~ just web development & e-commerce blog


11/30/08

Domain Name Godaddy Coupon $0.99

!!Limited time!!
Hurry, go to Godaddy.com and register a .com for only …… $0.99 !!

Use coupon code: 99DOMAIN when checking out.
Good luck !



Other coupon codes:

- $5 .com Coupon code: cjcFIVE

- $6.99 renew Coupon code: yhkw105a






11/28/08

ไทยรองแชมป์ใช้อินเทอร์เน็ตมากในเอเชีย



ผลสำรวจแพคซ์ ระบุ คนใช้เน็ตมีรายได้และใช้ชีวิตหรูหรากว่าคนไม่ใช้เน็ต ขณะที่ไทยเป็นอันดับสองในเอเชียที่ใช้เวลาในการเข้าเน็ตมาก คาดอีก 1-2 ปีข้างหน้า การใช้เวลาเล่นเน็ตจะแซงหน้าการใช้เวลาดูทีวี

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการประจำ ประเทศไทย ไมโครซอฟท์ แอดเวอร์ไทซิ่ง กล่าวว่า ผลสำรวจของแพคซ์ (PAX : The Pan Asia Pacific Cross Media Survey) ซึ่งเป็นการสำรวจสื่อในภูมิภาคเอเชียรวมทุกสื่อ ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และอินเทอร์เน็ตช่วงไตรมาส 3 ปี พ.ศ. 2550 ถึงช่วงไตรมาส 2 ปี พ.ศ. 2551 พบว่า คนใช้อินเทอร์เน็ต มีชีวิตที่หรูหรากว่าคนที่ไม่ใช้อินเทอร์เน็ต โดยคนใช้อินเทอร์เน็ตมีรายได้ต่อเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 4,100 เหรียญสหรัฐ ขณะที่คนไม่ใช้เน็ตมีรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 3,600 เหรียญสหรัฐ และคนใช้งานอินเทอร์เน็ตยังสนใจใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น เอ็มพี 3 กล้องดิจิทัล ทั้งมีรถขับ และมีบ้านเป็นของตนเอง ชอบไป ดูหนังที่โรงภาพยนตร์มากกว่าซื้อแผ่นหนังมาดู ที่บ้าน


แพคซ์ สำรวจโดยการเก็บข้อมูลผ่าน การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ของประชากร 1,700 คน ใน 11 กลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แยกเป็น ผู้บริหารระดับสูง กลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์


สำหรับ ประเทศไทย ได้เน้นพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า เด็กอายุ 17-18 ปี มีช่องทางในการรับรู้ข่าวสารมากถึง 50-60 ช่องทาง โดย กว่า 80% รับรู้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต และเมื่อเปรียบเทียบการรับรู้ข่าวสารและความรู้ ผ่านช่อง ทางสื่อต่าง ๆ พบว่า คนอายุ 25-34 ปี มีการเข้า ใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงถึง 1,028 นาที/สัปดาห์ ดูทีวี 1,045 นาที/สัปดาห์ อ่านหนังสือพิมพ์ 261 นาที/สัปดาห์ และอ่านแมกกาซีน 275 นาที/สัปดาห์ ซึ่งการใช้งานอินเทอร์เน็ตน้อยกว่าดูทีวีเพียง 1% ลดลงจากปีที่แล้วที่ใช้งานห่างกันถึง 5%


นางกมลภัทร กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมสูง นอกจาก ความรวดเร็ว และความสะดวก ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลกก็ส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ หันมาทำโฆษณาออนไลน์มากขึ้น เพราะราคาถูกว่าการทำโฆษณาทางทีวี ทั้งยังเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ตรง ซึ่งนอกจากการโฆษณาสินค้าโทรคมนาคม และการท่องเที่ยวแล้ว ปัจจุบันสินค้าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปก็หันมาโฆษณาออนไลน์มากขึ้น โดยปีนี้คาดจะมีเม็ดเงินโฆษณาออนไลน์ประมาณ 1-2% หรือประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ของเม็ดเงินในตลาดโฆษณาทั้งหมด 1 แสนล้านบาท


นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า คนไทยอายุ 25-34 ปี เป็นกลุ่มที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากที่สุด ทำให้ไทยเป็นประเทศที่ใช้เวลากับ อินเทอร์เน็ตมากเป็นอันดับสองในเอเชียแปซิ ฟิก ไม่รวมญี่ปุ่น แบ่งเป็นใช้งานเบราว์อินเทอร์ เน็ต 857 นาที/สัปดาห์ อ่านอีเมล 453 นาที/ สัปดาห์ และเข้าโปรแกรมสนทนา 426 นาที/ สัปดาห์


จากการเก็บข้อมูล พบว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ใช้เอ็มเอสเอ็น วินโดวส์ ไลฟ์ 142 ล้านคน เอ็มเอสเอ็น โฮมเพจ 55 ล้านคน วินโดวส์ ไลฟ์ เมสเซนเจอร์ 62 ล้านคน และ วินโดวส์ไลฟ์ ฮอตเมล์ 62 ล้านคน โดยทั่วโลก มีปริมาณการใช้งานเอ็มเอสเอ็น เมสเซนเจอร์วันละ 75 ล้านนาที ซึ่งปลายปีนี้ไมโครซอฟท์จะเปิดตัววินโดวส์ ไลฟ์ เวอร์ชั่นใหม่ และจะนำมาให้บริการบนโทรศัพท์มือถือเพื่อรองรับเทคโนโลยี 3 จี ด้วย


ที่มา : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Defaul t.aspx?Newsid=182021&NewsType=1&Template=1

สนง.สถิติ เผย e-commerce เติบโตในสภาวะเศรษฐกิจซบ

นางธนนุช ตรีทิพยบุตร เลขาธิการสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจโลก และประเทศไทยกำลังประสบปัญหาธุรกิจ ทั้งด้านธุรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ หรือที่เรียกว่า e-commerce เป็นธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ โดยจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2551 พบว่า ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ ได้รับความนิยมมากที่สุด 29.4 เปอร์เซ็น และรองลงมาเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอินเทอร์เน็ต 21.1 เปอร์เซ็น โดยมูลค่าการขายผ่าน e-commerce ในรอบปีที่ผ่านมาทั้งหมดประมาณ 427,460 ล้านบาท ถือว่ายังสามารถเติบโตได้ในสภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้


ด้านนายบุญรักษ์ สรัคคานนท์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดไอที ในช่วงปี 2550-2551 ธุรกิจที่มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และเป็นธุรกิจหนึ่งที่รัฐควรเข้ามามีส่วนผลักดันให้เติบโตในประเทศนั้น เช่น ธุรกิจฮาร์ดแวร์ ธุรกิจซอฟต์แวร์ ธุรกิจด้านการบริการ และธุรกิจด้านโทรคมนาคม โดยเทียบมูลค่าทางการตลาดรวมทั้งหมด อยู่ประมาณ 537,000 ล้านบาท หรือประมาณ 13 เปอร์เซ็นของธุรกิจทั้งหมด อย่างไรก็ตามธุรกิจด้านต่างๆนั้นมีมูลค่าการทำตลาดที่มีการเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจด้านโทรคมนาคมที่มีแนวโน้มเติบโตในตลาดได้อีก


“ธุรกิจซอฟต์ของประเทศไทยยังเข้ามามีบทบาทมาก โดยเฉพา
ะในองค์ของภาคเอกชน รามทั้งยังมีการขยายตัวออกไปกว่าภาครัฐ ถึง 67 เปอร์เซ็น อีกทั้ง ได้ทำการสำรวจผู้ใช้ internet user ในประเทศไทยมีผู้ใช้อยู่ประมาณ 13.4 ล้านคน ซึ่งถือว่าน้อยกว่าในหลายประเทศในแถบเอเซีย”นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย กล่าว


นายบุญรักษ์ กล่าวด้วยว่า ต้องการให้มีการขยายฐานผู้ใช้อินเทอร์เน็ต เพิ่มขึ้นเพื่อสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจ e-commerce โดยหลายหน่วยงานจะต้องช่วยกันกระตุ้นการทำตลาดด้านนี้ให้เติบโตมากขึ้น รวมทั้งผู้ประกอบการเองควรจะมีการปรับปรุงเว็บไซต์ให้เข้ากับประเทศ ส่วนความเร็วของอินเทอร์เน็ตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะมีการปรับปรุงให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เพื่อสร้างแอพพลิเคชั่นต่างๆให้กับธุรกิจ e-commerce ให้ผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการได้มีทางเลือกในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้สภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้จะส่งผลให้การเงินชะลอตัวลง แต่คาดว่าธุรกิจ e-commerce ยังคงดำเนินการได้ แต่ต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการกระตุ้นตลาดไอที เพื่อให้ตลาด e-commerce มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงตลาดe-commerceได้ง่ายมากขึ้น

กทช. เผยไวแมกซ์ใกล้คลอด คาดปี 52 ออกใบอนุญาตจากการประมูล

นายกิตติน อุดมเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญประจำสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. กล่าวว่า จากการทดสอบให้บริการ และรวบรวมข้อมูลด้านไวแม็กซ์ เพื่อนำมาจัดเป็นร่างออกใบอนุญาต โดยคาดว่าปี 2552 จะสามารถออกใบอนุญาตไวแม็กซ์ให้กับผู้ประกอบการไปดำเนินการ ทั้งนี้ ในข้อสรุปยังรวมไปถึงข้อกำหนด กฎระเบียบ และกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับผู้ประกอบการที่จะสามารถเข้าร่วมขอใบอนุญาตไวแมกซ์ โดยแนวโน้มการขอใบอนุญาตไวแม็กซ์นั้น อาจจะใช้การประมูล


ผู้เชี่ยวชาญประจำ กทช. กล่าวต่อว่า ประมาณกลางเดือน ธ.ค.51นี้ จะได้ข้อสรุปที่ได้จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม โดยจะทำการเสนอให้กับบอร์ดกทช. เพื่อมีมติเห็นชอบ โดยข้อสรุปที่ได้จะเป็นข้อสรุปในเรื่องของเทคนิคต่างๆ ที่ใช้ในการดำเนินการไวแมกซ์ และด้านเศรษฐศาสตร์ ที่จะเป็นการประเมินผลว่าสามารถดำเนินการไปในทิศทางใดเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด


นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ กสท กล่าวว่า จากการให้บริการไวแมกซ์ คาดว่าจะมีจำนวนผู้ใช้บริการจะเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการจะเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการให้บริการมากขึ้น ทั้งด้านการให้บริการฟิกไลน์ หรือบริการมือถือที่เข้าอินเทอร์เน็ตไร้สาย สำหรับเม็ดเงินที่นำมาจัดสร้าง เพื่อลงทุนที่จะนำมาให้บริการไวแม็กซ์ จะต้องลงทุนไปในส่วนของอุปกรณ์และคลื่นความถี่ การสร้างคลื่นลูกข่าย การสร้างเครือข่าย การขอใบอนุญาติ


“คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมมีแนวโน้มที่จะใช้การประมูลเพื่อขอใบอนูญาต จะเป็นการใช้ต้นทุนที่แพง โดยเกรงว่าอาจจะเป็นปัญหาอุปสรรคให้หลายบริษัทอาจพลาดการลงทุนไวแมกซ์ได้” ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ กสท กล่าว


นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการงานธุรกิจบริการสื่อสารไร้สาย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวอีกว่า หลังจากเอไอเอสเปิดทดสอบให้บริการไวแมกซ์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ผู้บริโภคให้การตอบรับอย่างดี โดยคาดว่าอนาคตการให้บริการไวแมกซ์จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และราคาอุปกรณ์ไวแมกซ์จะถูกลง เพราะมีให้เลือกซื้อมากขึ้น


ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการงานธุรกิจบริการสื่อสารไร้สาย เอไอเอส กล่าวด้วยว่า การขอใบอนุญาตด้วยการประมูล อาจไม่มีบริษัทเอกชนในประเทศไทยเข้ามาประมูลได้ เพราะสู้เม็ดเงินต่างชาติไม่ได้ จึงต้องการให้ดูเรื่องของประสิทธิภาพของเทคโนโลยี หรือการบริการ รวมถึงการรบกวนคลื่นสัญญาณ อย่างไรก็ตาม การให้บริการ ทั้งบรอดแบร์น เอดีเอสแอล และไวแมกซ์ ที่อยู่บนคลื่นความถี่เดียวกันในเรื่องการรับส่งข้อมูล อาจจะรบกวนและส่งผลปัญหาเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังมองว่าการให้บริการไวแมกซ์อาจจะขยายการให้บริการไปต่างจังหวัดมากขึ้นกว่าในตัวเมือง เนื่องจากไม่มีสิ่งกีดขวางสัญญาณ ที่อาจส่งผลให้มีการแข่งขันในต่างจังหวัดก็จะเพิ่มมากขึ้น

MOTOROLA ′โมโตโรล่า′ ถึงคิวปิดออฟฟิศในไทย โยกสนง.สิงคโปร์คุมตลาดแทน ระบุพนง.ทยอยออกลอตแรกสิ้นพ.ย. อีกลอตสิ้นปี แต่ยุติทั้งหมดเป็นทางการต้น มี.ค.ปีหน้า

นายกุลดิษฐ์ สมุทรโคจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวร์เลส ดีไวซ์ ซัพพลาย จำกัด (WDS) เปิดเผย 'ประชาชาติธุรกิจ' ว่า ได้รับการแจ้งจากบริษัท โมโตโรล่า (ประเทศไทย) จำกัด ว่า บริษัทจะลดขนาดการบริหารจัดการธุรกิจโทรศัพท์มือถือในเมืองไทยลงตามนโยบายของบริษัทแม่ในอเมริกาที่มีการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อ ลดต้นทุน โดยหันมามุ่งเน้นเครื่องที่ผลิตบนแพลตฟอร์มแอนดรอยท์ของกูเกิล และ P2K ซึ่งเป็นกลุ่มเครื่องโลว์เอนด์เป็นหลัก โดยเครื่องรุ่นใหม่ที่ จะมีออกมาให้เห็นอย่างเร็วสุดคงเป็นในไตรมาสแรกปีหน้า ในระหว่างนี้ไม่มีสินค้าใหม่สำหรับทำตลาดมากนัก โดยในประเทศไทยจะเหลือเพียงงานบริการหลังการขาย และฝ่ายเทคนิคดูแลการทดสอบการนำเข้าเครื่องเท่านั้น ส่วนเรื่องการทำตลาดและการขายจะยุบทั้งหมด แล้วโยกความรับผิดชอบไปไว้กับสำนักงานในประเทศสิงคโปร์แทน



จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อแผนงานของ WDS เพราะเดิม โมโตโรล่ามีแผนที่จะเพิ่มทีมดูแลงานด้านการขายและการตลาดอีกเป็นจำนวนมาก



พร้อมทั้งให้บริษัทเข้าไปดูแลด้านการรับส่ง และกระจายสินค้า (logistic) ทั้งหมด โดยจะเริ่มดำเนินการในไตรมาสที่ 4 แต่เมื่อบริษัทแม่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายลดขนาดองค์กรความร่วมมือดังกล่าวจึงต้องยกเลิกไปโดยปริยาย



"โมโตโรล่าในไทยเพิ่งมีทีมใหม่มาดูแล เรียกว่าเพิ่งปรับโครงสร้างการทำงานใหม่แค่ไม่กี่เดือน โดยที่ผ่านมาเริ่มรุกตลาดมากขึ้น มีกิจกรรมตอกย้ำแบรนด์ทำให้ยอดขายกระเตื้องขึ้นมาก โดยในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาทำได้หลายหมื่นเครื่องจึงน่าเสียดายโอกาส"



นายกุลดิษฐ์กล่าวต่อว่า 1-2 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายของโมโตโรล่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแคมเปญการตลาดที่ร่วมกับ WDS ในช่วงที่ผ่านมาถือว่าได้รับการตอบรับจากตลาดดีมาก โดยส่วนแบ่งการตลาดในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 3%



อย่างไรก็ตาม สินค้าของโมโตโรล่าในปัจจุบันยังมีจำหน่ายในไทย แต่จะเป็นรุ่นเดิม สำหรับรุ่นใหม่ถ้าบริษัทจะทำตลาดในปีหน้าก็ต้องติดต่อกับออฟฟิศที่สิงคโปร์ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร และในจังหวะนี้ต้องยอมรับว่าอาจเป็นจังหวะที่ดีของแบรนด์อื่น ไม่ว่าจะเป็นโนเกีย, ซัมซุง, หรือแม้แต่โซนี่ อีริคสัน



"เท่าที่ทราบทีมงานที่ดูแลการตลาด มือถือของโมโตโรล่าในเมืองไทยมี 30-40 คน โดยครึ่งหนึ่งจะทำงานถึงสิ้นเดือน พ.ย. นี้ ที่เหลือถึง ธ.ค.ปีนี้ อาจเหลือบางตำแหน่งสำคัญๆ อย่างคุณแพทริก แอรอนสัน(เอ็มดี) คงอยู่ถึงไตรมาสที่ 1 ปีหน้าเพื่อเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน ส่วน โมโตช็อปปัจจุบันเท่าที่จำได้มีอยู่ 7-8 แห่งก็น่าจะลดลงเหลือ 3 หรือ 4 แห่ง"



ด้านนายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีจีโฟน จำกัดกล่าวกับ 'ประชาชาติธุรกิจ'ว่า ตัวแทนทางการตลาดรายหลักของโมโตโรล่าในเมืองไทยมีอยู่ 3 ราย คือ ทีจีโฟน, เจมาร์ท และ WDS เมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อนตนก็ได้รับแจ้งจากทีมงานของโมโตโรล่าเช่นกันว่ามีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับธุรกิจเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์มือถือ โดยจะยุบทีมการตลาดไปขึ้นตรงกับสิงคโปร์ เท่ากับกลับไปในยุคเริ่มต้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อนที่ไม่มีสาขาในประเทศไทยเช่นกัน ซึ่งตนมองว่ามีผลกระทบต่อการผลักดันมาร์เก็ตแชร์ของโมโตโรล่าแน่นอน



