
ถ้า หากนายจิม บัลสิลี (Jim Balsilie) ซีอีโอกลุ่ม RIM เดินทางเข้าเวียดนามวันนี้ ก็จะต้องแปลกใจ ทีได้พบว่าเวียดนาม ประเทศที่ยังห่างไกลเทคโนโลยีชั้นสูงแบบสุดขอบฟ้านี้ สามารถประกอบโทรศัพท์มือถือแบล็กเบอรี่ยอดนิยมของเขาได้ในเวลาไม่กี่นาที
แบ ล็กเบอร์รี่ เมด-อิน-เวียดนาม กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วมากและมีแนวโน้มจะแพร่ข้ามแดนเข้าสู่ประเทศ เพื่อนบ้านที่บริการโทรคมนาคมกำลังเฟื่องฟูรวมทั้งกัมพูชา ลาวและตลาดที่ใหญ่กว่าอย่างประเทศไทยด้วย
ทำไมไม่เป็น จีน? ทำไมต้องเป็นเวียดนาม? ยังไม่มีคำตอบ แต่ผู้ชำนาญการกล่าวว่า เดี๋ยวนี้ช่างที่ชำนาญในที่ไหนๆ ก็ทำลอกเลียนได้ เพราะใช้ชิ้นส่วนต่างๆ จากโรงงานเดียวกันทั้งสิ้น
ช่างที่มีความชำนาญในกรุง ฮานอย สามารถประกอบแบล็กเบอรี่ 8320 ได้ในเวลาไม่เกิน 10 นาที ด้วยเมนบอร์ดราคาประมาณ 1 ล้านด่ง (17,750 ด่ง/ดอลลาร์) ฝาครอบอีก 400,000 ด่ง หน้าปัด 180,000 ด่ง แบตเตอรี 120,000 ด่ง เมื่อรวมเข้ากับชิ้นส่วนอื่นๆ ต้นทุนโดยรวมก็จะอยู่ประมาณ 2 ล้านด่ง หรือ 110 ดอลลาร์
ถ้าหากนำแบล็กเบอรี่รุ่นเดียวกันนี้จัด วางเรียงกัน ดูทั่วไปจะแยกไม่ออกอันไหนจริงอันไหนเลียนแบบ และ หากพินิจพิเคราะห์ดู ก็จะเห็นเพียงเคสเท่านั้นที่แตกต่างกัน อันเนื่องจากความประณีตของวัสดุที่ใช้
นอกจากนั้นผู้ ใช้ตลอดจนนักวิจารณ์ในเวียดนามต่างเขียนรายงานเรื่องนี้ลงในเว็บบล็อกยอด นิยมหลายแห่ง ยืนยันถึงคุณภาพของ "แบล็กเบอร์รี่ดอลลี่" (Blackberry Dolly) หรือแบล็กเบอรี่เวอร์ชั่นเวียดนาม ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วตามท้องถนน

ผู้ ลักลอบประกอบโทรศัพท์แบล็กเบอรี่ในฮานอยกล่าวว่า ชิ้นส่วนต่างๆ นำเข้าเป็นลอตใหญ่จากแหล่งผลิตที่ไม่เปิดเผย และ ถ้าหากวันใดสามารถผลิตได้ในเวียดนาม ราคาของ "แบล็กเบอรี่ดอลลี่" ก็จะถูกลงอีกมาก
ปัจจุบันแบล็กเบอรี่เวียดนามราคา จำหน่ายทั่วไปอยู่ระหว่างเครื่องละ 3.2-4 ล้านด่ง (6,000-7,800 บาท) แถมประกันตั้งแต่ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่น และในประเทศไทย แบล็กเบอรีรุ่นเดียวกันที่เป็นของแท้จากสหรัฐฯ ติดราคาจำหน่ายเครื่องละ 19,000 บาท ราคาต่ำกว่าเพียงเล็กน้อย ทั้งในฮานอยและโฮจิมินห์
แน่ นอนผู้ขายจะบอกกับลูกค้าว่า "แบล็กเบอรี่ดอลลี่" ไม่ได้นำเข้าโดยผ่านศุลกากรอย่างถูกต้อง แต่ "หิ้ว" เข้าประเทศจากดินแดนอื่น
ปัจจุบันมีการโฆษณาขายแบ ล็กเบอรี่ดอลลี่บนเว็บไซต์หลายแห่งในเวียดนาม ร้านค้าบางแห่งในกรุงฮานอยกล้าหาญพอที่จะนำออกวางขายอย่างเปิดเผย

