“นักลงทุนต่างชาติสนใจข้อมูลของเรามากขึ้น เพราะต้องการซื้อหุ้นหลังเห็นผลงานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่กลุ่มจีอีเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนเมื่อประมาณ 3 ปี และมั่นใจผลงานปีนี้จะเป็นไปตามเป้าทุกด้าน โดยสินเชื่อน่าจะถึง 3.5 หมื่นล้านบาท หรือขยายตัว 6% เนื่องจากการซื้อพอร์ตสินเชื่อจากจีอีมันนี่ในไตรมาสนี้และยังมีกำไรดีด้วย” นางเยาวลักษณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำประมาณ 10 เท่า เพราะผลจากการเพิ่มทุน ซึ่งต้องใช้เวลาในการสร้างผลการดำเนินงานต่อไป

ปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติถือหุ้น BAY ประมาณ 47% ของทุนชำระแล้ว คงเหลืออีก 2% หรือกว่า 100 ล้านหุ้น ก็เต็มเพดาน 49% โดยยังไม่รวมการถือในรูปเอ็นวีดีอาร์อีก 10% ส่วนกลุ่มจีอีถือ 33% และกลุ่มรัตนรักษ์ถือ 25%
นายตัน คอง คูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ BAY กล่าวว่า แนวโน้มกำไรในปี 2552 น่าจะดีขึ้นกว่าปีก่อน เพราะไม่มีผลขาดทุนจากตราสารซีดีโอเหมือนปีก่อน และยังมีกำไรจากการซื้อกิจการ ส่วนแผนงานปีหน้า คาดว่าสินเชื่อจะเติบโตประมาณ 6%
ล่าสุดนิตยสารเอเชียนแบงเกอร์ ได้ จัดอันดับให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยาครองอันดับที่ 1 ในเรื่องนักลงทุนสัมพันธ์ จากการสำรวจธนาคารทั้งหมด 150 แห่ง
ที่มา: http://www.posttoday.com/stockmarket.php?id=74651