"โมโตโรล่าเพิ่งหันกลับมาโฟกัสช่องทางขายปลีก กับเราก็เริ่มทำไปบ้างเรื่องดิสเพลย์ และการซัพพอร์ตต่างๆ อีกทั้งมีแผนปีหน้าร่วมกันอีกเยอะ แต่ต้อง หยุดทั้งหมดเมื่อนโยบายบริษัทแม่มีการเปลี่ยนแปลงยุบสาขาในไทย ซึ่งเท่าที่ทราบพนักงานที่จะออกรอบแรกในสิ้นเดือน พ.ย.จะเป็นทีมเซลส์ที่ติดต่อกับดีลเลอร์ที่ยังเหลืออยู่และจะออกในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้หรือต้นปี เป็นระดับหัวหน้าที่มีภาระผูกพันกับพาร์ตเนอร์ กับอีกบางส่วนที่ต้องเคลียร์เอกสารทางการเงิน"



แหล่งข่าวในธุรกิจโทรศัพท์มือถือกล่าวกับ 'ประชาชาติธุรกิจ' ว่า พนักงานของโมโตโรล่ารู้มาระยะหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมามีกระแสข่าวเป็นระยะๆ จากวิกฤตที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยเฉพาะในอเมริกา ซึ่ง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของโมโตโรล่า โดยการปิดตัวลงของสำนักงานสาขาในไทย เป็นเรื่องปกติของบริษัทข้ามชาติที่มีการปรับตัวเร็วมากทั้งในแง่บวกและลบ คือ ถ้าผลประกอบการดีก็อาจขยายงาน แต่ถ้าไม่ดีก็ลดคนหรือปิดบริษัทเลย ซึ่งในแง่โมโตโรล่าเองก็เช่นเดียวกัน



ทั้งนี้ โมโตโรล่าแถลงผลประกอบการทั่วโลกในไตรมาส 3 ปีนี้ พบว่ามีรายได้รวม 7.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 15% จาก 8.81 พันล้านเหรียญ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขาดทุนสุทธิ 397 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยบริษัทชี้แจงว่า เกิดปัญหาจากกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์มือถือ

โดยกลุ่มธุรกิจอุปกรณ์เคลื่อนที่ในไตรมาสที่ 3 มีรายได้ 3.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 31% จาก 4.5 พันล้าน เทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับยอดขายที่ทำได้ 25.4 ล้านเครื่อง ลดลงจากที่เคยทำได้ 37.2 ล้านเครื่อง ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกตกลงมาอยู่อันดับ 4 ที่ 8.4% ตามหลังโนเกีย, ซัมซุง และโซนี่ อีริคสัน จากปีที่ผ่านมาอยู่อันดับ 2

นอกจากนี้ ในช่วงปลายเดือน ต.ค.โมโตโรล่าได้ประกาศว่าจะปรับลดพนักงานกว่า 3,000 คน หรือ 4.5% ของพนักงานทั้งหมด โดยกว่า 2,000 อัตรามาจากธุรกิจอุปกรณ์เคลื่อนที่ ถือเป็นหนึ่งในแผนการลดค่าใช้จ่ายกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐตามเป้าหมายปีหน้า

11/27/08

Android มาแล้ว 179$ วางขาย 22 ต.ค.

เปิดตัวแล้ว "G1" สมาร์ทโฟนตัวแรกแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ (Android) ถูกวิจารณ์ว่ารูปลักษณ์คล้ายไอโฟน (iPhone) เพราะมีหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ แตกต่างที่คีย์บอร์ดสไลด์ข้าง มี trackball ปุ่มกลมที่ผู้ใช้สามารถดันขึ้นลงซ้ายขวาเพื่อควบคุมเมาส์ได้ และสามารถเปิดใช้บริการอีเมลและแผนที่ของGoogleได้แสนสะดวก


และเกินคาด T-Mobile ตั้งราคาขาย G1 ไว้ที่ 179 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,900 บาท) พร้อมสัญญา 2 ปี ดัมป์ราคาเฉือนไอโฟนถูกลงอีก 20 เหรียญ พร้อมจำหน่ายในสหรัฐฯวันที่ 22 ตุลาคม ก่อนจะจุดพลุในอังกฤษเดือนพฤศจิกายน และกลุ่มประเทศแถบยุโรปปีหน้า


สำหรับ สหรัฐฯ G1 จะวางจำหน่ายในร้านค้าของ T-Mobile เฉพาะใน 21 เมืองที่ T-Mobile ให้บริการเครือข่าย 3G เท่านั้น เช่น นิวยอร์ก ลอสเองเจลิส ฮุสตัน และไมอามี โดยผู้ใช้ในพื้นที่อื่นๆ สามารถสั่งซื้อ G1 ได้จากเว็บไซต์ของ T-Mobile


อัตราค่าบริการข้อมูลที่ T-Mobile วางไว้นั้นเริ่มที่ 25 เหรียญต่อเดือน (ราว 825 บาท) โดยคิดเพิ่มจากค่าบริการโทรศัพท์ เทียบเท่ากับอัตราแพคเก็จบริการข้อมูลขั้นต่ำซึ่งบริษัทโทรคมนาคมไร้สายให้ บริการในสหรัฐฯขณะนี้


แพลตฟอร์มแอนดรอยด์นั้นไม่ได้ถูกวางตัวเป็นซอฟต์แวร์ทำเงินของGoogle แต่Googleเชื่อว่า การเปิดทางให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเข้าสู่บริการออนไลน์ได้ง่ายขึ้น จะทำให้คนใช้งานบริการออนไลน์ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์ เท่านั้น เมื่อนั้นช่องทางทำเงินในธุรกิจโฆษณาออนไลน์ของGoogleก็จะถูกขยายให้แข็ง แกร่งยิ่งขึ้นไปในตัว จุดนี้Googleเคยออกมาประกาศว่า ท้ายที่สุดแล้วGoogleจะสามารถทำเงินจากอุปกรณ์พกพามากกว่าพีซีด้วยซ้ำ ซึ่งเฉพาะคอมพิวเตอร์พีซี ก็เป็นช่องทางที่สามารถทำเงินให้Googleกว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีแล้ว


แน่นอนว่าเรื่องนี้ ยาฮู (Yahoo) และไมโครซอฟท์ (Microsoft) สองยักษ์ใหญ่ธุรกิจโฆษณาออนไลน์เห็นด้วยกับGoogle และลงมือกรุยทางโตบนอุปกรณ์พกพาแล้วเช่นเดียวกัน


G1 ถูกวิจารณ์ว่าเหมือนไอโฟนตรงที่มีหน้าจอทัชสกรีนความละเอียดสูง และทำให้การใช้งานเว็บไซต์ที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อเปิดบนโทรศัพท์มือถือทำได้ สะดวกขึ้น แต่สิ่งที่ G1 ต่างจากทั้งไอโฟนและแบล็กเบอรี่ (BlackBerry) ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่มีการใช้งานมากที่สุดในสหรัฐฯ คือ G1 นั้นมีข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบอีเมลในองค์กรธุรกิจ สิ่งที่เกิดขึ้นแปลว่า G1 ถูกออกแบบมาเพื่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง


เท่ากับ G1 ไม่ได้มีจุดยืนเป็นโทรศัพท์ไฮเอนด์ที่มีความสามารถพิเศษเลิศเลอ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อGoogleเปิดกว้างให้ชุมชนนักพัฒนาโปรแกรมพัฒนาซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มแอ นดรอยด์อย่างเสรี ก็เป็นไปได้มากว่า G1 จะมีฟังก์ชันมากมายให้ผู้บริโภคเลือกใช้ได้หลากหลายมากกว่าโทรศัพท์รุ่นอื่น ในอนาคต เพียงแต่ว่า แอปพลิเคชันเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้นและโชว์ตัวให้เห็นเป็นรูปธรรมในขณะนี้


แอปเปิลนั้นวางแนวคิดนี้ไว้ให้ไอโฟนเช่นกัน แอปเปิลเปิดร้าน App Store เพื่อให้นักพัฒนาวางขายหรือแจกโปรแกรมแล้วระยะหนึ่ง แอปเปิลระบุว่าประสบความสำเร็จมากมาย มีผู้ดาวน์โหลดโปรแกรมไปแล้วมากกว่า 1 ล้านครั้งในช่วงหลังการเปิดตัวร้านไม่ถึง 1 เดือน อย่างไรก็ตาม รูปการณ์กลายเป็นว่าแอปเปิลเข้ามาควบคุมการให้บริการแอปพลิเคชันเหล่านี้ อย่างเต็มที่ และบล็อกแอปพลิเคชันที่ดูเหมือนว่าจะมาแข่งขันกับแอปพลิเคชันของแอปเปิลเอง ด้วย ซึ่งเป็นที่ไม่พอใจและมีการถกเถียงว่าแอปเปิลยึดหลักเกณฑ์ใดในการพิจารณา บล็อกหรือไม่บล็อกโปรแกรมใด


G1 นั้นไม่ใช้บริการเพลง iTunes ของแอปเปิล แต่ใช้แอปพลิเคชันที่เชื่อมกับร้านขายเพลงของ Amazon.com ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดเพลงลง G1 ได้โดยตรง และเพลงที่เปิดให้ดาวน์โหลดไม่มีโปรแกรมป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ใดๆ


ผู้ก่อตั้งGoogleอย่างเซอร์เกย์ บริน ก็บอกว่าได้ลงมือพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับ G1 เช่นกัน เป็นโปรแกรมที่ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ฝังมาในโทรศัพท์มือถือ เป็นตัววัดว่าโทรศัพท์จะใช้เวลาเท่าใดในการโยนขึ้นกลางอากาศและตกลงมา


"เราไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมนี้เป็น default ครับ" บรินกล่าวติดตลก เชื่อว่าใครที่คิดจะใช้แอปพลิเคชันนี้คงต้องใจกล้าน่าดู


และ จากการสอบถามประชาสัมพันธ์ของเอชทีซีไทยแลนด์ คาดว่า G1 อาจจะไม่ได้เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยเนื่องจาก T-Mobile คือผู้ทำตลาดด้วยตัวเองและไม่ได้ใช้ชื่อภายใต้แบรนด์ HTC โดยมีข่าวลือว่า โทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์แบรนด์เอชทีซีอาจจะสามารถแจ้งเกิดในปีหน้าจำนวน 3 รุ่น ซึ่งมีโอกาสถูกส่งมาให้ชาวไทยเชยชมมากกว่า G1





Ammyy Admin โปรแกรมรีโมตเครื่องแบบง่ายสุด ไม่ต้องลงโปรแกรม ไม่ต้องเซ้ตค่าอะไรให้ยุ่งยาก





Ammyy Admin (โปรแกรมรีโมตเครื่องแบบง่ายสุด ไม่ต้องลงโปรแกรม ไม่ต้องเซ้ตค่าอะไรให้ยุ่งยาก) : ตัวนี้เด็กมากๆเลยนะครับ สำหรับโปรแกรม ควบคุมคอมพิวเตอร์ทางไกล ไม่ว่าจะใช้ในด้านการทำงาน หรือช่วยซ่อมคอมให้เพื่อน อะไรก็แล้วแต่ ตัวนี้เหมาะมากๆครับ ใช้งานง่าย โหลดไฟล์ไปแล้วสามารถ คลิกให้ทำงานได้ทันที แถมไม่ต้องจำ Ip Address ให้ยุ่งยาก เพียงคุณรันโปรแกรมทั้ง 2 ฝ่าย ที่หน้าจอของโปรแกรมจะปรากฎ ID number ขึ้นมา แล้วให้อีกฝ่ายที่ต้องการเข้ามาดูหน้าจอ หรือควบคุมเครื่อง ใช้ ID number ในการเชื่อมต่อเข้ามาแค่นี้ก็เรียบร้อยครับ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ไม่ต้องห่วงครับ คุณสามารถกำหนด Permission ในการใช้งานได้ และข้อมูลที่ทำการส่งตัวโปรแกรมก็ทำการเข้ารหัสให้เรียบร้อย เรียกได้ว่าปลอดภัย ง่าย และสะดวกจริงๆครับ freeware ด้วยนะ


Download www.ammyy.com

Alibaba.com ราชาอินเทอร์เน็ตจีน






เขา สร้างสถิติใหม่ในการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ที่ร้อนแรงที่สุดต่อจาก Google และเป้าหมายต่อไปของ Jack Ma ผู้ก่อตั้งและ CEO Alibaba.com คือการก้าวสู่บริษัทระดับโลกแห่งแรกของจีน


เดือนพฤศจิกายน 2550 Alibaba.com เว็บพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) อันดับหนึ่งของจีน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมือง Hangzhou เสนอขายหุ้น IPO มูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์หรือ 17% ของหุ้นทั้งหมดที่ตลาดหุ้นฮ่องกง และสร้างปรากฏการณ์เป็นหุ้น IPO ที่ร้อนแรงที่สุด นับตั้งแต่ที่ Google เคยสร้างปรากฏการณ์เดียวกันมาแล้ว เมื่อตัดสินใจเป็นบริษัทมหาชนในปี 2004


บริษัท ข้ามชาติยักษ์ใหญ่ ซึ่งรวมถึง Yahoo!, Cisco และ AIG ได้เป็นนักลงทุนหลักของ Alibaba ซึ่งก่อตั้งโดย Jack Ma ในขณะที่ความต้องการซื้อหุ้น IPO ของ Alibaba ของนักลงทุนรายย่อย มีสัดส่วนมากกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขายถึง 257 ต่อ 1


ในวันแรกๆ ของการซื้อขาย ราคาหุ้น Alibaba พุ่งขึ้นเป็น 5.13 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากราคาเปิด ดันมูลค่าตลาดของบริษัทพุ่งทะลุ 2 หมื่น 6 พันล้านดอลลาร์ กระนั้นก็ตาม การที่ทางการจีนควบคุมอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด และการที่มีพนักงานเพียง 4,400 คน บวกกับยอดขายปีที่แล้วเพียง 182 ล้านดอลลาร์ Alibaba ก็ยังคงเป็นเพียงกุ้งตัวเล็กๆ ในมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของจีน


แม้ Alibaba.com จะอ้างว่า มีผู้ใช้ที่ลงทะเบียนกับเว็บมากถึง 25 ล้านคน แต่หนังสือชี้ชวนของบริษัทก็เตือนว่า Alibaba เก็บค่าบริการจากลูกค้าเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น และเว็บนี้ต้องพึ่งลูกค้ากลุ่มเล็กๆ ที่มีจำนวนเพียง 22,000 คน ซึ่งจ่ายเงินซื้อบริการที่เรียกว่า “Gold Suppliers” โดยรายได้จากลูกค้ากลุ่มเล็กๆ นี้มีสัดส่วนถึง 71% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท


อย่างไรก็ตาม ความนิยมในการซื้อขายหุ้น Alibaba ดันรายได้ของบริษัทในปีนี้ให้เพิ่มขึ้นอีก 83 ล้านดอลลาร์ หรือ 5 เท่าของ Google ในตลาดจีนซึ่งมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่า 160 ล้านคน และยังเติบโตอีก 23% ทุกปี Alibaba.com นับเป็นผู้นำตลาดพาณิชย์อิเล็คทรอนิกส์ระหว่างธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B e-commerce) ด้วยการครองส่วนแบ่งในตลาดนี้ถึง 69% นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า การจับตลาด B2B e-commerce ในจีน เป็นการจับตลาดได้ถูกจุดมากที่สุด ในประเทศที่มีระบบการเมืองเผด็จการ และมีเศรษฐกิจที่นำโดยการส่งออก


ที่สำคัญกว่านั้นคือ Alibaba ประสบความสำเร็จด้วยโมเดลธุรกิจที่รับใช้ภาคธุรกิจที่สำคัญของเศรษฐกิจจีน แต่กลับตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบ นั่นคือ บริษัทเอกชนขนาดกลางและขนาดย่อมของจีน Ma อธบายว่า โครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ของจีนซึ่งเพิ่งอยู่ในระยะตั้งไข่ ทำให้การค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-commerce เป็นธุรกิจที่น่าทำมากกว่าการทำเครื่องมือค้นหา (Search) เว็บชุมชนออนไลน์ (Social Networking) หรือเว็บบันเทิง


ในสหรัฐ e-commerce อาจเป็นเพียงตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เพราะบริษัทส่วนใหญ่ต่างมีพนักงานด้าน IT ของตัวเอง มีเว็บไซต์ของตัวเอง และรู้วิธีที่จะจัดการกับการรับจ่ายเงิน จึงต้องการเว็บอย่าง Google เพื่อให้ช่วยจัดระเบียบสิ่งต่างๆ และช่วยให้ลูกค้าสามารถหาสิ่งที่ต้องการได้


แต่ในจีน ซึ่งในจำนวนบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมทั้งหมด 42 ล้านรายนั้น มีน้อยกว่า 1 ล้านรายที่มีความสามารถทางด้านอินเทอร์เน็ต นี่จึงเป็นโอกาสอันมโหฬารของ Alibaba เสนอบริการที่เติมเต็มความต้องการด้านอินเทอร์เน็ตให้แก่บริษัทเล็กๆ ของจีนส่วนใหญ่ ทั้งยังเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ง่ายและมีประสิทธิภาพ และ Ma ยังมีความฝันที่สูงไปกว่าเพียงการทำเว็บ e-commerce เขาเชื่อว่าเขามีโอกาสที่จะเป็นผู้สร้างระบบที่มีศักยภาพ ที่จะกลายเป็นสภาพแวดล้อมทางอินเทอร์เน็ตให้แก่จีนทั้งประเทศ


งาน Alifest เป็นงานพบกับบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมของจีน ซึ่งเป็นลูกค้าของ Alibaba จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่สำนักงานใหญ่ใน Hangzhou ของ Alibaba บริษัทเล็กๆ ของจีนต่างชื่นชม Alibaba ที่เป็นสื่อกลางให้ตนสามารถหาลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติทั้งในยุโรปและตะวันออกกลาง ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับบริษัทเล็กๆ ที่ไม่มีความสามารถด้านไอที ถ้าหากไม่มีเว็บ Alibaba


เมือง Hangzhou เมืองหลวงของมณฑล Zhejiang ดูเหมือนจะเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ที่เหมาะสมกับ Alibaba มากที่สุด Zhejiang นับเป็นศูนย์กลางผู้ประกอบการของจีน เป็นมณฑลที่ขับเคลื่อนไปได้ด้วยการเติบโตของบริษัทเอกชนของจีน ไม่ใช่ด้วยการลงทุนจากภาครัฐ หรือเพราะมีโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดยักษ์ และบริษัทเอกชนในมณฑลนี้ยังเป็นบริษัทจีนพันธุ์แท้ ที่ไม่ใช่เกิดจากการลงทุนของต่างชาติ


