ OECD ในปีปัจจุบัน
จากนโยบายสู่ยุทธศาสตร์
จากวิสัยทัศน์ของการนำประเทศไทยไปสู่สังคมบนพื้นฐานของความรู้ที่มีทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางสังคม ทำให้หุ้นส่วนของการพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมีความชัดเจนในเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ในขณะที่กลยุทธ์การพัฒนานั้นสามารถแบ่งได้เป็น 5 องค์ประกอบใหญ่ (Flagships) ที่สามารถครอบคลุมกิจกรรมหลักในรายสาขา ดังนี้คือ
1. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านภาครัฐ (e-Government)
2. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านพาณิชย์ (e-Commerce)
3. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม (e-Industry)
4. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา (e-Education)
5. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านสังคม (e-Society)
ซึ่งมีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันและกันได้เป็นอย่างดี ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศในแง่มุมต่างๆ อาทิเช่น การลดความซ้ำซ้อนในการลงทุน การสร้างตลาดให้ภาคเอกชนไทย และการสร้างความเชื่อมโยงในภูมิปัญญาไทย เป็นต้น ทั้งนี้โดยมีฐานการพัฒนาที่สอดคล้องกับเสาหลักทั้งสามที่นำไปสู่เศรษฐกิจและสังคมบนฐานความรู้ คือการสร้างทรัพยากรมนุษย์ การส่งเสริมนวัตกรรม และการรองรับโดยโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทสและอุตสาหกรรมสารสนเทศนั่นเอง
เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านภาครัฐ (e-Government)
เป้าหมาย
- ระบบบริหาร (Back office) ประกอบด้วย งานสารบรรณ งานพัสดุ งานบุคลากร งานการเงินและบัญชี และงานงบประมาณ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจรภายใน ค.ศ. 2004
- ระบบบริการ (Front office) ตามลักษณะงานของหน่วยต่างๆ ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ 70 % ภายในปี ค.ศ. 2005 และครบทุกขั้นตอนภายในปี ค.ศ. 2010
เพื่อนำไปสู่การปฏิรูประบบราชการที่มีการบริหารจัดการในการปกครองที่ดี (Good Governance)
5 ยุทธศาสตร์ ของ e-Government
1. วางแผนงานและงบประมาณ
- จัดทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัตการ
- กำกับติดตามการดำเนินงาน
- ประเมินผล
- เพิ่มสัดส่วนงบประมาณด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. จัดและปรับองค์กร
- กำหนดภารกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐ
- สร้างความชัดเจนบทบาทขององค์กรสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของภาครัฐ
3. พัฒนาบุคลากรภาครัฐ
- พัฒนาบุคลากรภาครัฐ 4 กลุ่ม ให้มีทักษะและความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- เพิ่มมาตรฐานคุณสมบัติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของข้าราชการ
4. พัฒนาระบบบริหารภาครัฐ
- จัดให้มีเครือข่ายข้อมูลภาครัฐ
- จัดให้มีมาตรฐานกลางด้านซอฟต์แวร์ภาครัฐ
- มอบหมายความรับผิดชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
5. พัฒนาการบริการของภาครัฐ
- เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนอย่างสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และมีคุณภาพ
เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านพาณิชย์ (e-Commerce)
เป้าหมาย
รัฐบาลประกาศนโยบายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติภายใน ค.ศ. 2001
5 ยุทธศาสตร์การพัฒนา e-Commerce
1. ประกาศให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นยุทธศาสตร์ทางการค้าแห่งชาติ (National Trade
Strategy)
- ผนวกนโยบายและมาตรการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- สั่งการให้ทุกกระทรวงร่วมกับภาคเอกชนจัดทำแผนแม่บทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รายสาขา
2. สร้างกลไกความเชื่อมั่น (Trust & Confidence)
- เร่งการผ่านกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 2 ฉบับในปี ค.ศ. 2001 และที่เหลือใน ค.ศ. 2002
- ทบทวนระบบชำระเงินและการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์
3. ส่งเสริมกิจกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลกระทบสูง
- สนับสนุนให้เกิดโครงการ “สหกรณ์ e-Commerce” ในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
- ส่งเสริมให้เกิด e-Tourism อย่างกว้างขวาง
- ส่งเสริม e-Government เพื่อสร้างตลาดให้กับภาคเอกชนผ่าน e-Procurement
4. คุ้มครองผู้บริโภค
- ปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคให้คำนึงถึงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
5. เสริมสร้าง Team Thailand เพื่อ position ประเทศไทยในกิจการ e-Commerce ในกลุ่ม ASEAN, APEC,WTO
เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม (e-Industry)
เป้าหมาย
ส่งเสริมและพัฒนาการใช้และการผลิตเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคเอกชนภายใน ค.ศ. 2010 โดยมีขั้นตอนการดำเนินการเป็นระยะ