โทรศัพท์ ยี่ห้อนี้เป็นที่รู้จักในเวียดนามผ่านนิตยสาร หนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ใช้โทรศัพท์ยี่ห้อนี้ล้วนเป็นผู้มีชื่อเสียง ซึ่งรวมทั้งประธานาธิบดีบารัค โอบามา สาวไฮโซอย่างปารีส ฮิลตัน (Paris Hilton) แล้วก็นักแสดงสาวสวยที่โด่งดังอย่างลินเซย์ ลอห์น (Lonsay Lohan)
ไม่ ต้องสงสัยเลยว่า โทรศัพท์เลียนแต่คุณภาพสูงแบบเดียวกับแบล็กเบอรีดอลลี กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ผู้ให้บริการจำนวน 4 ราย กำลังเร่งติดตั้งอุปกรณ์และเทคโนโลยี เพื่อเปิดให้บริการ "โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3" หรือ "3G" เป็นครั้งแรกในเดือน ก.ย.ปีนี้
ตั้งแต่ วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นมา เวียดเทล (Viettel) ของกองทัพประชาชนเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันครองตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ราว 40% ได้ลดค่าใช้บริการลงอีก 30% พร้อมกับออกแพ็คเกจส่งเสริมการขายหลากหลาย ทำให้อัตราค่าใช้โทรศัพท์ลดลงต่ำสุดในรอบหลายปีมานี้
การ ทำโปรโมชั่นครั้งใหม่ของเวียดนาม ได้ทำให้คู่แข่งรายใหญ่สองค่ายคือ โมบิโฟน (MobiPhone) กับวินาโฟน (VinaPhone) ซึ่งเป็นของวิสาหกิจไปรษณีย์และโทรคมนาคม ต้องลดอะไรต่อมิอะไรตามลงไปด้วย

ทุกข่ายต่างคาดหวังว่าโปรโมชั่นใหม่จะสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอีก 4-5 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้
การ ศึกษาวิจัยโดยบริษัทเวียดเทล ที่เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ได้พบว่า แม้ในปัจจุบันทั่วประเทศจะมีผู้ใช้โทรศัพท์ถึง 86 ล้านราย แต่ก็ยังมีชาวเวียดนามอีก 30 ล้านคนยังไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ และ นั่นคือโอกาสของทั้งผู้ให้บริการเครือข่ายต่างๆ และผู้จำหน่ายเครื่องลูกข่าย
เวียดนามที่มีประชากร เกือบ 87 ล้านคนเป็นตลาดใหญ่ที่ยั่วยวนมากสำหรับนักลงทุนในแขนงโทรคมนาคม ปัจจุบันจึงมีผู้ให้บริการถึง 6 ข่าย และ ข่ายที่ 7 มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือน มิ.ย.นี้
ไม่ต่างกับใน กัมพูชาซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้บริการทั้งหมด 7 ราย ขณะที่มีประชากรทั้งประเทศเพียง 14 ล้านคน และกว่าครึ่งหนึ่งมีสภาพยากจนหาเช้ากินค่ำ

แต่ การสำรวจได้พบว่าปัจจุบันชาวกัมพูชาทุกๆ 4 คน มีเพียง 1 คนเท่านั้นที่มีโทรศัพท์ใช้ และนี่คือตัวเลขที่ยั่วยวนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
กัมพูชา เป็นตลาดแรกๆ บนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เปิดให้บริการ "3G" ก่อนใครๆ ติดตามด้วยสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเมื่อปีที่แล้ว
ผู้ใช้บริการ "3G" ในประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้ ล้วนต้องการโทรศัพท์มือถือที่มีคุณภาพดี สามารถยอมรับได้ แต่ราคาถูก.
ที่มา: http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9520000066276