ส่วนเว็บ Alibaba เปรียบเสมือนห้างค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก และขายสินค้าทุกชนิดตั้งแต่ถุงเท้า ดอกไม้พลาสติก หลอด อุปกรณ์กีฬา ไปจนถึงของประดับวันคริสต์มาส Ma บอกว่า Alibaba เป็นผู้สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของจีน ซึ่งจะเป็นอนาคตและคลื่นลูกหน้าในการเติบโตของจีนในอนาคต


Ma ซึ่งมีอายุ 43 ปีได้รับยกย่องให้เป็น ปู่ของอินเทอร์เน็ตจีน ไม่เคยรู้จัก World Wide Web มาก่อนปี 1994 เขาเคยเป็นสมาชิกกองกำลังพิทักษ์แดง (Red Guard) ก่อนจะเปลี่ยนมายึดอาชีพครูสอนภาษาอังกฤษ และฝึกฝนภาษาอังกฤษจนเชี่ยวชาญจากการเป็นไกด์นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว ต่างชาติใน Hangzhou เขายังเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยครู และในปี 1995 เขาก่อตั้ง China Pages ทำเนียบนามออนไลน์ ซึ่งนับเป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตแห่งแรกของจีน


อย่างไรก็ตาม บริษัทดังกล่าวซึ่งร่วมหุ้นกับรัฐวิสาหกิจของจีน ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมา Ma ก่อตั้ง Alibaba ที่อพาร์ตเมนต์ของเขาใน Hangzhou ในปี 1999 ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า อินเทอร์เน็ตทำงานอย่างไร


การ ใช้อินเทอร์เน็ตจับคู่บริษัท supplier ของจีนกับบริษัทผู้ซื้อจากต่างชาติ คือโมเดลธุรกิจของ Alibaba ระบบของเว็บ Alibaba ช่วยทำให้บริษัทรายเล็กๆ ของจีนมี “หน้าร้าน” ออนไลน์พร้อมใช้ สำหรับเสนอรายการสินค้าและบริการของบริษัท ซึ่งมีการจัดเป็นหมวดหมู่อย่างเป็นระเบียบถึงกว่า 5,000 ชนิด ผู้ซื้อเพียงแค่พิมพ์คำว่า “China” และ “Beer” ลงไปในเครื่องมือค้นหาของ Alibaba.com เท่านั้น ก็จะพบรายการสินค้าที่เกี่ยวกับเบียร์ของจีนมากกว่า 6,000 รายการ และไม่เพียงสามารถค้นพบข้อมูลของเบียร์ Tsingtai ชื่อดังของจีนเท่านั้น แต่ยังจะพบสินค้าที่เกี่ยวข้องอย่างเหยือกเบียร์ ถังหมักเบียร์ ไปจนกระทั่งเครื่องขายเบียร์หยอดเหรียญ


การลง ทะเบียน เสนอรายการสินค้า และการใช้คุณสมบัติพื้นฐานอื่นๆ ของเว็บ Alibaba ผู้ใช้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ Alibaba มีกำไรจากผู้ใช้เพียงประมาณ 1% ของผู้ใช้ทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งจ่ายค่าสมาชิกเพื่อที่จะได้ตำแหน่งดีๆ สำหรับ “หน้าร้าน” ของตนบนเว็บ หรือตำแหน่งดีๆ ที่จะปรากฏในผลการค้นหาของผู้ซื้อ และบริการพิเศษอื่นๆ


Alibaba เริ่มทะยอยเปิดเว็บต่างๆ ตามมา ตั้งแต่เว็บซื้อสินค้าออนไลน์ Taobao.com เว็บชำระเงินออนไลน์ Alipay.com เว็บโฆษณาย่อย Koubei.com และล่าสุดคือเว็บสำหรับสำนักพิมพ์และนักโฆษณาออนไลน์ที่มีชื่อว่า Alimama.com นอกจากนี้ Alibaba ยังบริหาร Yahoo China เว็บค้นหารายใหญ่อันดับ 3 ของจีน หลังจาก Yahoo! ทุ่มเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ซื้อหุ้น 39% ของ Alibaba ซึ่งทำให้ Ma คุยได้ว่า Alibaba ในขณะนี้ก็เปรียบเหมือนกับเว็บ Google, eBay, Amazon และ Craigslist รวมกันในเว็บเดียว


เว็บช็อปปิงออนไลน์ Taobao.com ยังสามารถโค่นเว็บประมูลออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่าง eBay ของสหรัฐฯ ซึ่งรุกเข้าสู่จีนตั้งแต่ปี 2003 ลงได้อย่างราบคาบ ทั้งๆ ที่ eBay มีทั้งสายป่านที่ยาวกว่าและเทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่า แถมยังทุ่มเงินซื้อ EachNet เว็บประมูลออนไลน์ชั้นนำของจีน แต่กลับต้องกลับกลายเป็นยักษ์ที่ถูกล้ม เมื่อเจอกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดกว่าของ Taobao ซึ่งต่อกรด้วยการออกแบบเว็บที่ฉลาดกว่า ซึ่งเข้าถึงความรู้สึกของลูกค้าชาติเดียวกันได้ดีกว่า แถมยังมีการสนับสนุนลูกค้าที่เลิศกว่า และความเต็มใจที่จะให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำให้ขณะนี้ Taobao ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 83% ในขณะที่ eBay China มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 7% เท่านั้น จนเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว eBay ตัดสินใจขายหุ้นส่วนใหญ่ใน eBay China ให้แก่ Tom Online ของมหาเศรษฐกิจชื่อดังชาวฮ่องกง Li Ka-shing


แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง Alibaba กับ Yahoo! กลับเป็นภาพตัดกับ eBay ข้อตกลงกับ Yahoo! ทำให้ Ma มีสิทธิ์เข้าควบคุม Yahoo China อย่างเต็มที่ ในช่วงที่ Ma กำลังมองหาเครื่องมือค้นหาเพื่อมาเติมเต็มบริการในเว็บ e-commerce Alibaba ของเขาอยู่พอดี โดยที่เขาไม่ต้องเริ่มต้นสร้างเครื่องมือค้นหาใหม่จากศูนย์


ขณะที่การจับมือกับ Ma ก็ช่วยแก้ปัญหาให้แก่ Yahoo เช่นกัน เพราะ Yahoo เอง ก็พบปัญหาในการนำโมเดลธุรกิจระดับโลกของตน มาใช้กับตลาดจีนเช่นเดียวกับ eBay เพราะนอกจากจะเจอคู่แข่งทั้งที่เป็นคู่ชกรุ่นใหญ่เหมือนกันอย่าง Google แล้ว Yahoo! ยังต้องเจอเว็บคู่แข่งสัญชาติจีนที่มาแรงอย่าง Baidu.com การตัดสินใจลงทุนใน Alibaba ถึง 1 พันล้านดอลลาร์ ยังดูเหมือนจะกลายเป็นการตัดสินใจลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุดตลอดกาลของ Yahoo! อีกด้วย เมื่อหุ้น IPO ของ Alibaba มีค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าไปแล้ว


อย่าง ไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ Alibaba ยังไม่สามารถทำให้แก่ Yahoo! ได้ คือตำแหน่งของ Yahoo China ในตลาดจีน ซ้ำ Yahoo China ยังตกลงจากเว็บค้นหาอันดับ 2 เป็นอันดับ 3 ด้วย และยังถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดไปเรื่อยๆ จากเว็บท่า (Portal) สัญชาติจีนอย่าง NetEase.com และ Sina.com


แต่ Ma ประกาศว่า กลยุทธ์ของ Yahoo China จะเน้นการค้นหาลูกค้า High-end ที่สนใจทำการค้า ลงทุน และจัดการการเงินส่วนบุคคลผ่านอินเทอร์เน็ต ดูเหมือนว่า Ma จะยังไม่มีแผนการที่ชัดเจนนักเกี่ยวกับอนาคตของ Yahoo China เช่นเดียวกับที่เขาก็ดูเหมือนจะยังไม่มีแผนการใช้เงินที่ชัดเจน สำหรับเงินทุนมหาศาลที่ Alibaba ระดมทุนได้จากการขายหุ้น IPO เมื่อปลายปีที่แล้ว


Ma ซึ่งครั้งหนึ่งเคยกล่าวว่า ความสำเร็จของ Alibaba คือการที่ยังคงรักษาการเป็นบริษัทเอกชน โดยไม่กลายเป็นมหาชน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจขายหุ้น IPO ของ Alibaba มาบัดนี้กลับประกาศว่า Alibaba จำเป็นต้องระดมเงินทุนจากภายนอก เพื่อขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจของ Alibaba ให้ได้เต็มที่ โดย Ma อ้างว่า นี่คือโอกาสทองที่อาจจะไม่พบเจอไปอีกถึง 20 ปี ดังนั้นเขาจึงต้องฉวยไว้ นั่นคือโอกาสที่ Alibaba จะไม่เพียงเป็นที่รู้จักในจีน แต่จะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และจะช่วยให้ประเทศจีนก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง


Alibaba ระบุว่า มีแผนจะใช้เงิน 60% ของเงินทุนที่ระดมได้จากการขายหุ้น IPO ไปกับการระดมซื้อกิจการ และอีก 20% ใช้ในการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจที่มีอยู่ ในช่วงปีที่ผ่านมา Alibaba ยังเสริมทัพผู้บริหาร โดยว่าจ้าง David Wei อดีตผู้บริหาร B&Q สาขาจีน ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างสำหรับบ้านจากอังกฤษ มาเป็น CEO ของ Alibaba และ Andrew Tsuei อดีตหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อทั่วโลกของ Wal-Mart มาเป็นกรรมการบริษัท


ในขณะที่ Wei CEO คนใหม่ของเปิดเผยว่า Alibaba กำลังเล็งตลาดต่างประเทศ รวมถึงอินเดีย เกาหลีใต้และไต้หวัน และเปิดตัวเว็บภาษาญี่ปุ่นไปแล้ว แต่ Ma บอกว่า ในช่วง 5-10 ปีต่อจากนี้ คงจะยังเน้นตลาดจีนไปก่อน แต่ก็ประกาศอย่างชัดเจนว่า เขาจะทำให้ Alibaba กลายเป็นบริษัทระดับโลกอย่างแท้จริงแห่งแรกของจีนให้ได้ในอนาคต**


เสาวนีย์ พิสิฐานุสรณ์ แปลและเรียบเรียง
ฟอร์จูน 10 ธันวาคม 2550




มีแต่โตกับโต
Alibaba.comและ Taobao.com เติบโต 3 เท่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
25 ล้านราย $3.6 พันล้าน
ALIBABA.COM TAOBAO.COM
ผู้ใช้ที่ลงทะเบียนทั่วโลก ปริมาณการซื้อขาย
6 ล้านราย $1.1 พันล้าน


บริษัทในเครือ Alibaba
Alibaba.com เว็บขายสินค้าออนไลน์ระหว่างธุรกิจกับธุรกิจอันดับหนึ่งของจีน ด้วยยอดผู้ใช้ลงทะเบียนมากกว่า 25 ล้านคน มี “หน้าร้าน” ออนไลน์ 2.4 ล้านแห่งบนเว็บนี้ และรายการสินค้าและบริการ 5,000 รายการ


Taobao.com เปิดตัวในปี 2003 เป็นเว็บช้อปออนไลน์สำหรับผู้บริโภค สามารถโค่น eBay และเป็นผู้นำตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ของจีนด้วยส่วนแบ่งตลาด 83%


Alipay.comเว็บชำระเงินออนไลน์อันดับหนึ่งของจีน ด้วยยอดผู้ใช้ลงทะเบียน 43 ล้านราย ช่วยอำนวยความสะดวกในการชำระเงิน


Yahoo China เว็บท่าอันดับ 3 ของจีน โดย Yahoo! ตกลงลงทุนเป็นเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ แลกกับหุ้น 39% ใน Alibaba


Alisoft.com พัฒนา จัดการและจัดส่งซอฟต์แวร์การบริหารธุรกิจด้วยระบบเว็บ ให้แก่บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมของจีน


Koubei.com เว็บโฆษณาย่อยที่ผู้ใช้สามารถพูดคุยสนทนา แลกเปลี่ยนและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับงาน อพาร์ตเมนต์ให้เช่าและร้านอาหาร**

Google SearchWiki Launched

As anticipated last month, Google's experiment that lets you reorder and annotate search results is now live. Google SearchWiki should be available automatically if you are logged in to a Google account and it can be recognized by the visual clutter added to the search results.


Next to each result, you should see three new options: a way to promote a web page at the top of the results, an option to remove results from the page (they're still visible at the bottom of the page) and a feature that lets you share public comments about a result. After promoting a result, Google shows some unnecessary information about the other people who promoted the result.




It's important to remember that all the changes are saved to your Google account and they won't affect the search results for everyone, at least not directly. If you want to see an aggregation of all promotions, demotions and comments, go to the bottom of the page and click on "See all notes for this SearchWiki". This is the real wiki built by Google and it's easy to access by adding &swm=2 to the URL of a search results page: http://www.google.com/search?hl=en&q=google&swm=2.



Comments are not very useful, although you could find insights for some obscure queries. The absolute number of people who promoted a search result is not very useful either, especially when you'll see big numbers like 314,159,265.


SearchWiki's main idea is to give users the opportunity to manually customize the search results and make them more predictable. Since many people repeat common searches like [mail], [weather], [news] and Google's results are constantly changing, it's nice to pick your favorite results and display them at the top. If you can't find a site you like, click on "Add a result" and manually add a page in the list of top results.





Good things about SearchWiki:
- you can now adjust Google's results for your typical queries and save time when repeating the searches
- use Google instead of bookmarking web pages
- for unfamiliar queries, check the wiki to find a different ranking and potentially useful comments. Try to avoid the wiki for queries that are likely to be spammed.


Bad things about SearchWiki:
- visual clutter. The only way to remove the additional icons displayed next to each search result is to log out.
- your changes are available only when you repeat the query and, in some cases, for similar queries (e.g.: [google.com] in addition to [google]). That means you can't remove a web page or a domain from all search results
- comments are public and there's no option to write private notes (Google removed the option to annotate results in Google Notebook)
- an obvious feature would be to get a permalink for your edited results, but Google doesn't offer this yet
- there's no option to toggle between your edited results and the standard results (you'll have to log out)
- it's difficult to reorder results, since the only action allowed is to place a web page at the top, after all the other promoted pages. If you promote the page again, it will become the first result.



Google has always used people's clicks to improve the quality of search results, so the new options could influence the ranking algorithms in different ways. "At this time we aren't using SearchWiki to influence ranking but it is easy to see how that could happen in the future," said Marissa Mayer. "Search is adapting to the Internet as it becomes a more participatory medium. Now you have people telling us specific things about how they'd like to see their search results. You could imagine if we do see a particular site (about which) people have a unanimous opinion, that might trigger external things. Like maybe we should check out our spam control," suggested Cedric Dupont, product manager for SearchWiki and Google Knol.

Green Bangkok Wi-fi ฟรี อินเตอร์เน็ต 1 MB ตลอดชีพ




ชาวกรุงเทพ มีเฮ ได้ใช้เน็ต WIFI 1 MB ฟรี ตลอดชีพ

สมัครใช้ฟรี ที่นี่

http://services.trueinternet.co.th/greenbkk/registration_phase2.php


หลังจากสมัครได้แล้วก็อย่าลืมเซฟ Username/Password เก็บไว้นะครับ

จากนั้น เปิดการใช้งาน WIFI บนโน๊ตบุ๊ค Scan หาสัญญาณ True Wifi

หรือ ดูจากแผ่นที่นี้ว่า บริเวณใหนที่เล่นเน็ตได้มั่ง
http://www.truewifi.net/th/02hotspots/search.jsp


เมื่อเจอสัญญาณ True Wifi แล้ว สามารถเชื่อมต่อ อินเตอร์เน็ต เล่นฟรี ได้เลย ความเร็วประมาณ 1 MB

ขอให้สนุก กับเน็ตฟรี นะครับ

Source: http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,40981.0.html

11/26/08

100 สุดยอด Photoshop Brush น่าใช้มาก

100 สุดยอด Photoshop Brush น่าใช้มาก

http://www.photoshoproadmap.com/Photoshop-blog/2007/10/25/100-awesome-high-resolution-photoshop-brushes/