5 ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านอุตสาหกรรม (e-Industry)
1. สร้างตลาดกลางสินค้าอุตสาหกรรม (Thailand Exchange)
- ศูนย์ธุรกรรมการซื้อขายของภาคอุตสาหกรรมรายสาขา (Supply Chain) โดยใช้สื่ออินเตอร์เน็ตในรูปแบบของ B2B Exchange
2. สนับสนุนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Smart Factory)
- ให้คำปรึกษาแก่อุตสาหกรรมและโรงงานที่ต้องการยกระดับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
- กำหนดให้มีมาตรฐานโรงงาน Smart Factory
3. จัดให้มีศูนย์ข้อมูลการตลาด (Market Intelligence)
- ให้บริการข้อมูลอุปสงค์อุปทานสินค้าและบริการ การจับคู่ กฎระเบียบการนำเข้าส่งออก แนวโน้ม รวมทั้งการตลาดในต่างประเทศ
4. ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย ทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ โทรคมนาคม สารสนเทศ และอิเล็กทรอนิกส์
- เพื่อลดการนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และซอฟต์แวร์
- เพื่อขยายกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อันจะเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศของไทย
5. พัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมให้มีทักษะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา (e-Education)
เป้าหมาย
นำระบบการศึกษาไทยเข้าสู่การศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์ในทศวรรษนี้
5 ยุทธศาสตร์การพัฒนา e-Education
1. ระดมทรัพยากรเพื่อสร้างสาระทางการศึกษา (National Program for Digital Content Development)
- ปรับหลักสูตรการเรียนรู้ให้มี IT-Integrated Curriculum ในทุกวิชา
- ระดมการสร้างเนื้อหา (Content) ทางวิชาการในสื่อคอมพิวเตอร์อย่างรีบด่วน
- จัดให้มี National Achive for Digital Learning Content
- ส่งเสริมวิธีการเรียนรู้แบบใหม่ๆ
2. สร้างระบบพัฒนาครู (National Teachers’ Training Program) ใน 3 ระดับ
- ผู้บริหารโรงเรียน กรม กระทรวง ให้มีวิสัยทัศน์เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
- ครูทั่วไปให้มีทักษะพื้นฐานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ในการสอน
- ครูคอมพิวเตอร์ให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถเป็นที่ปรึกษาในโรงเรียนได้
3. สร้างเครือข่ายเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (National Education Network)
- จัดระบบบริหารจัดการเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
- ให้มีระบบพี่เลี้ยงและอาสาสมัคร
4. ลงทุนอย่างเป็นขั้นตอนในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
- ลดการนำเข้าคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์
- ส่งเสริมการผลิต การประกอบภายในประเทศ ตลอดจนการใช้ระบบที่มีต้นทุนต่ำ เช่น Network Computer และสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย
5. จัดให้มีหน่วยงานกลางเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (National Institute of Technology for Education
- มีความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการบริหารงาน
- มีบุคลากรมืออาชีพ
เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านสังคม (e-Society)
เป้าหมาย
ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมดิจิทัลและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนในทศวรรษนี้
5 ยุทธศาสตร์การพัฒนา e-Society
1. ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ
- ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 78 ว่าด้วยโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศที่ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน
- จัดสรรคลื่นความถี่ให้กับภาคสังคม และภาคการศึกษา
2. เร่งพัฒนาสารสนเทศและภูมิปัญญาไทยที่ประชาชนเข้าถึงได้
- สนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐ สถาบันศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน พัฒนาเนื้อหา และความรู้
- จัดให้มีการรวบรวมภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างเป็นระบบ
3. พัฒนาบุคลากร ชุมชน และสังคมให้มีความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลในทุกชุมชน
4. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
- สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และความสามารถของประชาชน ทั้งในภาคการศึกษาและภาคแรงงาน
5. สร้างความตระหนักให้กับสาธารณะถึงโอกาสและการคุกคาม
- ประชาสัมพันธ์ และสร้างความตื่นตัวให้สังคมในสาระที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
- สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และชุมชนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
~ just web development & e-commerce blog
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

Tung's blog by http://tungblog.atikomtrirat.com is licensed under a Creative Commons Attribution-Share Alike 3.0 Unported License. | A Division of AsiaWebpro.com

0 comments:
Post a Comment