เว็บโหลดบรัช (Brush)


http://colour-dreams.net/

http://annikavonholdt.com/brushes/

http://veredgf.fredfarm.com/vbrush/main.html

http://www.secretloft.com/

http://magicbox.ti-fi.com/

http://www.forbidden-fire.net/

http://brushes.echoica.net/

http://www.satinskies.net/users/rural/

http://linzeestyle.com/imprints/index2.html

http://hybrid-genesis.net/

http://sky.ti-fi.com/

http://steffi.fan-arts.net/

http://classic.tere-art.com

http://www.akuhei.nu/brushes.php

http://www.peach-blush.org/brushes.php

http://www.aethereality.net/links.php?x=Brushes

http://sky.ti-fi.com/brushes.php

http://animekaze.com/hosted/whitewhisper/brusheswhisper001.html

http://spelly.sp.funpic.de/brushes05.php

http://www.people.freenet.de/crazygraphic/brush.htm

http://summergraphics.su.funpic.de/

http://itsuji.net/brushes/index.php?x=setlist.php

http://www.rebel-heart.net/brushes/

http://www.8nero.net/brushes/

http://www.dozibaer.com/brushes/dozi
http://www.1greeneye.net/brushes/

http://www.redmoonstudios.com/buddha/downloads/

http://brush.glamoured.org/lines.php

http://www.cybia.co.uk/brushes.htm

http://home.swipnet.se/chop_change/brushes.htm

http://psp-x.com/Brushes/brushes.htm

http://www.ndcwebdesign.com/brushes/brushes.php

http://www.misprintedtype.com/v3/goodies.php

http://www.siteofwonders.com/brusheslk.html

http://www.inxplicable.org/design/mybrushe

http://claudia.tunapuff.net/

http://www.kissmypixels.com/brushes_ps7_2.html

http://www.magurno.com/

http://search.deviantart.com/?search=photoshop%20brushes%20boost:popular%20age_sigma:24h%20age_scale:5+in:resources/applications/psbrushes§ion=browse

http://fire-graphics.bytelabs.org/index.php?page=brush

http://resources.rainharbour.net/index.php


http://browse.deviantart.com/resources/applications/gimpbrushes/

http://www.cybia.co.uk/starterpack.htm

http://www.gimptalk.com/forum/topic/Fencepost-And-Droz928-Gimp-Brush-Resources-1139-1.html

http://www.pgd-design.com/gimp/index.php

http://getbrushes.com/community/

http://www.rhysin.net/brushesgimp2.html

http://www.katspace.org/graphics/digitart/brushes

ในเว็บโหลดบรัชบางเว็บ จะมีแจกปลั๊กอินอื่นๆ ด้วย เช่นแพทเทิร์น/กราร์เดี้ยน/แอ้คชั่น....ดูกันเองเองนะจ๊ะ
โหลดแอ็คชั่น

http://www.liknes.no/photoshop/index.asp

http://www.atncentral.com/download.htm

http://graphicssoft.about.com/b/a/022008.htm

http://www.elated.com/actionkits/

http://www.adobe.com/cfusion/exchange/index.cfm#loc=en_us&view=sn100&viewName=Adobe%20Exchange&avm=1

http://www.panosfx.com/index.php?option=com_content&task=view&id=178&Itemid=38 (แอ็คชั่นลูกแก้ว)
เว็บตุ๊กตากระดาษ

http://collectdolls.about.com/od/paperdolls/Paper_Dolls.htm

http://www.paperdolls.org/

เวปโหลดโปรแกรมทำฟอนต์สวยๆ

http://www.creativedelights.com/letteringdelights/free_browser.php

เว็บวาดรูป

http://artpad.art.com/artpad/painter/painter.swf

ลิงค์โหลดโปรแกรมแค็ปรูปหน้าจอคร๊าบ

http://www.freedownloadscenter.com/Search/capture.html

http://www.wisdom-soft.com/products/screenhunter_free.htm

http://www.newfreedownloads.com/find/capture.html

http://www.cameratown.com/software/software_listing.cfm/hurl/id%7C38

http://www.mymusictools.com/download/capture/

http://www.cleansofts.com/find/capture.html

รวมลิงค์เว็บ material สวยๆ

http://ciel.oheya.to/
http://sozai.noppo.ne.jp/top.html
http://www5.ocn.ne.jp/~kinpouge/framepage2.htm
http://bevel.la.coocan.jp/llllllllllllllll/sozai0/so.htm
http://www.applemilk.com/milktea/
http://flap.vis.ne.jp/pxb/
http://petit-rose.parfait.ne.jp/
http://ikoi12.fc2web.com/
http://www5e.biglobe.ne.jp/~uno-com/
http://mm-space.com/
http://www.tcn.zaq.ne.jp/kika/
http://www2.wbs.ne.jp/~jonpa/
http://www15.ocn.ne.jp/~sozai/
http://www2.odn.ne.jp/~yukitsukihanamai/p/freematerials2.html
http://ayarin.jpn.org/
http://m-cat.net/
http://thirteen.mods.jp/sozai/a-home.htm
http://www.h2.dion.ne.jp/~bush/
http://www.tcn.ne.jp/~karin/
http://park12.wakwak.com/~miwako/menu.htm
http://wm-r.chu.jp/material/season/spring/index.htm
http://white-board.jp/
http://forbidden-fruit.raindrop.jp/

อันนี้เว็บไอค่อนน่ารักๆ ของญี่ปุ่น http://www.geocities.jp/choco_asa/

ต่อไปก็อิลลัสโลด

http://www.morinokujira.com/illust.htm

http://www.pseweb.com/illust.htm

http://b.hatena.ne.jp/t/illust

http://www.siq.co.jp/media/usagi/illust/illustgallery.html

http://homepage2.nifty.com/eromania/gallery.htm

http://venuspunk.net/illust/

http://hc3.seikyou.ne.jp/home/m-illust/index.htm

http://sugi1225.com/

Prototype js for Dummies

Prototype javascript framework for dummies ขอบเขตการทำงานของงานเขียนภาษาชวาสำหรับไอ้งั่ง


สวัสดีครับไอ้งั่งทั้งหลาย

ใครที่เห็นหัวข้อภาษาไทยแล้วนึกว่าเป็นความรู้เกี่ยวกับภาษาอินโดนิเซียโบราณแนะนำให้ท่านค้นหาข้อมูลใน google เพราะท่านไม่ใช่ไอ้งั่งของ Prototype js ครับ YtPb เป็นหนึ่งใน"ไอ้งั่ง" ที่นิยมชมชอบ Prototype js นี้ในการใช้งาน แล้วเห็นว่าใช้ดี จึงบอกต่อ

  • อันดับแรกเลยที่ท่านต้องมีไว้คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถต่ออินเตอร์เนทได้
  • สองคือความรู้ javascript และ DOM1เบื้องต้น
  • สามคือเวลาในการศึกษาทำความเข้าใจ
  • สี่ วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน
  • ห้า ยึดมั่นกตัญญู
  • หก เป็นผู้รู้รักการงาน
  • เจ็ด ต้องศึกษาให้เชี่ยวชาญ ต้องมานะบากบั่น ไม่เกียจ ไม่คร้าน
  • แปด รู้จักออมประหยัด
  • เก้า ต้องซื่อสัตย์ตลอดการ น้ำใจนักกีฬากล้าหาญ ให้เหมาะกับการณ์สมัยชาติพัฒนา
  • สิบ ทำตนให้เป็นประโยชน์ รู้บาปบุญคุณโทษ สมบัติชาติต้องรักษา
  • เด็กสมัยชาติพัฒนา จะเป็นเด็กดีพาชาติไทยเจริญ (เย้วๆ)

เริ่มกันซะที

Prototype js2 เป็น javascript framework ที่ของเค้าดีจริงๆ เขียนขึ้นในลักษณะกึ่ง OOP มีเม็ดตอด (method) ใช้ในการจัดการธาตุ (elements)ต่างๆในเอกสาร (document) ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสีเปลี่ยนขนดตัวหนังสือจนไปถึงการจัดการข้อมูลด้วย AJAX รายละเอียดดูได้ที่เชิงอรรถลำดับที่สอง
เอาล่ะ YtPb จะขอเข้าสู่เนื้อหาเลยแล้วกัน


การใช้งาน อรรถประโยชน์ $ และ $$ ($ and $$ utilities)

  1. $

    $ คือ เม็ดตอดหนึ่งที่เอาไว้เข้าถึงธาตุที่เป็นเอกลักษณ์ียงหนึ่งเดียวในเอกสาร กล่าวคือ เราสามารถเข้าถึง element ที่ระบุ id ได้ด้วยเม็ดตอดนี้

    Syntax $(id | element) -> HTMLElement

    โดยเปรียบเทียบวิธีใช้ กับ javascript ดั้งเดิม จะได้
    code : ขอบข่ายงานต้นบบงานเขียนภาษาชวาสำหรับไอ้งั่ง

    ดั้งเดิม เขียน var myDiv = document.getElementById('ytpb')
    Prototype เขียน var myDiv = $('ytpb')

    โดยที่ค่าต่างๆ (attributes, value etc.) จะส่งผ่านมาด้วย
    ดังนั้น $('ytpb').title = "PrototypeJs" และ $('ytpb').innerHTML ="ขอบข่ายงานต้นบบงานเขียนภาษาชวาสำหรับไอ้งั่ง"
    ข้อสำคัญคือ $ ใช้กับ element หรือ id ซึ่งจะมีได้ที่เดียวทั้ง document



  2. $$

    การใช้งาน $$ เรียกได้ว่าแทบจะเหมือนกันกับ $ ทุกประการ ข้อแตกต่างที่สคัญของ $$ คือ ผลที่ได้จะเป็น Array ของ HTMLElement

    Syntax $$(cssRule...) -> [HTMLElement]

    เม็ดตอดนี้จะใช้ CSS3 syntax ในการเข้าถึง โดยสนับสนุน syntax ของ CSS3

    code :
    Link1
    Link2
    Link3
    Link4

    ดั้งเดิม เขียน var a = document.getElementsByTagName('a')
    Prototype เขียน var a = $$('a')
    ตัวแปร a จะมีค่าเท่ากับ Array ของ tag a ทั้ง 4 ตัว


    ตัวอย่างการใช้ CSS syntax

    เป็นเม็ดตอดที่ "ของเค้าดีจริงๆ" ครับเนื่องจากเราสามารถใช้ CSS syntax ในการเข้าถึง element ต่างๆ ดังตัวอย่าง

    var ytpb1 = $$("#ytpb1");
    var ytpb2 = $$("#ytpb2");


    2 กรณี้นี้จะเหมือนกับ $("ytpb1") และ $("ytpb2") แตกต่างกันตรงที่ $$("ytpb1") และ $$("ytpb2") จะได้ Array ที่มีสมาชิกตัวเดียวอันเดียว
    ดังนั้น เวลาเรียกใช้จึงต้องใส่เลขสมาชิกลำดับที่ 0 (เนื่องจากมีสมาชิกแค่ตัวดียวอันเดียว)ลงไปด้วย ytpb1[0], ytpb2[0];

    $$('a[rel="ytpb"]') จะได้ tag a 2 ตัวบน ส่วน $$('a[rel="yothinplayboy"]') จะได้ 2 ตัวล่าง ซึ่งทั้งตัวบนและตัวล่างงวดนี้ไม่ออกแน่นอน ไม่ต้องเสียเวลาแทง เป็นต้น

    อรรถประโยชน์ทั้งสองตัวนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับไอ้งั่งทุกคนที่ต้องการเรียนรู้ Prototype js เพราะมันคือพื้นฐานของไอ้ "ขอบเขตการทำงานของงานเขียนภาษาชวา" ที่จะต้องรู้ไว้เพื่อเรียนรู้เม็ดตอดต่อๆไป หวังว่าไอ้งั่งทุกท่านคงจะมันกับการเขียนภาษาชวานี้
    พบกันใหม่เร็วๆนี้



เชิงอรรถ
  1. Document Object Model (DOM) เป็นวิธีการอธิบายว่าข้อมูลต่างๆ ในเอกสาร HTML หรือ XML จัดเรียงตัวแบบเชิงวัตถุ (object oriented) อย่างไร DOM เป็นวิธีในการสร้าง API ให้สามารถควบคุมเนื้อหา โครงสร้าง และรูปแบบของเอกสารได้,
  2. ดู http://www.prototypejs.org
  3. Cascading Style Sheets (CSS) is a simple mechanism for adding style (e.g. fonts, colors, spacing) to Web documents, w3c.org

Source: http://www.subhajai.com/ytpb



Andrew Dupont, “Practical Prototype and script.aculo.us”
Apress | ISBN: 1590599195 | June 23, 2008 | 352 pages | PDF | 3MB

As a JavaScript developer, you will already be aware of some of the time saving, convenience, and functionality provided to you by JavaScript/Ajax libraries in general. Prototype (www.prototypejs.org) and its sister effects library, script.aculo.us (http://script.aculo.us/), are among the most popular and best–supported JavaScript libraries, and now Prototype Core dev team member Andrew Dupont has written this book to provide you with an essential guide to getting the most out of using Prototype and script.aculo.us.


11/20/08

Google's SEO Starter Guide

Webmasters often ask us at conferences or in the Webmaster Help Group, "What are some simple ways that I can improve my website's performance in Google?" There are lots of possible answers to this question, and a wealth of search engine optimization information on the web, so much that it can be intimidating for newer webmasters or those unfamiliar with the topic. We thought it'd be useful to create a compact guide that lists some best practices that teams within Google and external webmasters alike can follow that could improve their sites' crawlability and indexing.


Our Search Engine Optimization Starter Guide covers around a dozen common areas that webmasters might consider optimizing. We felt that these areas (like improving title and description meta tags, URL structure, site navigation, content creation, anchor text, and more) would apply to webmasters of all experience levels and sites of all sizes and types. Throughout the guide, we also worked in many illustrations, pitfalls to avoid, and links to other resources that help expand our explanation of the topics. We plan on updating the guide at regular intervals with new optimization suggestions and to keep the technical advice current.


So, the next time we get the question, "I'm new to SEO, how do I improve my site?", we can say, "Well, here's a list of best practices that we use inside Google that you might want to check out."


Gmail have a New Look!



Today morning when I sign in my gmail account, I saw a message top on my gmail.

Its a new service of google to their mail. I am happy that I themed my gmail. I chose my theme. I feel better to see my gmail new look.

11/16/08

ยืดอายุแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กให้อยู่กับคุณนานๆ

ก่อนอื่นต้องชี้แจงก่อนว่า อายุแบตเตอรี่ในที่นี้หมายถึง อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่พวกมันเสื่อมสภาพ (โดยไม่ได้ลุกไหม้
ไปเสียก่อน) สำหรับวินทิปในตอนนี้ขอแนะนำวิธีเก็บรักษา และใช้งานแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานพวกมันได้นานเท่าที่ควร แบตเตอรี่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของโน้ตบุ๊ก เพราะถ้าขาดมัน หรือใช้แบตฯที่เสื่อมสภาพ (ชาร์จนานแต่หมดไว) คงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อที่สุด ซึ่งความ
จริงของชีวิตที่คุณปฏิเสธไม่ได้ เหมือนกันก็คือ โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่รวมถึงอุปกรณ์พกพาอิเล็กทรอนิกส์ต่างก็ใช้แบตเตอรี่ที่เป็น ลิเธียมอิออน (Li-ion) กันแทบทั้งนั้น โดยแบตฯ พวกนี้จะเริ่มเสื่อมสภาพตามกาลเวลาตั้งแต่วันผลิต และจะเสื่อมลงไปอย่างต่อเนื่องตามจำนวนครั้งของการชาร์จ


ประเด็นก็ คือ ราคาของแบตเตอรี่พวกนี้ค่อนข้างสูงพอสมควรซึ่งหากเปรียบเทียบการเปลี่ยน แบตเตอรี่กับการหาวิธียืดอายให้พวกมันใช้งานได้นานที่สุด
เท่าที่จะทำได้ ดูเหมือนอย่างหลังจะน่าสนใจกว่ามาก ข้อเท็จจริงต่อไปนี้จะช่วยให้ทุกท่านมีวิธีที่จะดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้อยู่ กับคุณได้นานขึ้นค่ะ


สำหรับศัตรูตัวแรกของแบตเตอรี่ Li-Ion ก็คือ "ความร้อน" ยกตัวอย่างผลการทดสอบที่ออกมาพบว่า แบตเตอรี่ Li-ion ที่ได้รับการชาร์จไฟปกติ และถูกใช้งานที่ระดับอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียสจะมีความสามารถเก็บประจุได้ลดลงแค่ 2% เท่านั้น เมื่อใช้งานไป 1 ปี และความสามารถในการ
เก็บประจุจะลดลงเป็น 6% ในปีที่ 2 แต่นั่นคงเฉพาะผู้ใช้โน้ตบุ๊กแถวบริเวณขั้วโลกเหนือ (หรือใต้) เท่านั้น เพราะหากพิจารณาที่อุณหภูมิห้อง 25 องศาเซลเซียส (ติดแอร์) แค่ปีแรก ความสามารถในการเก็บประจุของแบตเตอรี่ก็จะตกลงไปถึง 4% และจะลดฮวบลงไปถึง 20% ในปีที่สอง การดิสชาร์จประจุไฟฟ้าในแบตเตอรี่จนแทบไม่เหลือ (ใช้แบตฯจนหยดสุดท้าย) ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อายุใช้งานของพวกมันสั้นลง โดยการชาร์จ และดิสชาร์จจนหมดประมาณ 100 ครั้ง จะลดความสามารถในการเก็บประจุของแบตเตอรี่ลงไปได้มากถึง 75% เลยทีเดียว


กล่าว โดยสรุป สำหรับวิธีที่ดีทีสุดที่จะช่วยคุณยืดอายุใช้งานแบตเตอรี่ให้ได้ยาวนาน 3 – 5 ปี ก็คือ ข้อแรก พยายามให้แบตเตอรี่ได้อยู่ในที่เย็น อย่าเก็บโน้ตบุ๊กไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแจ้ง ข้อต่อมา พยายามรักษาระดับการชาร์จประจุไว้ที่ 40% – 50% อย่าให้เหลือน้อยกว่านี้แล้วจึงชาร์จ


ในกรณีที่คุณมีแบต 2 ก้อนสลับกันใช้ สำหรับก้อนที่ยังไม่ได้ใช้งานอาจเก็บไว้ในตู้เย็น แต่ไม่ถึงกับต้องไว้ในช่องแช่แข็งนะคะโดยห่อหุ้มด้วยวัสดุ
ป้องกันความ ชื้น ซึ่งหลังจากนำออกมาตู้เย็น ให้รอจนมันมีอุณหภูมิเท่ากับห้องก่อนใช้งาน แบตเตอรี่ของคุณจะแข็งแรงมีอายุใช้งานนานขึ้น (หมายถึง เสื่อมช้าลงนั่นเอง) อ้อ...และถ้าคุณมีความจำเป็นต้องซื้อแบตเตอรี่ใหม่ อย่าลืมตรวจสอบวันผลิตด้วยที่สำคัญหลีกเลี่ยงการซื้อแบตเตอรี่ที่ตกค้าง
ในสต๊อก และอย่าลืมตรวจสอบหมายเลขซีเรียลของแบตฯด้วยว่า ไม่ตรงกับชุดแบตเตอรี่ที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ด้วยนะคะ


ที่มา : นิตสาร Winmag

เรื่องคนนอนดึก

ปกติเราควรพักผ่อนเข้านอนเวลา 3 ทุ่ม เนื่องจากร่างกายเราต้องการเวลาในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ขับของเสียตามอวัยวะต่างๆ ย่อยอาหารให้หมด ถ้ากินมื้อหนักตอนกลางคืน แถมนอนดึกอีก รับรองว่าอ้วนพุงพุ้ย แน่นอน ไขมันเผาผลาญไม่หมดมันเลยสะสมอ่ะ


เรื่องคนนอนดึก



แต่ถ้านอนดึกเลี่ยงไม่ได้ เพราะขนงานและการบ้านมาทำ หรือติดงานอะไรก็ตามควรปฏิบัติดังนี้


1. งดเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ เพราะย่อยยาก ลำไส้ต้องทำงานหนัก
2. หากเราอยากกินเนื้อสัตว์ ก็ควรช่วยลำไส้ด้วยการเคี้ยวให้ละเอียด ยิ่งเคี้ยวละเอียดยิ่งดี จะได้แบ่งเบาภาระลำไส้
3. ดื่มน้ำขิง ผสม น้ำผึ้ง อุ่น ๆ หรือน้ำอุ่นธรรมดา + น้ำผึ้ง หรือถ้าไม่มีอะไรเลย น้ำอุ่นธรรมดาสัก 1 แก้วก็ได้
4. เวลานอน ควรทำให้ช่วงท้อง / ฝ่าเท้าอุ่น โดยการห่มผ้า
5. ที่จริงมื้อดึก ควรเป็นมื้อเบา ๆ อย่างเช่น ผัก ผลไม้ นม ไข่ เนื้อปลา จะดีกว่า
6. ควรเลี่ยงน้ำเย็น น้ำอัดลม เพราะเพิ่มภาระให้ระบบภายในร่างกาย ร่างกายเราต้องความร้อน เพราะช่วยในการย่อยอาหาร หากดื่มแต่น้ำเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมื้ออาหาร จะทำให้ร่างกายเราต้องพยายามปรับอุณหภูมิ ให้อุ่นเหมาะสมก่อน แล้วจึงนำไปใช้ การดื่มน้ำอัดลมก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพิ่มกรดให้ร่างกาย แถมมีน้ำตาลที่สะสมตามร่างกายอีก


* ถ้าอยากกินเนื้อสัตว์ควรกินเวลา 7.00 น - 9.00 น. เนื่องจากกระเพาะเรามีสภาพเป็นกรดสูงมากที่สุด ดังนั้นมื้อเช้าจะจำเป็นมาก ๆ ถ้าอดมื้อเช้าไปนาน ๆ ขั้วกระเพาะเราจะเป็นปุ่มปม และนานเข้า ๆ ก็กลายเป็นมะเร็งในกระเพาะ อย่าลืมดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้วนะ น้ำสะอาดจะช่วยล้างของเสียออกจากร่างกาย อย่าขี้เกียจลุกไปห้องน้ำเด็ดขาด


* ห้ามอดหลับอดนอนตั้งแต่ตีหนึ่งเด็ดขาด เนื่องจากถุงน้ำดีกำลังย่อยไขมัน ถ้าอดนอนเวลานี้บ่อย ๆ จะเป็นนิ่วในถุงน้ำดี


* ห้ามกินนมตอนเช้าแทนข้าวเช้า เนื่องจาก ตอนเช้ากระเพาะเป็นกรดสูงมาก นึกสภาพดูหากเราบีบน้ำมะนาวลงในนม จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี กลายเป็นคอลลอยด์ มันไม่ย่อยนะจ๊ะ ถ้าดื่มนมตอนท้องว่างแบบนี้ติดต่อกันเป็นประจำแทนข้าวเช้า ระวังมะเร็งในไขกระดูกนะจ๊ะ แต่ถ้าเป็นช่วงหลังอาหารเช้า หรือตอนบ่ายไปแล้ว หรือตอนเย็นดื่มได้ตามปกติจ้า มื้อเย็นอาจเป็นมื้อง่ายๆ อย่างนม กับไข่ก็ไม่ว่ากัน


ถั่วต่าง ๆ รวมทั้งธัญพืชสารพัดอย่าง เช่น ลูกเดือย ข้าวฟ่าง ฯลฯ มีประโยชน์ต่อลำไส้ คือ ช่วยกวาดเชื้อโรค + แบตทีเรียชนิดไม่ดีออกจากลำไส้เรา ควรกินอาทิตย์ละครั้ง อย่างน้อย พืชผักสีเขียว มีคลอโรฟิว ช่วยทำให้เม็ดเลือดลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดี เซลแต่ละเซลล์จะแข็งแรงเมื่อมีออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง ก่อนเอาผักมากินเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสารพิษ อย่าลืมแช่น้ำส้มสายชู 45 นาทีนะจ๊ะ


ขอให้ถนอมสุขภาพร่างกายของเราให้ดีกันทุกคนนะจ๊ะ ด้วยความปรารถนาดี ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสร็จจ้า

Credit: http://campus.sanook.com/u_life/knowledge_04871.php

Forward Mail: เรื่องฮาๆ (ห้ามส่งให้หัวหน้า) หล่ะ‏

มาอีกแล้ว เรื่องฮา ( ห้ามส่งให้หัวหน้า )



ชายคนหนึ่งไปซื้อนกแก้วที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง

เห็นนกแก้วตัวหนึ่งกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์และเคาะแป้นคีย์บอร์ดอยู่จึงเกิดสนใจถามคนขายว่านกแก้ว

ตัวนั้นราคาเท่าไหร่

ชายคนนั้น : ลุงๆไอ้ตัวนั้นราคาเท่าไหร่

คนขาย : 15 , 000 บาท

ชายคนนั้น : แล้วมันทำไรได้บ้างล่ะ

คนขาย : ก็ไม่เท่าไหร่ แค่ใช้ window,mac,unix แล้วก็พวกซอฟแวร์ office ต่างๆ

ชายคนนั้น : แล้ว ไอ้ตัวข้างๆมันล่ะ

คนขาย : 25 , 000 บาท

ชายคนนั้น : โอ้โห อย่างนี้มันคงเขียนโปรแกรมได้ด้วยมั้ง ( หัวเราะ)

คนขาย : ก็ใช่ แถมมันยังดูแล server แล้วก็เขียนโปรแกรมจัดการกับ Database ของร้านได้ด้วยนะ

ชายคนนั้น : แล้วไอ้ตัวนั้นล่ะ ตัวที่มันนั่งเฉยๆอยู่ข้างหลังน่ะ

(ชี้ไปที่นกอีกตัว) มันทำอะไรได้บ้างล่ะ

คนขาย : ไอ้ตัวนั้นอ่ะนะ วันๆผมไม่เห็น มันทำอะไรเลย นอกจากแหกปากด่าไอ้สองตัวที่นั่งอยู่หน้าคอมอยู่นั่นแหละ ผมโคตรรำคาญมันเลยคุณ

ชายคนนั้น : แล้วมันราคาเท่าไหร่ล่ะ

คนขาย : 100,000 บาท

ชายคนนั้น : เฮ้ย ทำไมล่ะ

คนขาย : ผมก็ไม่รู้ แต่เห็นไอ้ 2 ตัวนั้น เรียกมันว่า หัวหน้า !!!

AIS กับ Dtac ก็จะขาย iPhone 3G เหมือนกัน




วงการไอที "จับตา" แอ๊ปเปิ้ล เตรียมจำกัดช่องทางขายไอโฟนในไทยผ่านช้อปมือถือเท่านั้น หลังเลือกทรูมูฟเป็นตัวแทนรายแรก


กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : แหล่งข่าวจากวงการไอที กล่าวว่า การที่แอ๊ปเปิ้ล ได้ลงนามกับทรูมูฟ ในสัญญาความร่วมมือเพื่อนำเข้าโทรศัพท์ไอโฟน 3จี มาทำตลาดในไทยเร็วๆ นี้ เป็นสัญญาณว่า แอ๊ปเปิ้ล อาจมอบสิทธิการทำตลาดผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ผ่านช่องทางจำหน่ายของผู้ให้บริการมือถือเท่านั้น โดยตัวแทนที่ทำตลาดผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ของแอ๊ปเปิ้ล ไม่ได้รับสิทธิเข้ามาทำตลาดร่วมในส่วนนี้


ขณะที่ แหล่งข่าวจาก บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ปัจจุบันทรูมูฟ ได้จัดตั้งทีมขึ้นมาทำตลาดไอโฟน 3จี โดยเฉพาะ เพื่อรองรับความร่วมมือดังกล่าวแล้ว


นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการ ผู้อำนวยการสายงานการตลาด บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับ ทรูมูฟ เป็นเพียงตัวแทนรายหนึ่งที่ได้รับสิทธิทำไอโฟน 3จีในไทย โดยไม่ได้รับสิทธิเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งในส่วนของบริษัท ก็อยู่ระหว่างเจรจากับแอ๊ปเปิ้ลเช่นกัน


ด้านนายแอนดรูว์ แม็คบีน รองประธานอาวุโส บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ดีลของแอ๊ปเปิ้ลกับทรูมูฟนั้น ไม่ได้เป็นวาระเร่งด่วน เนื่องจากการให้บริการ 3 จี จะเปิดขึ้นในปีหน้า ซึ่งดีแทค ก็อยู่ในขั้นตอนเจรจาเช่นกัน โดยจะคำนึงถึงปัจจัยด้านประสบการณ์ใช้งาน คุณภาพเครือข่าย และความคุ้มค่า (Value Proposition) ควบคู่ไปด้วย









อย่าง ไรก็ตาม โมเดลที่แอ๊ปเปิ้ลจะเข้ามาทำตลาดในไทย จะกำหนดราคาขายเครื่องไว้ค่อนข้างสูง เพราะไม่ได้ผูกติดเครื่องไปกับแอร์ไทม์ของผู้ใช้บริการ อย่างที่ทำในสหรัฐ ซึ่งบันเดิลไปกับค่าใช้บริการของเอทีแอนด์ที


อีกทั้ง ปัจจุบันมีไอโฟนที่เป็นเครื่องหิ้วในไทยกว่า 1 แสนเครื่อง ซึ่งบางส่วนก็ใช้ระบบของดีแทคอยู่แล้ว ทำให้การตัดสินใจต้องระมัดระวัง เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งให้กับผู้ใช้บริการด้วย


แหล่งข่าว จากวงการโทรคมนาคม กล่าวว่า เงื่อนไขการทำตลาดจากแอ๊ปเปิ้ล คาดว่าต้องมีการวางเงินมัดจำ และกำหนดราคาจำหน่ายเครื่องไว้สูงกว่า 2 หมื่นบาท ขณะที่ ตลาดเครื่องหิ้วราคาไอโฟน 3จี ความจุ 16 กิกะไบท์ ปัจจุบันราคา 29,000 บาทรวมค่าปล็ดล็อกแล้ว ส่วนราคาต่างประเทศ ที่ลูกค้าต้องทำเงื่อนไขผูกติดกับผู้ให้บริการมือถือเป็นเวลา 2 ปีจะอยู่ที่ 299 ดอลลาร์ หรือประมาณ 10,166 บาท


ดังนั้น ผู้ให้บริการมือถือในไทย คงต้องเจรจาจนกว่าจะได้รับเงื่อนไขที่เหมาะสมกับสภาพตลาดด้วย และต้องไม่มีความเสี่ยงสูงจนเกินไปโดยไม่จำเป็น


www.bangkokbiznews.com

11/15/08

การซื้อขายหรือการเก็งกำไรจากการขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex)

โดย นางสาววราภรณ์ เนาว์โนนทอง
กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง



หากกล่าวถึง “การซื้อขายหรือการเก็งกำไรจากการขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่าง ประเทศ (Forex) ” หลายคนอาจจะสงสัยว่าแท้จริงคือธุรกิจรูปแบบใด และการลงทุนในธุรกรรมดังกล่าวสามารถกระทำได้หรือไม่ นั้น


ตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 การทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ ต้องทำกับผู้ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เช่น ธนาคารพาณิชย์ เท่านั้น และปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังไม่เคยอนุญาตบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงินซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเงินทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งสามารถสรุปประเด็นในการทำธุรกรรมซื้อขายหรือเก็งกำไรฯ ดังกล่าวได้เป็น 2 กรณี ดังนี้



1. กรณีผู้ให้บริการอยู่ในประเทศไทย การทำธุรกรรมดังกล่าวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีความผิดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
2. กรณีผู้ให้บริการดังกล่าวอยู่ต่างประเทศ เมื่อบุคคลในประเทศต้องโอนเงินออกไปเพื่อชำระหนี้ตามธุรกรรมซื้อขายแลก เปลี่ยนเงิน จะไม่ได้รับอนุญาตให้โอนเงินออก และมีความผิดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย http://www.bot.or.th/bothomepage/index/index.asp



เนื่องจากกระทรวงการคลังได้ตระหนักในปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง และได้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 รวม 2 ฉบับ เพื่อให้กฎหมายครอบคลุมการกระทำความผิดและมีความชัดเจนมากขึ้น โดยฉบับที่สอง พ.ศ. 2545 นั้น เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันได้มีการหลอกลวงประชาชนให้นำเงินเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจ ซื้อขายเงินตราต่างประเทศหรือเก็งกำไร (Forex) ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนที่ถูกหลอกลวงแล้วยังเกิดความ เสียหายต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่บทบัญญัติของพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ในปัจจุบันไม่อาจใช้บังคับครอบคลุมแก่การกระทำดังกล่าวได้ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง ประชาชน และกำหนดให้การโฆษณาหรือประกาศ หรือการกระทำใด ๆ ให้ประชาชนนำเงินเข้ามาร่วมลงทุนลักษณะดังกล่าว เป็นความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนด้วย ประกอบกับสมควรเพิ่มเติมบทบัญญัติในเรื่องการคำนวณผลประโยชน์ตอบแทนความรับ ผิดของพนักงานหรือลูกจ้างของนิติบุคคลผู้กระทำความผิด ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษหนักขึ้นเมื่อมีการกระทำความผิดซ้ำและการเนรเทศ ผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นคนต่างด้าว รวมทั้งให้มีการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลเพื่อให้การปราบปรามผู้กระทำความ ผิดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


ผลจากการปรับปรุงแก้ไขพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 นี้ ทำให้บริษัทที่ทำธุรกิจ FOREX ลดความรุนแรงลงได้บ้าง แต่เนื่องจากปัจจุบันประเทศของเรากำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ รายได้ของประชาชนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ในขณะที่รายจ่าย ค่าครองชีพต่างๆ กลับสวนทางกัน โดยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นในการอุปโภคบริโภคหลักๆ อาทิ น้ำมัน ข้าวสาร เป็นต้น และด้วยเหตุผลเหล่านี้เองทำให้ปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ๆเกิด ขึ้น โดยหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ รูปแบบของธุรกิจที่เรียกว่า การซื้อขายหรือการเก็งกำไรจากการขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex)



บริษัทค้าเงินเถื่อนโดยทั่วไปจะลงทุนจัดตั้งบริษัทให้ดูน่าเชื่อถือ เพื่อลวงลูกค้าให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นบริษัทซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่ได้ รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยการแสดงใบอนุญาตอื่นๆที่ทางราชการออกให้ อาทิ แสดงใบอนุญาตจดทะเบียนบริษัทจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งโดยแท้จริงบริษัทเหล่านี้ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าว จากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย และวิธีการที่พบในปัจจุบันคือเว็บไซต์ที่เปิดขึ้นมาเพื่อทำการชักชวนให้ร่วม ลงทุนซื้อขายเงินดอลลาร์หรือมันนี่เกมส์ โดยให้สมัครสมาชิกลงทุนกับบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งทางอินเตอร์เน็ตซึ่งกล่าว อ้างว่านำเงินไปลงทุนในธุรกิจคาสิโน ตลาดเงินตลาดทุน อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไอทีขั้นสูงในต่างประเทศ และจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในอัตราที่สูง ประมาณ 2.5-3.0 % ต่อวัน ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินการลงทุน โดยต้องลงทุนขั้นต่ำเป็นเงิน 100 เหรียญสหรัฐ หรือ 3,800 บาท และจะได้รับอีก 10-15% ของเงินลงทุนหากสามารถชักชวนผู้อื่นให้มาเป็นสมาชิกและลงทุนกับบริษัทดัง กล่าว และจะโอนเงินเข้าบัญชีผู้ลงทุนวัน วันละ 85 บาท เป็นเวลา 100 วัน คิดเป็นเงิน 8,500 บาท ซึ่งในเวลาต่อมาผลตอบแทนก็จะลดลงเรื่อยๆจนกระทั่งไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนได้ ในที่สุด และบางครั้งอาจปิดเว็บไซต์หนีไป โดยที่ไม่สามารถเอาผิดกับใครได้ ซึ่งการลงทุนในรูปแบบดังกล่าวนอกจากจะมีความเสี่ยงสูงแล้ว ยังเป็นการลงทุนที่ในประเทศไทยไม่มีกฎหมายรองรับอีกด้วย



และหากท่านใดมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือหากได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนมาได้ที่ กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ถนนพระราม 6 แขวง สามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร 02-2739021 ต่อ 2627-35 หรือศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ 1359 หรือส่งจดหมายมาได้ที่ ตู้ ปณ.1359 ปณจ. บางรัก กรุงเทพฯ 10500 หรือทางเวบไซต์ http://www.mof.go.th/fincrime2004/

How I Work: Bill Gates

Not much of a paper chase for Microsoft's chairman, who uses a range of digital tools to do business.
Bill Gates, chairman and chief software architect, Microsoft, U.S.A.
April 7, 2006: 5:17 PM EDT


NEW YORK (FORTUNE) - It's pretty incredible to look back 30 years to when Microsoft (Research) was starting and realize how work has been transformed. We're finally getting close to what I call the digital workstyle.


If you look at this office, there isn't much paper in it. On my desk I have three screens, synchronized to form a single desktop. I can drag items from one screen to the next. Once you have that large display area, you'll never go back, because it has a direct impact on productivity.












The screen on the left has my list of e-mails. On the center screen is usually the specific e-mail I'm reading and responding to. And my browser is on the right-hand screen. This setup gives me the ability to glance and see what new has come in while I'm working on something, and to bring up a link that's related to an e-mail and look at it while the e-mail is still in front of me.


At Microsoft, e-mail is the medium of choice, more than phone calls, documents, blogs, bulletin boards, or even meetings (voicemails and faxes are actually integrated into our e-mail in-boxes).


I get about 100 e-mails a day. We apply filtering to keep it to that level—e-mail comes straight to me from anyone I've ever corresponded with, anyone from Microsoft, Intel, HP, and all the other partner companies, and anyone I know. And I always see a write-up from my assistant of any other e-mail, from companies that aren't on my permission list or individuals I don't know. That way I know what people are praising us for, what they are complaining about, and what they are asking.


We're at the point now where the challenge isn't how to communicate effectively with e-mail, it's ensuring that you spend your time on the e-mail that matters most. I use tools like "in-box rules" and search folders to mark and group messages based on their content and importance.


I'm not big on to-do lists. Instead, I use e-mail and desktop folders and my online calendar. So when I walk up to my desk, I can focus on the e-mails I've flagged and check the folders that are monitoring particular projects and particular blogs.


Outlook also has a little notification box that comes up in the lower right whenever a new e-mail comes in. We call it the toast. I'm very disciplined about ignoring that unless I see that it's a high-priority topic.


Staying focused is one issue; that's the problem of information overload. The other problem is information underload. Being flooded with information doesn't mean we have the right information or that we're in touch with the right people.


I deal with this by using SharePoint, a tool that creates websites for collaboration on specific projects. These sites contain plans, schedules, discussion boards, and other information, and they can be created by just about anyone in the company with a couple of clicks.


Right now, I'm getting ready for Think Week. In May, I'll go off for a week and read 100 or more papers from Microsoft employees that examine issues related to the company and the future of technology. I've been doing this for over 12 years. It used to be an all-paper process in which I was the only one doing the reading and commenting. Today the whole process is digital and open to the entire company.


I'm now far more efficient in picking the right papers to read, and I can add electronic comments that everyone sees in real time.


Microsoft has more than 50,000 people, so when I'm thinking, "Hey, what's the future of the online payment system?" or "What's a great way to keep track of your memories of your kid?" or any neat new thing, I write it down. Then people can see it and say, "No, you're wrong" or "Did you know about this work being done at such-and-such a place?"


SharePoint puts me in touch with lots of people deep in the organization. It's like having a super-website that lets many people edit and discuss—far more than the standard practice of sending e-mails with enclosures. And it notifies you if anything comes up in an area you're interested in.


Another digital tool that has had a big effect on my productivity is desktop search. It has transformed the way I access information on my PC, on servers, and on the Internet. With larger hard drives and increasing bandwidth, I now have gigabytes of information on my PC and servers in the form of e-mails, documents, media files, contact databases, and so on.


Instead of having to navigate through folders to find that one document where I think a piece of information might be, I simply type search terms into a toolbar and all the e-mails and documents that contain that information are at my fingertips. The same goes for phone numbers and email addresses.


Paper is no longer a big part of my day. I get 90% of my news online, and when I go to a meeting and want to jot things down, I bring my Tablet PC. It's fully synchronized with my office machine so I have all the files I need. It also has a note-taking piece of software called OneNote, so all my notes are in digital form.


The one low-tech piece of equipment still in my office is my whiteboard. I always have nice color pens, and it's great for brainstorming when I'm with other people, and even sometimes by myself.


The whiteboards in some Microsoft offices have the ability to capture an image and send it up to the computer, almost like a huge Tablet PC. I don't have that right now, but probably I'll get a digital whiteboard in the next year. Today, if there's something up there that's brilliant, I just get out my pen and my Tablet PC and recreate it.


Days are often filled with meetings. It's a nice luxury to get some time to go write up my thoughts or follow up on meetings during the day. But sometimes that doesn't happen. So then it's great after the kids go to bed to be able to just sit at home and go through whatever e-mail I didn't get to. If the entire week is very busy, it's the weekend when I'll send the long, thoughtful pieces of e-mail. When people come in Monday morning, they'll see that I've been quite busy— they'll have a lot of e-mail.

Bill Gates


ไปแอบดูห้องทำงานของ Bill Gates กันไม๊

เมื่อหลายปีที่แล้วหากใครยังจำหนัง HollyWood เรื่องที่ทำให้บรรดา IT หนุ่มๆฝันอยากเป็นอย่างเขาบ้างนั่นก็คือเรื่อง Anti Trust ที่เป็นหนังแนว IT ซึ่งเสียดสีชิวิตของ Bill Gate เล็กๆน้อยแบบหยิกคันๆ ทั้งเรื่องของ Open Source ของโปรแกรมเอย หน้าตาของตัวโกงที่พยายามจะเลียนแบบบุคลิค ของ Bill Gate และห้องทำงานหรูฟู่ฟ่าด้วยเครื่องมือ IT ชั้นนำ ทำให้หลายๆคนมองว่าห้องทำงานของเฮีย Bill Gate แห่งไมโครซอฟท์ ต้องหรูเริ่ดแบบในหนังแน่ๆ แต่ในความเป็นจริงค่อนข้างแตกต่าง ไม่น่าเชื่อว่าห้องทำงานของ Bill Gate จะดูค่อนข้างธรรมดา อาจจะดูธรรมกว่าบรรดา CEO ในเมืองไทยเสียอีก


ไหนๆก็ไหนๆแล้วผมขอเล่าการทำงานของ Bill Gate บุคคลที่ทั่วโลกจับตามองกันหน่อยดีกว่าว่า อาเฮียแกมีวิธีการทำงานอย่างไรและมีเครื่องมือเครื่องไม้อะไรบ้างในการทำมา หากินจนร่ำรวยเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกเบี๊ยวๆใบนี้ และเมื่อวานนี้เอง Bill Gate ก็ได้เล่าชีวิตวิธีการทำงานของเขาลงในเว็บไวด์ CNN ซึ่งก็น่าสนใจมากครับ


บนโต๊ะทำงานของ Bill Gate เรียกได้ว่าจะมองหากระดาษสักแผ่นค่อนข้างยากเพราะเขาแทบไม่ใช้กระดาษเลย บนโต๊ะทำงาน Bill Gate หลักๆจะมีจอ LCD จอแบนยี่ห้ออะไรก็ไม่อาจจะทราบได้อยู่ 3จอ ขนาดประมาณ 19 นิ้ว ทำงานด้วยเครื่อง Desktop เพียงเครื่องเดียวแต่ต่อผ่านสามจอ ส่วน OS ที่ใช้ไม่ได้บอกเอาไว้เดาว่าน่าจะเป็น Windows XP หรือไม่ ก็ Vista ตัวใหม่ แต่ที่แน่ๆคงไม่ใช่ Mac Tiger หรอกครับถ้าใช้ Mac สงสัยตา จ๊อบได้หัวเราะฟันร่วงแน่ๆ จอซ้ายเป็นรายการ email ต่างๆ จอกลางเป็นตัวเนื้อหาเมลซึ่งจะเอาไว้อ่านและตอบกลับหรือส่งต่อ และจอขวาเป็นเบราว์เซอร์


ที่ไมโครซอฟท์การติดต่อสื่อสารในองค์กรจะใช้การติดต่อผ่าน email เป็นสำคัญมากกว่าจะใช้การติดต่อผ่านทางโทรศัพท์หรือ note บนกระดาาต่างๆ
Gate บอกว่าได้เมลที่ผ่านการสกรีนแล้ววันละประมาณ 100 ฉบับ และการทำงานในไมโครซอฟท์นั้นอีเมลเป็นหลักกว่าสื่อชนิดอื่น ดังนั้นโปรแกรมการจัดกาด้าน email สำหรับ Bill gate ถือว่าค่อนข้างสำคัญมากเขาผูกชิวิตการทำงานไว้กับโปรแกรม email เป็นหลักเพราะนั่นคือช่องทางสื่อสารที่ Bill Gates ใช้บ่อยมากที่สุดในแต่ละวัน มีการทำงานคล้ายๆกับ MS Outlook ที่เราใช้ๆกันไม่ว่าจะเป็นการ filter ดูข้อมูลต่างๆ และ Flag หรือปักหมุด email ที่สำคัญต่างๆ


โปรแกรมอย่างอื่นที่ Bill Gate ใช้คือ SharePoint ในการติดตามโครงการต่างๆโปรแกรมตัวนี้จะเป็นโปรแกรมเครื่องมือในการจัดการส ร้างเว็บไซด์โครงการต่างๆได้อย่างง่ายๆเพื่อใช้ประสานงานีระหว่างผู้ที่รับ ผิดชอบในโครงการนั้นๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตารางเวลา และผู้รับผิดชอบในส่วนต่างๆเพื่อการตรวจสอบได้อย่างใกล้ชิดและเจ้าโปรแกรม ตัวนี้มันสามารถสร้างได้ง่ายเพียงด้วยการ คลิกไม่กี่ทีก็ออกมาเป็นเว็บไซด์ได้แล้ว สำหรับ SharePoint หากจะว่าไปแล้วมันก็เหมือนกับเว็บบอร์ดขององค์กรนั่นหละครับเมื่อ Bill Gates มีความคิดเห็นอะไรหรือยากทราบความเห็นอะไรเขาก็จะเขียนลงใน SharePoint แล้วก็จะมีคนอื่นๆเข้ามาให้ความคิดเห็นต่างๆนานารวมทั้งข้อเสนอแนะรวมถึง ข้อมูลต่างๆที่อาจจะเป็นประโยชน์โดยยังยึดตามผังของโครงการต่างๆเป็นหลัก นับว่าน่าสนใจมากนะครับหากบริษัทไหนที่มีคนเยอะๆก็น่าจะลองทำแบบ อินทราเน็ตในองค์กรขึ้นมาเพื่อแชร์ไอเดียกัน


Tool อีกอย่างหนึ่งที่ Bill gates ชอบใช้ก็คือ Desktop Search ซึ่งเขาจะสามารถค้นหาข้อมูลต่างที่เขาต้องการได้เพียงปลายนิ้วไม่ว่าจะเป็น Information ต่างๆหรือไฟล์งานซึ่งส่วนมากก็จะมาจาก email ที่เขาเก็บไว้นั่นเอง โดยสามารถเรียกดูข้อมูลได้อย่างรวดเร็วซึ่ง Bill Gates เองบอกว่าเขามีข้อมูลมากเป็น Gigabyte สำหรับข้อมูลส่วนตัวในการค้นหา


เรียกได้ว่าในองค์กรของ ไมโครซอฟท์ปัจจุบันแทบจะไม่ต้องใช้กระดาษกันเลยทุกอย่างเป็นดิจิทัลกันหมด ไม่ว่าจะข่าวและข้อมูลต่างๆสามารถหาได้ในโลกดิจิทัล ส่วนเครื่องมือหลักที่ Bill Gates ใช้มากที่สุดในการเป็นอุปกรณ์พกพาส่วนตัวในการทำงานก็คือ Tablet PC ซึ่งไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จในตลาดเท่าที่ควร ตอนนี้เลยกลายเป็น UMPC อุปกรร์ชิ้นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไป Tablet PC ที่ใช้จะเชื่อมกับเซิร์ฟเวอร์ในไมโครซอฟท์ตลอดเวลา และใช้ OneNote ในการจดไอเดียต่างๆ


สำหรับอุปกรณ์โลเทคอย่างเดียวในห้องของเค้าคือไวท์บอร์ด โดยจะเลือกใช้ปากกาแบบเกรดดีหน่อยและสีสวยๆซึ่งเค้าบอกว่าปีหน้าจะเปลี่ยน เป็นไวท์บอร์ดดิจิทัลเสียที


แหม่!! ดูแล้วมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกหลายปีซ้อน ห้องทำงานเขาเองก็ไม่ได้หรูหราอะไรมากมายอย่างที่เราๆคิดกันแต่แรก แต่สรุปแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานยุคดิจิตัลก็คือ Email นั่นเอง ไม่อยากจะโม้เลย ไงก็ขอโม้บ้างเสียหน่อยผมเองก็มองความสำคัญเรื่อง email เหมือนกันครับผมไม่เคยลบ email ทิ้งเป็นเวลาเกือบจะเจ็ดปีแล้ว ตอนนี้ข้อมูล email ที่เก็บไว้ก็ประมาณ 1 GB โดยไม่มี email ขยะมาเกี่ยวข้องเพราะลบทิ้งไปหมด Email หลายๆคนอ่านแล้วลบทิ้ง แต่นั่นหละครับมันคือข้อมูลชั้นดีที่อาจจะมีประโยชน์กับเราในอนาคต ผมเคยติดต่องานกับลูกค้าระดับที่เรียกว่าเป็นคนสำคัญท่านหนึ่ง แกเคย email มาหาผมในช่วงแรกตอนทำเว็บใหม่ๆหลังจากนั้นก็หายไปกว่า 4 ปีแล้วก็นัดพบกัน ก่อนไปพบผมเองก็ search ข้อมูลจาก inbox ใน MS outlook ดูว่าเราเคยคุยอะไรกับเขามาบ้างหรือไม่ซึ่งก็เจอข้อมูลนั้นจริงๆ และในเวลาที่มีการพบปะกันก็ได้อ้างถึงเรื่องราวในอดีตที่เขาเคย email มาหาผม ซึ่งก็ได้เล่าข้อมูลได้อย่างถูกเป๊ะ ก็เป็นการสร้างความประทับใจให้กับเขาไปโดยปริยาย ( แต่ที่ไหนได้มันมาจาก inbox ของผมต่างหาก ) ดังนั้น email คือหัวใจสำคัญในการทำงานนะครับ เก็บมันไว้บ้างหากไม่คิดว่าจะเกะกะ Hard Disk


ดูในภาพเฮีย Bill Gates แกหน้าแก่ไปเยอะเลยนะผมว่า สงสัยมัวแต่ปราบ bug ใน Windows Vista หรือเปล่าก็ไม่ทราบ ดูไปดูมา ผมว่า Bill Gates ท่าทางเป็นคนไม่ค่อยจะสุรุ่ยสุร่ายเท่าไรเลย น่าเอาเป็นตัวอย่างนะครับ


Source : http://www.mrpalm.com/list3.php?cont_id=212

http://money.cnn.com/2006/03/30/news/newsmakers/gates_howiwork_fortune/#TOP

Case Study - Amazon.com

e-Commerce ในธุรกิจจริง [e-Commerce Case Study]

Amazon.com
(ร้านขายหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก)

1. ข้อมูลเบื้องต้น

Amazon.com, Inc (www.amazon.com) เป็นร้านขายหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก บริษัทเริ่มดำเนินการ
ตั้งแต่ปี 1995 จากการขายหนังสือและขยายไปสู่สินค้าอื่นๆ เช่น ซีดี ดีวีดี วิดีโอเทป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น
และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้บริษัทได้ขยายสู่ธุรกิจประเภทอื่น เช่น ตลาดประมูลสินค้าหายากและ
ของสะสมต่างๆ ในปัจจุบันบริษัทมีรายชื่อหนังสือ เพลง ดีวีดี วิดีโอเทป เครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่น เกมส์ และโปรแกรม
คอมพิวเตอร์ขายรวมกันมากกว่า 1.8 หมื่นล้านรายการ Amazon ยังขยายธุรกิจไปในต่างประเทศอีก 4 ประเทศ
คือ อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น

ในปี 1999 บริษัทมีลูกค้ามากกว่า 17 ล้านรายกระจายอยู่ในประเทศต่างๆ มากกว่า 150 ประเทศ และมีรายได้จาก
การประกอบธุรกิจถึง 1.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 610 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ 148 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ในปี 1998 และ 1997 ตามลำดับ

สินค้าของ Amazon ที่มีการซื้อขายมาก ได้แก่ หนังสือ ซีดีเพลง ดีวีดี วิดีโอเทป เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอม
พิวเตอร์ ตุ๊กตา ของเล่น ของที่ระลึก เครื่องแก้ว เครื่องประดับ และอื่นๆ

2. ขั้นตอนในการประกอบธุรกิจ

ลูกค้าสามารถใช้เว็บไซต์ของ Amazon ในการสืบค้นรายชื่อสินค้า ราคา ผู้แต่ง สำนักพิมพ์ และข้อมูลอื่นๆ
โดยยังไม่ต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิก อย่างไรก็ตามลูกค้าอาจเลือกที่จะลงทะเบียนเป็นสมาชิกของ Amazon เลย
เพื่อประโยชน์ต่างๆ เช่น การได้รับส่วนลดพิเศษ และได้รับข้อมูลหนังสือและสินค้าอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจ เป็นต้น

ขั้นตอนการซื้อหนังสือผ่าน Amazon มีดังต่อไปนี้

  1. เมื่อลงทะเบียนเป็นสมาชิกของ Amazon แล้ว ลูกค้าสามารถสืบค้นสินค้าต่างๆ ตามที่ต้องการ
  2. เมื่อพบสินค้าที่ต้องการ ลูกค้าสามารถที่จะดูข้อมูลเบื้องต้นของสินค้า เช่น ผู้แต่ง ราคา สารบัญ คำนำ
    บทวิจารณ์ และสำนักพิมพ์ เป็นต้น
  3. เมื่อลูกค้าตกลงใจที่จะซื้อสินค้าโดยการเลือกสินค้าใส่ตะกร้า (Add to Cart) ลูกค้าจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว
    อย่างไรก็ตามลูกค้าที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกอยู่แล้ว ไม่ต้องให้ข้อมูลในส่วนนี้เพิ่มเติมอีก
  4. เมื่อได้ข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วนแล้ว บริษัทจะแสดงราคารวมทั้งหมดซึ่งรวมค่าส่ง (Shipping and Handling)
    และภาษี (Tax) โดยลูกค้าที่อยู่ในต่างประเทศไม่ต้องเสียภาษี หลังจากนั้นลูกค้าจะต้องกรอกหมายเลขบัตรเครดิต
  5. เมื่อลูกค้าชำระเงินเรียบร้อยแล้ว บริษัทจะแจ้งรหัสการสั่งสินค้าให้แก่ลูกค้า เพื่อใช้อ้างอิงในการติดตาม
    ความก้าวหน้าของการสั่งซื้อสินค้าและจัดส่งสินค้า
  6. เมื่อได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าแล้ว ข้อมูลคำสั่งซื้อดังกล่าวจะถูกส่งให้ศูนย์กระจายสินค้าของ Amazon ซึ่งจะเป็น
    ผู้จัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า โดยการจัดส่งสินค้าจะใช้บริการจากบริษัทขนส่งพัสดุต่างๆ เช่น บริษัท UPS และ
    ไปรษณีย์สหรัฐฯ เป็นต้น
  7. ในกรณีที่ศูนย์กระจายสินค้าไม่มีสินค้าอยู่ในคลังสินค้า ข้อมูลการสั่งซื้อจะถูกส่งอย่างอัตโนมัติไปยัง
    ซัพพลายเออร์ซึ่งเป็นบริษัทค้าส่งหนังสือรายใหญ่ เช่น InGram ให้จัดส่งสินค้าโดยตรงให้แก่ลูกค้า

3. การประกอบการ

Amazon ใช้เทคโนโลยีของ Oracle ทั้งโปรแกรมประยุกต์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำเว็บไซต์ (Web Application)
ฐานข้อมูล (Database) การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource) และโปรแกรมบริหารระบบการเงิน (Finance)

4. จุดเด่นในการประกอบธุรกิจ

รายได้หลักของบริษัทในปัจจุบันมาจากการขายสินค้า ค่าโฆษณาและการส่งเสริมการขายของบริษัทอื่นๆ
ค่าธรรมเนียมจากการประมูลสินค้า และดอกเบี้ยที่ได้รับจากเงินขายสินค้าก่อนจ่ายให้ผู้ค้าส่ง (Wholesaler)

ตารางที่ 1 ผลการประกอบการของ Amazon ระหว่างปี 1997-1999

หน่วย: พันดอลลาร์สหรัฐฯ

. ปี 1999 ปี 1998 ปี 1997
รายได้รวม 1,639.84 609.82 147.79
ต้นทุนสินค้า 1,349.19 476.16 118.97
กำไรขั้นต้น 290.65 133.66 28.82
ค่าใช้จ่ายในด้านการตลาด 413.15 132.65 40.08
ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี 159.72 46.42 13.38
ค่าใช้จ่ายด้านการจัดการ 70.14 15.62 6.74
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 253.38 48.02 1.21
รวมค่าใช้จ่าย 896.40 242.72 61.41
กำไร/(ขาดทุน) จากการดำเนินงาน (605.75) (109.06) (32.60)
รายได้/(รายจ่าย) อื่นๆ (114.21) (15.49) 1.58
กำไร/(ขาดทุน) สุทธิ (719.96) (124.55) (31.02)
ที่มา: คณะกรรมการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (Security Exchange Commission)

ข้อสังเกตจากผลประกอบการข้างต้นก็คือ แม้ว่า Amazon จะมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น
ก็ตาม บริษัทกลับมียอดขาดทุนสุทธิสูงขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นผลเนื่องมาจากการที่บริษัทขยายกิจการเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีก
ออนไลน์อื่นๆ เช่นธุรกิจของเล่น และเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ซึ่งต้องลงทุนสูงในการสร้างคลังสินค้า แรงกดดัน
ที่ทำให้บริษัทต้องขยายกิจการเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าวเนื่องมาจากต้องการที่จะขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงที่อัตราการขยาย
ตัวของตลาดค้าปลีกหนังสือออนไลน์เริ่มชะลอตัวลง นักลงทุนไม่น้อยคิดว่าโมเดลพื้นฐานในการประกอบธุรกิจของ
บริษัทยังคงถูกต้องอยู่ แต่ต้องอาศัยเวลาในการทำกำไร โดย Amazon ให้สัญญาแก่นักลงทุนว่าจะสามารถทำกำไร
ได้ภายในปี 2001

5. จุดเด่นในการประกอบธุรกิจ

จุดเด่นของ Amazon คือการใช้กลยุทธ์ด้านราคาในการขายหนังสือถูกกว่าร้านหนังสือทั่วไป โดยทุกๆ วันบริษัทจะ
ลดราคา 50% สำหรับหนังสือที่ติดอันดับขายดีของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ (New York Times Best Sellers)
และลดราคา 40% สำหรับหนังสืออีกหลายร้อยเล่ม

อย่างไรก็ตาม ลำพังกลยุทธ์ทางราคาจะทำให้การแข่งขันทวีความรุนแรงขึ้นซึ่งเป็นผลเสียแก่บริษัทเอง กลยุทธ์ที่สำคัญ
อีกประการหนึ่งที่บริษัทใช้คือการให้บริการลูกค้า (customer service) ที่เป็นเลิศ ซึ่งช่วยสร้างความภักดีของลูกค้า
ในการซื้อสินค้าจากบริษัท ตัวอย่างของบริการดังกล่าวได้แก่

  1. การสร้างความรู้สึกเหมือนได้เลือกซื้อหนังสือในร้านค้าจริง โดย Amazon จะให้รายละเอียดต่างๆ ของหนังสือ
    มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น คำนำ ผู้แต่ง สำนักพิมพ์ ปีที่ผลิต จำนวนหน้า เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทยังให้บริการ
    ที่หาไม่ได้ในร้านหนังสือทั่วไป เช่น การจัดอันดับหนังสือทุกเล่ม บทวิจารณ์หนังสือของลูกค้า ตลอดจนบริการอื่นๆ
    ซึ่งช่วยสร้างความภักดีของลูกค้าต่อบริษัทเช่น บริการห่อของขวัญและการส่งบัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์
  2. การแนะนำหนังสือให้แก่ลูกค้า โดยบริษัทจะใช้ข้อมูลความสนใจของลูกค้าไปเปรียบเทียบกับกลุ่มลูกค้าที่มีความ
    สนใจที่คล้ายคลึงกัน แล้วใช้ผลการเปรียบเทียบดังกล่าวแนะนำหนังสือที่ตรงกับรสนิยมในการอ่านของลูกค้า ซึ่งช่วย
    เพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทยังให้ลูกค้าสามารถเลือกหนังสือที่ตนต้องการได้รับเป็น
    ของขวัญจากผู้อื่นในเทศกาลต่างๆ (Wish List) ซึ่งเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งในการทำการตลาด
  3. การสร้างความสะดวกและรวดเร็วในการซื้อหนังสือ โดยสามารถค้นหาหนังสือจากรายชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง
    หรือคำสำคัญ (Key Word) อื่นๆที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้บริษัทยังพัฒนาระบบการสั่งซื้อที่เรียกว่า 1-Click Buying
    ซึ่งทำให้สามารถสั่งชื้อสินค้าได้โดยการคลิกเพียง 1 ครั้ง ก่อนการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ลูกค้าจะต้องลงทะเบียน
    เพื่อขอใช้บริการและสร้างบัญชีส่วนตัว โดยให้รายละเอียดต่างๆที่จำเป็น เช่น สถานที่ส่งสินค้า ผู้รับ วิธีการจ่ายเงิน
    วิธีการส่งสินค้า และข้อมูลอื่นๆให้เรียบร้อย หลังจากนั้นลูกค้าก็เพียงแต่ระบุผู้รับและสั่งซื้อหนังสือเท่านั้น
    ในกรณีที่ลูกค้าต้องการส่งของขวัญให้แก่ผู้อื่นและทราบเฉพาะอีเมล์ของผู้รับ ลูกค้ายังคงสามารถใช้บริการ 1-Click ได้
    โดยบริษัทจะติดต่อกับผู้รับเพื่อสอบถามที่อยู่ของผู้รับ
  4. การให้บริการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ทั้งทางอีเมล์และทางโทรศัพท์ นอกจากนี้ในกรณี
    ที่ลูกค้าไม่พอใจในหนังสือ บริษัทจะรับคืนหนังสือดังกล่าวภายใน 30 วัน

6. ปัจจัยในความสำเร็จ

แม้ว่า Amazon ยังไม่สามารถทำกำไรได้ในปัจจุบัน บริษัทก็สามารถขยายธุรกิจและเพิ่มยอดขายจากปัจจัยดังต่อไปนี้ คือ

  1. การมีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักทั่วไป ชื่อเสียงของ Amazon เกิดจากปัจจัยหลายประการประกอบกันเช่น การเป็นผู้บุกเบิก
    ในตลาดดังกล่าว การลงทุนโฆษณาผ่านสื่อทั่วไปและสื่อออนไลน์ และการจำหน่ายหนังสือในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด
  2. การมีพันธมิตรทางการค้าที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการขายและการบริการลูกค้าที่มีประสิทธิภาพทั้ง
    พันธมิตรที่เป็นผู้ค้าส่งหนังสือ และผู้จัดส่งสินค้า เนื่องจากบริษัทต้องพึ่งพาพันธมิตรเหล่านี้ในการจัดหาและนำส่งสินค้า
    ให้กับลูกค้า
  3. การบริหารคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถรองรับการสั่งซื้อสินค้าในช่วงฤดูกาลต่างๆ เช่น ช่วงคริสต์มาส
    ซึ่งมีการสั่งซื้อเข้ามามาก Amazon พยายามลดความเสี่ยงในเรื่องของสินค้าขาดมือด้วยการซื้อสินค้าโดยตรงจาก
    โรงงานเพิ่มขึ้นเป็น 30% ของมูลค่าการซื้อทั้งหมด จากเดิมที่เคยซื้อจากผู้ค้าปลีกเพียง 3 บริษัทเท่านั้น

7. ธุรกิจอื่นๆ ที่มีโมเดลคล้ายกัน

บริษัทอื่นที่มีโมเดลในการทำธุรกิจค้าปลีกหนังสือเช่นเดียวกับ Amazon ได้แก่ Barnes & Noble (www.bn.com)
Borders (www.borders.com) ซึ่งเดิมเป็นร้านขายหนังสือทั่วไปที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก หรือ
BestWebBuy (www.bestwebbuys.com) ซึ่งเป็นร้านขายหนังสือออนไลน์เช่นเดียวกันกับ Amazon
ตัวอย่างธุรกิจค้าปลีกหนังสือในต่างประเทศ เช่น WaterStones (www.waterstones.co.uk) ซึ่งเป็นร้านขายหนังสือของอังกฤษ

8. โอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทย

ในปัจจุบันมีร้านค้าปลีกหนังสือออนไลน์ในประเทศไทยแล้วอย่างน้อย 2 แห่งคือ ไทยอะมาซอน ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น
AR4U (www.ar4u.com) และ ศูนย์หนังสือจุฬาฯ (www.cubook.com)

อย่างไรก็ตาม จุดเด่นในการประกอบธุรกิจของ Amazon โดยเฉพาะจุดเด่นในการให้บริการลูกค้า สามารถประยุกต์ได้กับธุรกิจ
ค้าปลีกออนไลน์อื่นๆ เนื่องจากร้านค้าปลีกออนไลน์ในประเทศไทยเกือบทั้งหมดยังมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถปรับบริการให้
สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้

เอกสารอ้างอิงและที่มา

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...
There was an error in this gadget

Followers

Follow by Email

Tags

Tips (218) News (216) Knowledges (150) Google (149) Web Development (46) Funny (44) Internet (39) eBay (34) SEO (28) Sweden (26) Free (23) Mobile Phones (23) Apple (22) Thailand Post (22) E-Commerce (21) Google AdSense (21) IT (21) Software (21) iPhone (21) ไปรษณีย์ไทย (21) Facebook (20) Jobs (20) Opensource (20) Android (19) Forward Mail (19) Google AdWords (19) ไปรษณีย์ (19) Microsoft Windows (18) IKEA (17) Microsoft Office (17) DTAC (16) Google Analytics (16) Google Apps (16) Ubuntu (16) Firefox (14) Microsoft (14) Phishing (14) Bangkok (13) Kasikorn Bank (13) Security (13) บทความดีๆ (13) Google Chrome (12) WordPress (12) Bank (11) Domain Name (11) Seminar (11) Gmail (10) Google Maps (10) Joomla (10) Scripts (10) Ads (9) Bangkok Bank (9) Coupon (9) Paypal (9) Twitter (9) Business (8) Doogle (8) Download (8) IKEA Bangkok (8) IKEA Thailand (8) Javascript (8) Linux (8) Thailand (8) Toyota (8) Web 2.0 (8) Website (8) World Cup 2010 (8) Yahoo (8) ASEAN (7) BTS (7) Books (7) CSS (7) E-Banking (7) Email (7) GoDaddy (7) Internet Banking (7) Olympic 2008 (7) Swedish (7) Youtube (7) ภาพลวงตา (7) 3G (6) AEC (6) AIS (6) Amazon (6) Google Logo (6) Google Translate (6) IKEA Bangna (6) Jaturamitr (6) Sigve Brekke (6) Technology (6) Telenor (6) bcc (6) ซิกเว่ เบรกเก้ (6) ซิคเว่ เบรคเก้ (6) Browsers (5) Doodle (5) Education (5) Hotmail (5) Joke (5) Kbank (5) Norway (5) Office (5) Social Media (5) Steve Jobs (5) Thai King (5) True Move (5) Web Standard (5) iPad (5) iPod (5) ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (5) รถไฟฟ้าBTS (5) ABAC (4) Affiliates (4) Apps (4) DBD (4) EMS (4) English (4) Google Docs (4) Google Thailand (4) Happy New Year (4) Hi5 (4) Hybrid (4) IE (4) Information (4) Make Money (4) PHP (4) Panda (4) Payment (4) Photoshop (4) SMS (4) Skype (4) Social Network (4) TPS (4) jQuery (4) รถจดประกอบ (4) ลดน้ำหนัก (4) Ajax (3) Bicycle (3) Bike (3) Birthday (3) Blogger (3) Brands (3) Bualuang iBanking (3) Central (3) Certificate (3) China (3) Credit card (3) Design (3) Flood (3) Google Office (3) Groupon (3) HTML (3) Happy Birthday (3) Icon (3) Lazada (3) Leadership (3) Manufacturing Production System (3) Marketing (3) Mobile Banking (3) Monorail (3) Movie (3) Notebook (3) Online Payment (3) Prototype js (3) Search Engine (3) Slide (3) Sports (3) Toyota Production System (3) Training (3) Wifi (3) iPad2 (3) iPhone 5 (3) ค่าจอดรถ (3) น้ำท่วม (3) บัตรประชาชน (3) พม่า (3) ภาษี (3) รถคันแรก (3) ลดความอ้วน (3) ลดต้นขา (3) สวีเดน (3) หุ้น (3) เพื่อน (3) 1-2-CALL (2) 2012 (2) ATM (2) AdSense for domains (2) Airport (2) Amadeus (2) Angry Birds (2) April Fools (2) Bing (2) Black Friday (2) Blackberry (2) Blog (2) CEO (2) CMS (2) Canon (2) Christmas (2) Co-Creation (2) Coke (2) Condo (2) Cool (2) DOS (2) Dhamma (2) E-Business (2) Ebates (2) Evernote (2) Fashion (2) Fellowship (2) Flash (2) Freelance (2) Games (2) Go Online (2) Google Bar (2) Google Buzz (2) Google Chrome Thailand (2) Google Search (2) Google Wave (2) Google Zeitgeist (2) Google+ (2) Hack (2) Hostgator (2) IE6 (2) Instant WordPress (2) Jailbreak (2) K-Merchant on mobile (2) K-Payment Gateway (2) Kaizen (2) Khao Yai (2) King (2) King of Thailand (2) Krungsri (2) LINE (2) Language (2) Logispost (2) Logo (2) MBA (2) MRT (2) MSN (2) Mesothelioma (2) Microsoft Word (2) New Year (2) Outlook (2) PSD (2) Paul Octopus (2) PocketPC (2) Putty (2) QR Code (2) Rabbit Card (2) Ranking (2) Resume (2) SMEs (2) Sense-making (2) Settrade (2) Song (2) Spotify (2) Starbucks (2) Sticker (2) Suvarnabhumi (2) Templates (2) Thaksin (2) The Asbestos Test (2) The Golden Jubilee (2) Time (2) Top 10 (2) Toyota Prius (2) Usability (2) VISA (2) Video (2) Virus (2) VoIP (2) Volvo (2) Wallpaper (2) Web Hosting (2) Webinar (2) Wedding (2) WhatsApp (2) Windows 8 (2) WordPress Multisite (2) Zeitgeist (2) instagram (2) ขายบ้าน (2) ข้าวโอ๊ต (2) ความรัก (2) ตับอักเสบ (2) นาธาน (2) บัตรประชาชนหมดอายุ (2) บุตรบุญธรรม (2) รถไฟฟ้าบีทีเอส (2) วันหยุด (2) สาธุ (2) อันดับ (2) อาหารและเครื่องดื่ม (2) เขาใหญ่ (2) โฆษณา (2) โลจิสโพสต์ (2) ใบขับขี่ (2) "The world map of social networks" (1) #WeLoveKing (1) #jj_forum (1) +1 (1) 10100 (1) 11/11 (1) 18 มงกุฎ (1) 2bbit (1) 4G (1) 4shared (1) 8.9 Quake (1) 80s (1) ABTC (1) API (1) ASUS (1) AVOS (1) AWeber (1) AYF (1) Abbreviations (1) Abhisit (1) Adobe (1) Adobe CS3 Web Design - Workflow (1) Adsl (1) Agoda (1) Air Asia (1) Airport Link (1) Almería (1) Amazeballs (1) Amazing Thailand (1) Amit Singhal (1) AmitSinghal (1) Android 3.0 (1) AnyID (1) Appointment slots (1) Asbestos (1) Asia (1) Asian (1) Asian Martial Arts (1) Atari (1) Auctiva (1) Australia (1) Autopatcher (1) Ayutthaya (1) BIS (1) Bangchak Green Station (1) Bangkok Eye (1) Bangna (1) Bank Note (1) Bank of Thailand (1) Beer (1) Benchmarking (1) Bhuddism (1) Big Mac (1) Bloomberg (1) Blue Ocean (1) Bosch (1) Bridge (1) Brushes (1) Bryant Park (1) Bug (1) Bungkan (1) Burma (1) Business Intelligence (1) Button (1) CC (1) CC Salon (1) CDN (1) CERN (1) CN22 (1) Calendar (1) Call Center (1) Canon MP258 (1) Carl-Gustav Alexander Tartagni (1) Carlaches (1) Cars (1) Categorizing (1) Central Festival Eastville (1) Central World (1) Chat (1) Chillaxing (1) Chinese New Year (1) Chocolates (1) Christian (1) Chromebook (1) City Mart Supermarkets (1) Clock (1) CloudFlare (1) Coca-Cola (1) Coins (1) Commencement Address (1) Company (1) Company Slogans (1) Competition (1) Condom (1) Condom Holder (1) Connecting rod (1) Corporate Culture (1) Craigslist.org (1) Creative Commons (1) Cultural Intelligence (1) Cultural Research (1) Cultural differences (1) Cultural shock (1) Culture (1) Curfew (1) Cylinder block (1) Cylinder head (1) Cylinder liner (1) DBD Academy (1) DFP (1) Danone Activia Women Lead (1) Database (1) Daylight Saving Time (1) Delicious (1) Dell (1) Dell Vostro 5470 (1) Denmark (1) Desert flower (1) Diamond (1) Digital Camera (1) Digital Signage (1) Dinner (1) Dinosaur leg (1) Direct Deposit (1) Dog Lovers (1) Door mat (1) Doteasy (1) Download Statusbar (1) Dream (1) Dreamhost (1) Drive in Australia on Thai licence (1) Driver (1) Drivers (1) Driving Permit (1) DropBox. Box.net (1) Dubai (1) Dynabook (1) E-mail Marketing (1) E16 (1) E4 (1) EU (1) East vs West (1) Easter (1) Eating (1) Egg (1) Enom (1) Entrepreneur (1) Entrepreneurs (1) Error Code (1) Euro 2012 (1) Events (1) Evernote Food (1) Expensive Car Gallery (1) Export (1) Expressway (1) Ext JS (1) Eyelashes (1) FaceLook (1) Facebook Email (1) Facebook Keyboard Shortcuts (1) Facebook Video Calling (1) Fast Browser Search (1) Favicon (1) Female Entrepreneurs (1) Filename List (1) Filmjölk (1) Finnish (1) FireScope (1) Firebug (1) Flappy Bird (1) Flash Drive (1) Flash mob (1) Flintstones (1) Flixya (1) Flu (1) Followers (1) Font (1) Food (1) Foods (1) Football (1) Forex (1) Foursquare (1) Framework (1) Frenemy (1) Fried Ice-cream Recipe (1) Fuel Economy Label (1) Funny 3G Commercial (1) Futsal (1) GPS (1) Gasket (1) Geek (1) Gen Y (1) George C. Marshall (1) Gift (1) Gigtide (1) Goals (1) Gold (1) Google Caffeine (1) Google Calendar (1) Google Campus Ambassador (1) Google Chart (1) Google Cloud Connect (1) Google Data Center (1) Google Drive (1) Google Flights (1) Google Goggles (1) Google Instant (1) Google Latitude (1) Google Map Maker (1) Google Mobile (1) Google Offers (1) Google Project Glass (1) Google Search-based Keyword (1) Google Sites (1) Google Spreadsheets (1) Google Street View (1) Google Sync (1) Google Trader (1) Google Translator Toolkit (1) Google Trends (1) Google Voice (1) Google Wallet (1) Google Website Optimiser (1) Google's Easter Egg (1) Google's Zurich office (1) Google+ invite (1) Google-certified ad networks (1) Googley (1) Goonline.in.th (1) Graduate Programs (1) Great Places (1) Green (1) HDTV (1) HTML5 (1) Handwrite (1) Happy (1) Harddisk (1) Health (1) Hello (1) Helpdesk (1) Herika Fernanda (1) Hi-speed Train (1) Hide My WP (1) High and low context cultures/ communication (1) High and low context cultures/communication (1) High- and low-context cultures/communication (1) Home (1) Homeplus (1) Hostel (1) How to Sleep FREE in Bangkok (1) How will you be maintaining yourself financially while you are in Australia? (1) Hurricane Katrina (1) Hysteria (1) IA (1) ICT (1) IKEA Jobs (1) IMEI (1) Ice Skater (1) In-App Payments (1) India (1) Instant Pages (1) Interbrand (1) International Alphabet (1) Invest (1) Investment (1) Invoice (1) Isetan (1) Jack Welch (1) Japanese (1) Jawbone (1) Jike (1) Jonas Seidler (1) Jordgubbar (1) Junk mail (1) KTB (1) Kanelbullar (1) Kitty (1) Kiwi (1) Kleenex (1) Kopimism (1) Korea (1) Krating Poonpol (1) L'Arc~en~Ciel (1) LHC (1) LMFAO (1) LOVE AT FIRST FLIGHT (1) Languages (1) Laos (1) Laptop (1) Larry Page (1) Laws (1) Layout (1) Learning by doing (1) Legsie (1) Let It Snow (1) Life (1) Lifestyle (1) Lingon (1) LinkedIn (1) Links (1) Lively (1) LivingSocial (1) Local business center (1) London 2012 (1) Love Mosaic (1) Love instagram (1) Loy Krathong (1) Lub D (1) LubD (1) MP145 (1) MP258 (1) MV (1) Mac (1) Maestro Card (1) Managing Diversity in International Context (1) Managing across cultures (1) Manchester United's Thailand Message (1) Map Your Valentine (1) Marcom Trainee (1) Mark Zuckerberg (1) Martin Luther King Jr. (1) McDonald's (1) McDonalds (1) Media Temple (1) Mega Project (1) Mega Upload (1) Merry Christmas (1) Michael Jackson (1) Microsoft Download Manager (1) Middle age (1) Money (1) Moneybookers (1) Most Expensive Car in the World (1) Motorola (1) Multi Monitors (1) Multi-communicative (1) Multi-touch (1) Multitask Mode (1) Music Beta (1) MySQL (1) Myaing Hay Wun (1) Myanmar (1) NECTEC (1) Name Card (1) Nano break (1) Nawamin City Avenue (1) Nawamin Festival Walk (1) Nero (1) Nestle Joya Ice cream (1) Netscape (1) New Media (1) New Orleans (1) Newsweek (1) Nexus (1) Nielsen (1) Nike Plus (1) Nike+ (1) Ninja (1) North Korea leader (1) Nose Gel Dispenser (1) Nyponsoppa (1) OK (1) Oficio (1) Okay (1) Oktoberfest (1) One Day One Price (1) One-2-Call (1) Online Ads (1) Online Business (1) Orkut (1) PC (1) PCWorld (1) PMP (1) Page peel script (1) PageRank (1) Passport (1) Pasta (1) Path (1) Pattaya (1) PayPal Mobile (1) PaySbuy (1) Payment Gatewayม Verified by Visa (1) Pee mak dance (1) Philippines (1) Phone Remote Control (1) Photobomb (1) Piston (1) Piston Displacement (1) Place (1) Playa Case (1) Poem (1) Police (1) PopupPress (1) PopupPress - Popups with Slider & Lightbox for WP (1) Portable Wordpress (1) Present (1) Prinsesstårta (1) Printer (1) PromptPay (1) Prototype (1) QZone (1) Qingming (1) Queen (1) RE-CU (1) Rare Earth (1) Recall (1) Red Bull (1) Reindeer Rudolph the Red Nose (1) Review (1) Rich (1) Riddle (1) Roaming (1) RockMelt (1) Rooftop Bars (1) Router Default Password List (1) Royal Crown (1) Russia (1) Räkor (1) SCB (1) SCB Virtual Credit Card (1) SEX (1) SPS (1) SPSS (1) SQL (1) SQL Dump File Splitter (1) SQLDumpSplitter (1) SSD Host (1) SSD โฮส (1) SSH Command (1) SWIFT (1) Sabertooth filet (1) Salary (1) Samsung Galaxy Tab (1) Santika Pub (1) Scalado (1) Schengen (1) Screenshot (1) Selfie (1) Semlor (1) Sergey Brin (1) Server (1) Shaolin (1) Shopping Online (1) SiPH (1) Siam Paragon (1) Signature (1) Silence of Love (1) Simsimi (1) Singhal (1) Skrill (1) Slogans (1) Smartphone Ergonomics (1) Smoking Kid (1) Snow (1) Solar city (1) Sopa (1) Space (1) Sparkling Mineral Water (1) Spettekaka (1) Spinning (1) Spotify's competitor (1) Stanford (1) Statistics (1) Staycation (1) Stephenson (1) Stereotypes (1) Still Mineral Water (1) Stock (1) Strategy (1) Study (1) Subway (1) Sudoku (1) SugarSync (1) Supply Chain (1) Symbian (1) Symbols (1) Synaptics (1) TH Sarabun PSK (1) THITEE (1) TMB Bank (1) Tablet (1) Taiwan (1) Tarad (1) Taxi (1) Teach Parents Tech (1) TechHive (1) Tesco (1) Tesco Homeplus (1) Thai Airways (1) Thai Stars (1) Thai police (1) Thailand Eco Car First Car Show 2012 (1) Thaitrade (1) The ASEAN Way (1) The Best Spinner (1) The Best Spinner API (1) The Church of Kopimism (1) The Evolution of Search (1) The Kite Runner (1) The Mall (1) The Monkey Banana and Water Spray Experiment (1) The Social Network (1) Themes (1) Timeline (1) Tip (1) Top Ten Most Expensive Cars (1) TouchPad (1) Trailer (1) Trashion (1) Travel (1) Trojan (1) Tsunami (1) Twiends (1) Ultrabooks (1) Unblock Blocked Number (1) Under30CEOs (1) Unlock Code (1) VMware (1) Valentine (1) Valentine's Day (1) Valve (1) Valve cover (1) Varmrökt lax (1) Virtual Store (1) Virtual drive (1) VitaFresh (1) Vk (1) Vodafone (1) Vuvuzela (1) Waris Dirie (1) Waze (1) Web Analytics (1) Web Application (1) WebOn (1) Western Union (1) WhatsApp for iPad (1) WhatsPad (1) WiMP (1) Widget (1) Wikipedia (1) Windows Mobile (1) Wine Bridge Plus (1) Wonder Wheel (1) Woraphan (1) World Happiness Report (1) Worship Day (1) Wushu (1) XHTML (1) XML (1) Xbox (1) Yahoo Pipes (1) Yahoo mail (1) Yandex (1) Yangon (1) YouTube Instant (1) Young Entrepreneurs (1) Young Female Entrepreneurs (1) Za Cosmetic (1) Zebra Crossing (1) bitthailand (1) cheat (1) cheating (1) e-waste (1) earthquake (1) fastest car in the world (1) file (1) findpeopleonplus.com (1) goo.gl (1) hiybbprqag (1) iOS 5 (1) iTunes (1) iframe (1) indoswiftjobinproduction (1) japan (1) march 11 (1) mbrzxpgjys (1) most expensive car (1) most expensive car in the world 2011 (1) multitouch (1) okidoki (1) rename (1) search (1) siwapp (1) smtp (1) tabienrod (1) tokyo (1) windows (1) กทม. (1) กรมธนารักษ์ (1) กรมศุลกากร (1) กรมส่งเสริมการส่งออก (1) กระดาษทิชชู่ Kleenex (1) กระทรวง ICT (1) กระสอบทราย (1) กลิ่นปาก (1) กล้องวงจรปิด (1) การดื่มน้ำ (1) การทักทาย (1) การนอน (1) การสร้างแบรนด์ (1) การอ่าน (1) การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร (1) ก่อการร้าย (1) ก้านสูบ (1) ขงจื้อ (1) ขงเบ้ง (1) ขนตาปลอม (1) ขยะ (1) ขยะมีพิษ (1) ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (1) ของขวัญ (1) ขับรถช่องขวา (1) ขายของ Online (1) ขายยาออนไลน์ (1) ขายส่ง (1) ขาเรียวสวย (1) ขาใหญ่ (1) ขี้ (1) ข้อคิดนักบริหาร (1) ข้าว (1) ครีมเทียม (1) ความจริงวันนี้ (1) ความหมายของการให้ของขวัญ (1) คางสองชั้น (1) คำพังเพย (1) คำพูด (1) คืนภาษี (1) คู่มือรับสถานการณ์น้ำท่วม (1) ค่าครองชีพ (1) ค่าไฟ (1) คําคม (1) จ.บึงกาฬ (1) จดทะเบียนบริษัท (1) จักรยาน (1) จั่นเจา (1) จีน (1) ชาญคอนเดค (1) ชานมไข่มุก (1) ชุดหมีกันน้ำ (1) ซิลิโคน (1) ซู ชิ หมิง (1) ซ่อมนาฬิกาโบราณ (1) ดราม่า (1) ดอทอะไร (1) ดารา (1) ดูแลรถ (1) ตกเครื่องจนตกหลุมรัก (1) ตัน ภาสกรนที (1) ตัวอย่างหนังสือรับรองการทำงานภาษาอังกฤษ (1) ตั้งค่า APN (1) ตั้งชื่อบริษัท (1) ตามรอยพระราชา (1) ต้อหิน (1) ถนน (1) ถมทะเล (1) ถ่าน (1) ทอง (1) ทองเค (1) ทะเบียนบ้านหาย (1) ทะเบียนรถ (1) ทางจักรยาน (1) ทางด่วน (1) ทางม้าลาย (1) ทำงานน้อย (1) ทำตาสองชั้น (1) ทำนายดวง (1) ทำบุญวันเกิด (1) ทีทำงาน (1) ที่ดิน (1) ท่องเที่ยว (1) ท่านผู้นำเกาหลีเหนือ (1) ธนบัตรใหม่ (1) ธนาคารกรุงเทพ (1) ธีรศิลป์ แดงดา (1) ธุรกิจ (1) นนทบุรี (1) นวัตกรรม (1) นังเมียโง่ (1) นามบัตร (1) นาฬิกา Royal Crown (1) นิทรรศการ (1) นิวออร์ลีนส์ (1) น้ำอัดลม (1) น้ำแร่ที่มีฟอง (1) น้ำแร่ไม่มีฟอง (1) บทขออโหสิกรรม (1) บทขออโหสิกรรมเเละอฐิษฐานจิต (1) บทอฐิษฐานจิต (1) บราใต้ผิว (1) บัตร APEC (1) บัตรประชาชนหาย (1) บางบัวทอง (1) บีทีเอส (1) บึงกาฬ (1) บ้านน้ำไม่ท่วม (1) บ้านร้อน (1) ประกันสังคม (1) ประหยัดน้ำมัน (1) ปริมาตรกระบอกสูบ (1) ปลอกสูบ (1) ปลาดอลลี (1) ปลูกคิ้วถาวร (1) ปะเก็น (1) ปัญหาเชาว์ (1) ปิยมหาราชการุณย์ (1) ปูอัด (1) ผลรวมดี (1) ผลไม้ (1) ผังเมือง (1) ผู้ชายเที่ยวกลางคื (1) ผู้นำ (1) ผู้ว่า กทม. (1) ผู้ว่ากทม. (1) ผ้าป่า (1) ฝรั่งเศส (1) ฝาครอบวาล์ว (1) ฝาสูบ (1) พ.ร.บ.จราจร (1) พระสังฆราช (1) พระเจ้าทันใจ (1) พันธมิตร (1) พาสปอร์ตรถยนต์ (1) พิธีการศุลกากรไปรษณีย์ (1) ภาษีพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (1) มอมเหล้า (1) มะเร็ง (1) มีคุณภาพการศึกษา (1) มือของแม่ (1) มุ้ย (1) ยายกินลำไยน้ำลายยายไหลย้อย (1) ยุโรป (1) รถหาย (1) รถไฟฟ้าBTSเสีย (1) รถไฟฟ้าบีทีเอสเสีย (1) รถไฟฟ้าสายสีเขียว (1) รวมคำถวายกฐิน (1) ระบบสัญญาณกันขโมย (1) ระหว่างประเทศ (1) รัฐบาลสวีเดน (1) รูดอล์ฟ (1) ฤกษ์แต่งงาน (1) ลดต้นแขน (1) ลดพุง (1) ลดไขมัน (1) ลองใจ สามี (1) ลัดดาแลนด์ (1) ลาซาด้า (1) ลานเบียร์ (1) ลิขิตฟ้าชะตาดิน (1) ลุยน้ำท่วม (1) ลูกสูบ (1) วงล้อมหัศจรรย์ (1) วัดบวรนิเวศวิหาร (1) วันช้างไทย (1) วาล์ว (1) วิดพื้น (1) วิถีตัน (1) วิธีลดความอ้วน (1) วิธีลดต้นขา (1) วิธีลดต้นขาใหญ่ (1) วิธีลดหน้าท้อง (1) วิธีเช็คเบอร์ตัวเอง (1) วีซ่า (1) วีซ่าออสเตรเลีย (1) ศัลยกรรม (1) ศัลยกรรมที่เกาหลี (1) ศัลยกรรมน่องแบบเกาหลี (1) ศาลาเวลา (1) ศิริราช (1) ศิริราชใหม่ (1) ศูนย์ปฏิบัติธรรมวชิรญาณ 200 ปี (1) สถาบันผลิตนักธุรกิจอสังหาฯ (1) สบู่เห็ดยามาบูชิทาเกะ (1) สวดมนต์ข้ามปี (1) สวมแหวน (1) สวมแหวนเสริมดวง (1) สสว. (1) สัมภาษณ์งาน (1) สัมมนา (1) สามัคคี (1) สาวหล่อ (1) สำนวนไทย (1) สุขภาพ (1) สุภาษิต (1) สุริยุปราคา (1) สูตรสำเร็จในชีวิต (1) หญิงหล่อ (1) หนีตามกาลิเลโอ (1) หมู่บ้านมิตรประชาเพลส (1) หยุดราชการ (1) หลินปิง (1) หิมะ (1) ห้องทำงาน (1) อกสวย (1) อกหัก (1) อนุโมทนา (1) อริยะ (1) อริยะ พนมยงค์ (1) ออสเตรเลีย (1) อันดับโรงเรียน (1) อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ (1) อายัดบัตร (1) ฮวงจุ้ย (1) ฮวงจุ้ยห้องน้ำ (1) ฮิสทีเรีย (1) เกมนกบินลอดท่อ (1) เกษตร-บางใหญ่ (1) เขื่อนคลองท่าด่าน (1) เคน ภูภูมิ (1) เครื่องซักผ้า (1) เงินบำนาญชราภาพ (1) เงินเดือน (1) เงินได้พึงประเมิน (1) เชงเม้ง (1) เชื้อรา (1) เช็งเม้ง (1) เซาะกราว (1) เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสวิลล์ (1) เติมวัน (1) เตียงนอน (1) เตือนภัย (1) เทพกรีก (1) เนียน (1) เบอร์มงคล (1) เพชร (1) เพลง (1) เพลาข้อเหวี่ยงม Crank shaft (1) เพิ่มวัน (1) เมนูอาหารคุมน้ำหนัก (1) เมืองใหม่ (1) เรนเดียร์ (1) เรื่องย่อ (1) เรื่องเหลือเชื่อ (1) เว็บบิส (1) เศรษฐกิจ (1) เศรษฐกิจถดถอย (1) เสื้อสูบ (1) เสื้อเชิ้ต (1) เสื้อแดง (1) เหล็กดัด (1) เอี๊ยมกันน้ำ (1) เฮอริเคน แคทรีนา (1) แก้ว พงษ์ประยูร (1) แก้สระลอย (1) แขนใหญ่ (1) แบตเตอรี่ (1) แบรนด์ (1) แยกขยะ (1) โครงการบ้านหนังสืออัจฉริยะ (1) โฆษณากูเกิลโครม ประเทศไทย (1) โฆษณาไทยประกันชีวิต (1) โต๊ะทำงาน (1) โต๊ะเก็บเงิน (1) โฝวกวงซัน (1) โฟร์แชร์ (1) โรคขาดผู้ชายไม่ได้ (1) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ (1) โรงเรียน (1) โรงเรียนดีมีคุณภาพ (1) โรงเรียนที่ค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย (1) ในหลวง (1) ใบ CN22 (1) ใบขับขี่หมดอายุ (1) ไขมันใต้คาง (1) ไข่ (1) ไข่เจียว (1) ไข่ไก่ (1) ไข้หวัดหมู (1) ไทย (1) ไปษณีย์ไทย (1) ไม่ได้ใส่ถุง (1) ไอศกรีมทอด (1)